พิมพ์หน้านี้
|
เคยมีคนบอกว่า ความไม่เข้าใจ คือ ความเข้าใจที่สวนทางกัน มาคิดๆดูแล้วทุกวันนี้หลากเรื่องราวในชีวิต หลายเรื่องราวของความขัดแย้ง ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาสังคม หรือการเมือง ล้วนแล้วแต่มาจากความเข้าใจที่สวนทางกันของผู้เกี่ยวข้องในแต่ละฝ่าย ดร.สุวินัย (ภรณวลัย) เคยบอกกับผมในชั้นเรียนที่ธรรมศาสตร์ว่า เราทุกคนล้วนอยู่บนโลกคนละใบ ส่วนการที่เราต้องมามีปฏิสัมพันธ์กับใครต่อใครก็เป็นเพียงแค่การซ้อนทับบนโลกของแต่ละคน มุมมอง โลกทรรศน์ ระบบความเชื่อ และการให้ค่าต่อสิ่งต่างๆในชีวิตของผู้คนนั้น ถ้าพูดกันให้ถึงที่สุดจริงๆ ล้วนเป็นเรื่อง ของใครของมัน ดังนั้น ความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ ล้วนเป็นผลมาจากการพยายามบังคับให้ผู้อื่นมาอยู่ในโลกของตัวเราเอง หลายคนคงเคยเป็น ที่หลายครั้งเราเห็นฝ่ายตรงข้ามแสดงอาการบางอย่าง แล้วไปกระตุ้นอารมณ์รุนแรงของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ (หากใครนึกไม่ออกลองนึกถึงสีหน้าท่าทางและคำพูดของ ท่านนายก กับ พ่อไอ้ปื้ด ดูก็ได้) แล้วเรามักเกิดคำถามกับตัวเองในทำนองที่ว่า ทำไมแ ม่ง ต้องทำแบบนี้(วะ) ลึกๆแล้วไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นสิ่งสะท้อนว่าทำไม ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ทำอย่างที่เรา เชื่อ พูดอย่างนี้ผมไม่ได้จะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนไม่มีผิดถูก ขาวดำ หรืออะไรทำนองนั้น แน่นอนว่าการนิยามความ ถูก ผิด ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของสิ่งที่แต่ละคนให้ค่า แต่ผมเชื่อว่าตราบใดที่ไม่มีใครเถียงว่าโลกกำลังหมุน หรือพรุ่งนี้พระอาทิตย์ย่อมขึ้นทางทิศตะวันออก เราย่อมต้องมี บรรทัดฐาน หรือ สัจธรรม หรือก้อนอะไรสักอย่างมาเป็นเครื่องชี้นำชีวิตได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ รมว.มหาดไทยของผม ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ท่านพูดมักจะทำให้เลือดในตัวของผมและใครอีกหลายคนเดือดขึ้นมาได้ง่ายๆ หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่าน เชื่อ หรือ ทำ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความรักต่อลูกๆ หรือการแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยตรรกกะเหตุผลในแบบ ไอ้เหลิม ผมว่าในระดับที่ลึกที่สุดจริงๆ มโนธรรม หรือ หิริโอตัปปะคงซุกซ่อนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย และในวูบสุดท้ายก่อนสิ้นลมของคนเรา หากสามารถนึกย้อนถึงทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต ผมเชื่อว่าท่านอาจต้องมีสำนึกเสียใจอยู่บ้าง หรืออย่างในกรณีเขาพระวิหาร ที่ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจและตีความกันไปในแบบที่ตัวเอง เชื่อ และท้ายที่สุดก็กลายเป็นความขัดแย้งระลอกใหม่ ผมไม่รู้ว่า จริงๆแล้วมันเป็นอย่างไร อาจเป็นความอ่อนด้วยในเชิงการทูต หรือเป็นเพียงความละโมบในผลประโยชน์ หรืออะไรอีกร้อยแปด แต่ผมเชื่อว่าหากต้องเสียดินแดนจริง ไอ้ อี หน้าไหนที่ทำให้ต้องเป็นแบบนั้น สิ่งที่เขาหรือเธอต้องรับผิดชอบมากที่สุดคือต้องรับผิดชอบกับมโนธรรมของตัวเอง ครับที่พูดมาทั้งหมดเพราะผมรู้สึกว่า หากเรามองโลกอย่างที่มันเป็นตามหลัก อิทัปปัจจยตา หลายครั้งมันช่วยลดอุณหภูมิในเลือดหลังจากได้ฟัง คำพูด เฮงซวย ของบรรดา ไอ้พวกนั้น ในสภาได้อย่างดีเลย
|
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||