| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
"กลางดงพงป่าเขาลำเนาไพรไกลสังคม เป็นแดนรื่นรมแสนชื่นชมมีเสรี ไร้ทุกข์สนุกสนานสำราญกันได้เต็มที่ พวกเราชาวถิ่นนี้ล้วนมีไมตรีต่อกัน" เสียงเพลง"กลางดง"ดังขึ้นเบา ๆ จากกลุ่มนักศึกษาธรรมชาติรุ่นหนุ่มสาว คลอเคล้าประสานเสียงกีตาร์โฟล์คของคุณประพล หนึ่งในสมาชิกชมรมนักนิยมธรรมชาติ ท่ามกลางสายลมเย็นยามย่ำค่ำที่โชยพลิ้วแผ่วผิวปลิวลิ่วทิวไม้โอนเอน ความเย็นแผ่ซ่านไปทั่วลานกางเต็นท์ ณ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ป่ามรดกโลก ยามสนธยาย่ำค่ำวันนั้น แต่หัวใจของพวกเราคนหนุ่มสาวหาได้หนาวเย็นไปตามอุณหภูมิกลางพงไพรด้วยไม่ กลับอบอุ่น... อบอุ่นไอหัวใจของคนรักษ์ป่า เสมือนหนึ่งเป็นสัญญาใจว่าพากเราคนหนุ่มสาวจะช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่ามรดกโลกให้ดำรงคงอยู่ตราบนานเท่านาน ผมนั่งมองหนุ่มสาวพนักงานบริษัทปตท.สผ. ประมาณ 10 คนนั่งล้อมวงขับขานเพลงธรรมชาติด้วยหัวใจชื่นบาน ปรารถนาที่จะให้สายลมเป็นสื่อนำเสียงเพลงพัดพาไปยังสถานที่ห่างไกล ไกลจนพอที่จะให้มนุษย์เราตระหนักถึงคุณค่า ความดี ความงดงามที่ควรแก่การรักษาและอนุรักษ์ไว้ของธรรมชาติอย่างจริงจัง มนุษย์จะรู้ไหมหนอว่าป่าเป็นต้นกำเนิดของชีวิต อย่าปล่อยให้ป่าสิ้นหวัง... รอความตาย มนุษย์ยังต้องพึ่งพาธรรมชาติอีกมาก เหมือนดังที่ธรรมชาติต้องพึ่งพามนุษย์ให้ช่วยกันปกปักรักษาเขา ก็เพื่อประโยชน์ของมนุษย์เราไม่ใช่หรือ ความมืดกรายมาเยือน พลบค่ำแล้ว แต่งเติมบรรยากาศรอบกายให้ขมุกขมัว ป่าเบื้องหน้าที่จับตัวเป็นเงาตะคุ่ม ๆ ส่งเสียงซู่ ๆ ทุกครั้งยามต้องสายลมโพล้เพล้ เสียงซิมโฟนีนกจากราวไพรหน้าที่ทำการเขตฯ ทิ้งระยะห่างหายไปนานแล้ว ผมมองใบหน้าคนหนุ่มสาวด้วยรอยยิ้มบาง ๆ หัวใจเอิบอิ่มฉาบไปด้วยความหวัง ........................................................ @ เรียนรู้คุณค่า ร่วมรักษา ศึกษามรดกโลก ทุ่งใหญ่นเรศวร พวกเราชาวคณะ"เรียนรู้คุณค่า ร่วมรักษา ศึกษามรดกโลก" อันประกอบด้วยพนักงานคนหนุ่มสาวจากปตท.สผ. 26 ชีวิต สื่อมวลชน 10 ชีวิต และสมาชิกชมรมนักนิยมธรรมชาติและเพื่อนจากเว็บไซต์ Trekkingthai.com ราว 10 ชีวิต พร้อมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญธรรมชาติอีก 5 ท่าน เดินทางออกจากสำนักงานใหญ่ของปตท.สผ.ในช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 6 เมษายน มุ่งหน้าสู่ผืนป่ามรดกโลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เพื่อร่วมโครงการ "มรดกไทย มรดกโลก" รวมระยะเวลา 3 วัน เป็น 3 วันที่ได้เก็บเกี่ยวความรู้จากธรรมชาติมาอย่างเต็มอิ่ม พร้อมสืบสานตำนานคนรักษ์ป่า ผมกับคุณบอย ตากล้องรูปหล่อจากเนชั่น แชนแนล เดินทางไปในฐานะสื่อมวลชนและนักนิยมไพร ได้พบกับเพื่อนเก่าทั้งจากชมรมนักนิยมธรรมชาติ คุณประพล น้องสี และนักข่าวรุ่นน้องที่ผันตัวไปทำงานพีอาร์ให้ปตท.สผ.อย่างคุณเอ พลันที่ปะหน้าคุณประพล เพื่อนเก่าผู้ก่อตั้ง Thailand wilderness study เราก็เปิดฉาก"ชนแก้วกาแฟสด"ที่ต่างถืออยู่ในมือกันทันที เพื่อเป็นการทักทาย และเป็นคำสัญญากลาย ๆ ว่า ค่ำคืนนี้ และคืนต่อ ๆ ไป จะต้องมีรายการ"ชน"กันอีกแน่นอน ขบวนรถที่ยาวเหยียด ซึ่งประกอบด้วยรถตู้ 5 คัน รถกะบะขนเสบียงอีก 3 คัน และรถส่วนตัวอีก 2 คัน มุ่งหน้าเข้าจ.กาญจนบุรี เราผ่านอ.ทองผาภูมิอย่างรวดเร็ว สถานที่ต่าง ๆ ผ่านสายตาเราไปเรื่อย ๆ แยกพุทโธ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู บ้านทุ่งเสือโทน สองข้างทางจากอุทยานแห่งชาติลำคลองงูไปจนถึงบ้านทุ่งเสือโทนซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนั้น เป็นป่าเบญจพรรณสลับด้วยป่าไผ่ ที่บางช่วงบางตอนทิ้งร่องรอยของไฟป่าไว้อย่างชัดเจน ป่าเบญจพรรณยามหน้าแล้ง มักเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำด้วยมีหญ้าคาแห้งเป็นเชื้อชนวนอย่างดี
ต้นปรงยืนเด่นอยู่ด้านหลัง มีคุณบอยเป็นตัวประกอบอยู่ด้านหน้า
ต้นเป้ง พันธุ์ไม้รุ่นไดโนเสาร์เช่นเดียวกับปรง พบได้ตามป่าเบจพรรณในทุ่งใหญ่นเรศวร บนพื้นดินบริเวณป่าไผ่ที่ปรากฎรอยไฟป่ายามฤดูแล้งนั้น จะเห็นดอกดินสีขาวผุดขึ้นตัดกับพื้นไหม้สีดำอย่างเด่นชัด ดอกดินที่ว่านี้ เป็นพืชเบียน อาศัยอยู่บนรากไม้บางชนิด เช่น รากไผ่ ลำต้นเป็นเหง้าใต้ดินขนาดเล็ก ใบ เป็นแผ่นเล็กๆ อยู่ใต้ดิน ดอกสามารถนำมานึ่งจิ้มน้ำพริกกินอร่อยมาก ผมชิมมาแล้วขอยืนยันคราไปมุดถ้ำที่ลำคลองงูเมื่อ 4 ปีก่อน ไฟป่ายังลามไหม้เอาต้นปรงจนลำต้นขึ้นดำเป็นปื้น กัดกินใบจนไหม้เกรียม แต่ถ้าไม่หนักหนาสาหัสแล้ว ปรงจะไม่ตาย เพราะปรงเป็นพืชที่เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตช้ามาก คือ 1 ปีจะเกิดใบเพียงแค่ใบเดียวเท่านั้น ปรงสามารถทนต่อการขาดน้ำได้เป็นอย่างดีและถ้าขาดน้ำนาน ๆ ใบของปรงจะแห้เหี่ยวตายไป แต่พอได้รับน้ำอีกครั้งใบก็จะเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง
พี่เลี้ยงชาวค่ายแนะนำวิธีกางเต้นท์ให้ลูกค่าย คณะเรามาถึงบ้านทุ่งเสือโทนราว 3 โมงเย็น โชคดีที่ไม่ต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถ 4WD เพราะเส้นทางลูกรังแม้ขรุขระแต่ยังพอที่รถตู้จะรองรับได้ แต่ถ้าหน้าฝน ก็โบกมือลารถ 2 ล้อไปได้เลย จากจุดนี้ไปถึงที่ทำการเขตทุ่งใหญ่ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นถนนลูกรังที่ลัดเลาะเข้าไปในป่า ตามรายทางพบเห็นกล้วยไม้ตามคาคบไม้เป็นระยะ ๆ และ(เบียร์)ช้างอีกหลายโขลงที่กองเรี่ยราดอยู่ตามพื้นป่าข้างทาง
ลูกค่ายกำลังลุ้นว่าคุณประพลจะกางเต้นท์ได้สำเร็จหรือไม่ อย่าให้เสียชื่อ Thailand wilderness study เชียวนะครับ
นี่น้องสีวิธีการที่ถูกต้องทำอย่างนี้ครับ เชื่อพี่ กิจกรรมชาวป่าเริ่มต้นขึ้นทันทีที่เราเดินทางมาถึงที่ทำการเขตฯ คณะพี่เลี้ยงชาวค่ายแนะนำวิธีกางเต้นท์สนามให้กับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่เพิ่งมีโอกาสมาสัมผัสป่าเป็นครั้งแรก ไม่นานนักเต้นท์หลายสิบหลังก็เต็มพรืดหน้าที่ทำการเขตป่ามรดกโลก ผมกับบอยเลี่ยงไปปักหลักนอนบริเวณใกล้ ๆ ไม่ไกลกันนัก เนื่องจากไม่อยากให้เสียงคำรณคำรามยามนิทราของพวกเราไปรบกวนน้อง ๆ (ใครเคยนอนเต้นท์กับคนที่กรนเสียงดัง คงจะรู้นะครับว่ามันทุรนทุรายขนาดไหน) ฟ้าใสเบื้องบน ปรากฎเหยี่ยวนกเขาร่อนเป็นวงกลม คงมองหาอาหารเย็นอยู่เป็นแน่ ฝูงแซงแซวเล็กเหลือบบินร่อนโฉบจับแมลงอย่างน่าดู คุณประพลบอกว่าได้ยินไหมครับที่ร้องดัง"แว้ก แว้ก" นั่นแหละนกขมิ้นหัวดำใหญ่ นกประจำถิ่นที่อาศัยอยู่ตามป่าโปร่งและป่าดิงดิบ
ถึงคราวของลูกค่ายทำที่นอนกันบ้าง ยามเย็น ณ ป่ามรดกโลก คอนเสิร์ตนกนานาชนิดจากราวป่าเริ่มทำหน้าที่ตามธรรมชาติกันแล้ว อากาศสบาย ๆ ไม่หนาวไม่ร้อน แดดกำลังสีสวย ลมเอื่อย ๆ เหมาะกับการออกกำลังขาและกำลังตาเป็นยิ่งนักหลังนั่งหลังขดหลังแข็งกันมานาน
อ้าว...พี่ไม่ช่วยหนูเก็บของเข้าเต็นท์เลยนะ
เต้นท์ของเพื่อนสื่อมวลชน
ที่พัก 2 คืนของพวกเรา อยู่ริมราวป่า เช้า ๆ ได้ฟังคอนเสิร์ตนกชุดใหญ่ อย่ากระนั้นเลย เราไปเดินชมนกชมไม้กันดีกว่า มาดูกันซิว่า ป่าทุ่งใหญ่ที่ว่ามีความสมบูรณ์ขนาดเป็นมรดกโลกนั้น มีคุณค่าอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง คณะพี่เลี้ยงชาวค่ายแบ่งหนุ่มสาวและสื่อมวลชนออกเป็นหลายกลุ่มตามความชอบของกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ
คุณประพลสอนเทคนิคส่องนกอย่างไรให้เห็นเลข..เอ๊ยเห็นตัวนก มีคุณสลิลยืนประกบข้าง ๆ
แอคชั่นถ่ายรูปกันน่าดูชม แน่นอนแฟนพันธุ์แท้กล้วยไม้อย่างผม ไม่บอกก็รู้ว่าต้องไปกับคุณสลิล มีหนุ่ม ๆ ตามไปกับเราด้วย 4-5 คน แต่เอไม่มีสาว ๆ ร่วมก๊วนพวกเราด้วยเลย หรือว่า สาว ๆ ไม่กล้าประชันกับความงามตามธรรมชาติ เดินไปได้เพียง 100 เมตรเท่านั้น ก็ตื่นเต้นกันทันที อ้านั่นไง เห็นสีทอง ๆ เป็นย่อม ๆ อยู่บนคาคบไม้ตามราวป่าเบญจพรรณหน้าที่ทำการ เป็นกล้วยไม้สกุลหวายแน่นอน แต่จะเป็นเอื้องประเภทไหนกันแน่ผมคิด
คุณสลิล บรรยายเรื่องกล้วยไม้ป่าให้ฟังอย่างสนุกสนาน จนคุณต้าแห่ง เทรคกิ้งไทย ทำหน้าเคลิ้ม ปรากฎว่ากล้วยไม้ที่เราสำรวจพบมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น เอื้องคำ เอื้องนิ้วนาง เอื้องพรรณี เอื้องเทียนหนู เอื้องเขากวางอ่อน เอื้องเสือแผ้ว เอื้องลิ้นกระบือ เอื้องนางรุ้ง เอื้องเข็มหนู เอื้องยอดสร้อย และรองเท้านารีเมืองกาญฯ ระหว่างฟังบรรยายจากคุณสลิลอยู่นั้น คุณประพลก็ชี้ให้พวกเราดูนกมูมที่เกาะอยู่บนยอดไม้สูง จากกล้องดูนกเราพบว่าลำตัวนกมูมเป็นสีเทาจาง ๆ อกสีชมพู คล้าย ๆ นกพิราบแต่ตัวใหญ่กว่ามาก
คุณสีส่องกล้องดูนกมูมบนยอดไม้
เขากวางอ่อน Phalaenopsis cornucervi (Breda) Blume & Rchb. f.
กล้วยไม้สกุลหนึ่งที่สำรวจพบ
เอื้องช้างน้าว Dendrobium pulchellum Roxb. ex Lindl
เข็มแสด Ascocentrum miniatum (Lindl.) Schltr.
สิงโตประเภทหนึ่ง ขอเช็คก่อนครับ ทริปดูกล้วยไม้ยกนี้ถือว่าสมบูรณ์แบบมาก ๆ เพราะระยะทางเพียง 200 เมตรจากที่ทำการเขต ก็มีกล้วยไม้หลายสิบชนิดให้ชมกันเป็นบุญตา แถมความรู้เรื่องกล้วยไม้จากคุณสลิล ก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังจากใคร ยอมรับว่าเขาเก่งจริง ๆ
ฟังเสียงคุณสลิลบรรยายเรื่องกล้วยไม้ป่า ขากลับที่พัก คุณประพลลองภูมิกลุ่มคนรักกล้วยไม้ป่าว่า "ยอดสร้อยชอบป่าแบบไหนครับ" "ป่าเบญจพรรณมั้ง ก็ตะกี้ที่เห็นเป็นป่าเบญจพรรณนี่" หนุ่มคนหนึ่งตอบ "ผิดดดด.....คร้าบบบ... ยอดสร้อยชอบป่าคอนกรีต" ประพล ตอบเลียนท่าทางพิธีกรชื่อดัง "ยอดสร้อยไหนหว่า...?"หนุ่มคนนั้นถาม "ก็ยอดสร้อย โกมารชุนไงครับ บ้านอยู่กรุงเทพฯ" คุณประพลตอบหน้าตาย สิ้นเสียงพวกเราก็ขำกันกลิ้ง ไม่ว่ากันครับคุณประพลหรือพอล ของเพื่อน ๆ มีมุขน่ารัก ๆ มาอำกันเสมอ ...........พรุ่งนี้พบกับตำนานทุ่งใหญ่ และปรอดหัวโขนผู้มากไมตรี.......... ............................................................... หมายเหตุ : เรื่องอ่านประกอบ - แหล่งมรดกโลกบนผืนแผ่นดินจีน - รายงานพิเศษ ห้วยขาแข้ง..บ้านของเสือ" |