• BlueHill
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : charlee@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 126
  • จำนวนผู้ชม : 95842
  • จำนวนผู้โหวต : 320
  • ส่ง msg :
คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล

โรงเรียนบ้านพรุชิง

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



คุณชอบแหล่งท่องเที่ยวประเภทไหน
ทะเล
98 คน
น้ำตก
33 คน
ภูเขา-ดอย
128 คน
ห้างสรรพสินค้า
8 คน

  โหวต 267 คน
วันพุธ ที่ 18 เมษายน 2550
บทเรียนป่าจากทุ่งใหญ่นเรศวร ภาค 2
Posted by BlueHill , ผู้อ่าน : 1898 , 19:02:51 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว-ธรรมชาติ  
พิมพ์หน้านี้


ความเดิมตอนที่แล้ว ชาวคณะ"เรียนรู้คุณค่า ร่วมรักษา ศึกษามรดกโลก" ได้เดินทางมาถึงทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นวันแรกในช่วงเย็น หลังจากนั้นก็มีกิจกรรมศึกษาธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ กันครับ เช่น ส่องนก ดูกล้วยไม้ป่า และเดินป่าระยะสั้น ๆ ตาม trail ที่กำหนดไว้

@ เปิดตำนานทุ่งใหญ่กว่าจะเป็นป่ามรดก

          หลังจากเหนื่อยกันมาทั้งวัน  ชาวคณะต้องปฏิบัติภารกิจตามธรรมชาติเรียกร้อง คือ รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน  โดยมีคุณประพลทำหน้าที่ขับกล่อมเพลง มีนายBlueHill เป็นลูกคู่ สังเกตุว่าทุกคนต่างรีบร้อนกินข้าวเย็นให้เสร็จเร็ว ๆ คงเป็นเพราะอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอนระหว่างมือกีตาร์กับลูกคู่ จนถึงบัดนี้ยังนึกไม่ออก

             ช่วงค่ำวันนั้น เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้กล่าวแนะนำสถานที่  ประวัติความเป็น และโครงการที่ทางปตท.สผ.ให้การสนับสนุน    จากนั้นผู้เกี่ยวข้องโครงการ เช่น   คุณมารุต มฤคทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท.สผ.  , คุณ นพรัตน์ นาคสถิตย์ และ คุณศรัณย์ บุญประเสริฐ  รวมถึงเจ้าหน้าที่เขตฯ ก็นั่งล้อมวงสนทนาเรียงร้อยความหมายและลมหายใจของป่าทุ่งใหญ่ กว่าจะมาเป็นป่ามรดกโลก ภายใต้ดวงดาวที่เริ่มประกายแสงระยิบระยับ

            เจ้าหน้าที่เขตฯ เล่าตำนานป่าทุ่งใหญ่ให้ฟังตอนหนึ่งว่า เดือน มกราคม  2516   กรมป่าไม้ เข้าไปสำรวจเพื่อเตรียมจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และในปีเดียวกันนี้ ก่อนที่จะมีการประกาศให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ได้มีคณะนักล่าสัตว์กลุ่มใหญ่ ซึ่งมีข้าราชการ ทหาร พร้อมอาวุธทันสมัยเดินทาง โดยเครื่องบินปีกหมุนของทางราชการเข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่ทุ่งใหญ่ และเกิดเหตุเครื่องบินตกที่ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซากสัตว์ป่าจำนวนมากกระจายทั่วบริเวณ ทำให้มีการสอบสวนและเกิดเป็นคดีอื้อฉาวในขณะนั้น ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจึงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น 

ซากสัตว์ป่าที่ถูกล่า

 ทั้ง 2 ภาพนำมาจากเว็บไซต์ของชมรมอนุรักษ์ป่าตะวันตก

           ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้ถือเอากรณีนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลในการเรียกร้องประชาธิปไตยด้วย และนำสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประเทศไทยในเวลาต่อมา

          ด้าน คุณศรัณย์เสริมว่า ตอนนั้นอยู่ในสมัยรัฐบาลถนอม-ประพาส นักศึกษากำลังเรียกร้องขอประชาธิปไตย เนื่องจากไม่พอใจการปกครองแบบเผด็จการ พอเกิดกรณีการล่าสัตว์ที่ทุ่งใหญ่ กระแสเรียกร้องให้ถนอม-ประพาสลาออกก็ยิ่งรุนแรงขึ้น จะไม่ให้แรงได้อย่างไรเล่าครับ  เมื่อข้าราชการทหารทำผิดกฎหมายแท้ ๆ แถมเอาทรัพย์สินของราชการไปใช้ส่วนตัว กลับรอดคุกไปได้ เพราะข้ออ้างที่ว่าไปราชการ

       ที่ติดคุกมีคนเดียวคือ พรานชาวบ้านที่นำทางไปให้ยิงสัตว์   ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!!!

       อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายน   2517  ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ก็ได้รับการประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างเป็นทางการ นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมพื้นที่ 2,279,500 ไร่ 

ภาพเสือโคร่งและสัตว์ป่าที่ได้จาก
งานวิจัยเสือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ด้านตะวันตก ครั้งที่ ๑/๒๕๔๙
วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน - ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๙

สมเสร็จ สัตว์ป่าหายากอีกหนึ่งชนิด

กระทิงในทุ่งใหญ่นเรศวรแม้จะมีจำนวนน้อยกว่าห้วยขาแข้ง แต่ก็ตัวใหญ่กว่ามาก

           ส่วนคุณมารุต พูดถึง สาเหตุที่ปตท.สผ.ได้ร่วมลงนามกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในโครงการความร่วมมือ สงวน คุ้มครอง อนุรักษ์  และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่มรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรว่า ต้องการมีร่วมในการปรับปรุงระบบการสื่อความหมายในมิติต่าง ๆ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ผ่านทางการพัฒนาการจัดนิทรรศการ การยกระดับศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ป้านบอกทาง และคำอธิบาย ตลอดจนแผ่นพับสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ

          "การสนับสนุนเรื่องเหล่านี้  นอกจากจะทำให้นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนผืนป่าทุ่งใหญ่ได้รับความรู้คุณค่าและประโยชย์อย่างเอกอุแล้ว ยังจะเป็นการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเครือข่ายเยาวชนและชุมชน"คุณ มารุต กล่าว 

         ปตท.สผ.  ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (ซีเอสอาร์) ขณะที่อีกหลาย ๆ บริษัทที่ร่ำรวยเงินทองกลับไม่มี   และไม่ แต่กลีบมีเงินมีทองจัดงานกาลาดินเนอร์ที่แสนจะฟุ่มเฟือยและสิ้นเปลืองมาก โดยไม่มีประโยชน์อันใดคืนให้แก่สังคมเลย 
   
        ผมมองคนหนุ่มสาวนั่งล้อมวงฟังการสนทนาของชาวป่าอย่างตั้งอกตั้งใจ หลายคนแม้ง่วงนอน และต้องใช้ไม้ไล่ฝูงยุงที่รุมตอมกัด  แต่มิได้ลุกหนีไปไหน   ขอชมเชยครับ

        ค่ำคืนวันนั้น พวกน้อง ๆ ได้ซึมซาบแล้วครับว่า  ธรรมชาตินั้นสร้างสรรค์ สมดุลทุกเผ่าพันธุ์ เรียงร้อยบนพื้นดิน 

         เช้าวันที่ 2 ของชาวคณะ พวกเราตื่นกันแต่เช้า  ได้กาแฟอุ่น ๆ สักแก้ว ความหนาวเย็นจากไปโดยพลัน   คอนเสิร์ตนกยังคงทำหน้าที่ตามปกติ  ช่วงนี้ผมขอตัวแว่บไปถ่ายรูปกล้วยไม้ป่าที่ติดค้างจากวันวานเพราะแสงไม่พอ บางคนก็คว้ากล้องมาส่องดู ดูคึกคักกันตั้งแต่เช้า

ดูนกงานประจำที่ขาดไม่ได้ครับสำหรับทุ่งใหญ่นเรศวร

        วันนี้ชาวคณะมีกำหนดเดินทางไปสำรวจผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรบางช่วง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเอกลักษณ์เป็นพิเศษด้วยความที่เป็นผืนป่าที่แห้งแล้งที่สุดของป่ามรดกโลก การเดินทางต้องใช้รถ 4WD เพียงสถานเดียว เพราะเส้นทางบางช่วงบางตอนลาดชันและเป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง

          ระยะทางจากที่ทำการเขตฯไปถึงบริเวณเป้าหมายของเรานั้น เป็นเส้นทางไม่กี่กิโลเมตร แต่กินเวลานานถึง 3 ชั่วโมง ผมโชคดีที่นั่งไปคันเดียวกับคุณนพรัตน์ ได้ฟังท่านเล่าถึงเบื้องหลังแผนการสร้างเขื่อนน้ำโจน ซึ่งจะแยกป่าทุ่งใหญ่ด้านตะวันออกกับด้านตะวันตก  ออกจากเป็น 2 เสี่ยง แต่ขณะนี้หยุดชะงักลงไปเพราะเกิดกระแสคัดค้านอย่างหนัก

คุณนพรัตน์บรรยายสภาพป่าเบญจพรรณให้ชาวคณะ

ป่า 2 ข้างทางมักพบสัตว์ป่า เช่น เก้ง และไก่ป่า

          ระหว่างทางเป็นป่าเบญจพรรณผสมป่าไผ่ หลังจากนั้นเป็นเขตป่าดิบแล้ง   ซึ่งรอยไฟป่าที่ไหม้เป็นทางดำนั้น จะหยุดอยู่แค่ริมป่าดงดิบเท่านั้น  เพราะแพ้ความชุ่มชื้นของป่า    

        แม้จะมากันเป็นขบวนใหญ่  แต่เราก็พบสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น เก้ง ไก่ป่า ไก่ฟ้าหลังเทา  เหยี่ยว และรอยกระทิงที่ปรากฎบริเวณไล่ทาง เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นรอยกระทิงแม่ลุกที่ขึ้นมากินดินโป่ง นอกจากนั้น เรายังพบดอกกระเจียวสีชมพูขึ้นบริเวณป่าข้างทางด้วย คุณนพรัตน์บอกว่าเป็นคนละสายพันธุ์กับกระเจียวที่ป่าหินงาม

         ความเพลิดเพลินของป่า 2 ข้างทาง ทำให้เรามาถึงหน่วยพิทักษ์ป่าทิคองในเวลาไม่นานนัก จากจุดนี้เราจะพักกินข้าวเที่ยง และเดินทางต่อไปอีกประมาณ 30 นาที่จะถึงเป้าหมายของเรา จากปากทางเข้าตัวหน่วย มีแยกขวามือซึ่งจะเข้าไปบริเวณดินโป่งซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เขตฯนำเกลือเม็ดไปโรยไว้เพื่อเป็นอาหารเสริมของสัตว์

เอื้องคำบริเวณหน่วยทิคอง

เอื้องสายล่องแล่ง งามไม่แพ้กัน

           หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง เป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นแหล่งชมกล้วยไม้ป่า กล้วยไม้ที่สำรวจพบมีหลายชนิด เช่น เอื้องสายล่องแล่ง  เอื้องสายน้ำผึ้ง และเอื้องคำ   

ปรอดหัวโขน พระเอกในดวงใจผม

อีกลีลาหนึ่งครับ ไม่เบาเหมือนกัน

พี่ ๆ ถ่ายรูปผมทำไมครับ

           ขณะแยกไปกินข้าวเที่ยงตามลำพังของคนรักสันโดษ ผมก็ปะเข้ากับเพื่อนติดปีกจากราวไพรที่เข้ามาทักทาย ครับเขาละนกปรอดหัวโขนแสนสวย เขามาเกาะที่กิ่งไม้ห่างจากผมประมาณ 3 เมตรเห็นจะได้  ผมยกกล้องขึ้นมาปรับโฟกัส เขายังไม่หนีไปไหน แถมทำเอียงคอมองกล้องอีกต่างหาก เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบา  ๆ เขายิ่งทำท่าสนใจ  ไม่ตื่นคนเลย  

        ผมพยายามไม่รบกวนเขาอีก  เคลื่อนไหวช้า ๆ จากมาด้วยอาลัยอาวรณ์

เดินทางมาถึงจุดที่แล้งที่สุดในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร

           ขบวนของเราใช้เวลาอีกชั่วขณะเดินทางมาถึงเป้าหมายซึ่งเป็นป่าที่แห้งแล้งที่สุดของประเทศ มีต้นปรงและต้นเป้งเท่านั้นที่อาศัยอยู่ได้ ทราบไหมครับว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ฟังคำตอบจากคุณนพรัตน์ในคลิปวิดีโอนี้ได้เลยครับ

        

         จบคำบรรยายจากคุณนพรัตน์ ชาวคณะก็ชวนกันถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ท่ามกลางเปลวแดดที่ร้อนแรงสมเป็นป่าที่แห้งแล้งที่สุด จริง ๆ

         ขากลับเราแวะไปที่โป่งสัตว์บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง   ระหว่างทางที่เดินเท้าเข้าไป ผมพบกล้วยไม้ดินชื่อแผ่นดินเย็น เห็นชื่อแล้วอยากให้ปลูกกันใน 3 จ.ชายแดนใต้เยอะ ๆ ครับ

        จุดนี้มีคุณศรัณย์ทำหน้าที่บรรยายให้ฟังกันสด ๆ  บริเวณต้นไม้ใหญ่ใกล้ ๆ โป่งมีห้างผูกไว้ตามคาคไม้ 3-4 ห้าง คุณศรัณย์บอกว่าเป็นห้างเก่าที่พรานมาผูกทิ้งไว้ ตอนนี้เก่ามากแล้ว แต่ไม่อยากรื้อ ทิ้งไว้ให้ดูกันว่าพรานผูกห้างยิงสัตว์ยังไง และผูกไว้บริเวณไหน   ขืนใครขึ้นไปมีหวังตกลงมาเจ็บตัวเปล่า ๆ  

       โป่ง  เป็นแอ่งดินเค็มตามธรรมชาติ เป็นดินที่มีเกลือแร่ต่าง ๆ ปนอยู่ เช่น เกลือโซเดียมคลอไรด์ เกลือแคลเซียม แมกนีเซียม หรือ โปตัสเซียมเป็นต้น ดินโป่งมักเป็นดินเนื้อละเอียด แต่บางแห่งอาจมีกรวด กิน หรือ ทรายปนอยู่ เนื้อดินมีสีดำ หรือแดงลูกรัง หรือขาว เวลา ฝนตกมักมีน้ำขังเป็นตมอยู่ในแอ่งกลางโป่ง 

ชาวคณะยืนฟังคุณศรัณย์บรรยายเรื่องดินโป่ง

แม้อากาศจะร้อน แต่ไม่ทราบเพราะอะไร คุณประพลยังยิ้มได้เสมอ

กล้วยไม้แผ่นดินเย็น

        สัตว์ป่าที่กินพืชเป็นอาหาร เช่น อีเก้ง กวาง กระทิง ช้าง ฯลฯ ชอบมากินดินโป่งมากเพราะว่าสัตว์ป่าเหล่านั้นขาดเกลือแร่ นอกจากนั้นสัตว์ป่าชนิดที่มีเขายังต้องการเกลือแร่ แคลเซียม ไปบำรุงเขาให้งอกงามและแข็งแรงอีกด้วย

        คณะเราใช้เวลาชมโป่งไม่นานนัก ก็ตกบ่ายคล้อยแล้ว ต้องเดินทางย้อนรอยกลับกันเสียที พรุ่งนี้เช้ามีกิจกรรมให้ทำกันอีกคือ ช่วยเจ้าหน้าที่เขตฯทำฝายเก็บกักน้ำชั่วคราว ไว้ใช้ยามหน้าแล้งครับ  สถานที่ก็ไม่ได้ไกลนัก หลังที่ทำการเขตฯ นั่นเอง 

ลงขันช่วยทำฝายกันน้ำชั่วคราว

สาว ๆ ปตท.สผ.แข็งแรงน่าดูชมครับ

สำเร็จเรียบร้อยก็ชักรูปเป็นที่ระลึกตามฟอร์ม

        ในมุมมองของนักนิยมไพรอย่างนาย BlueHill แล้ว เห็นว่า   3 วันกับโครงการเรียนรู้คุณค่า ร่วมรักษา ศึกษามรดกโลก  แม้เป็นเพียงช่วงสั้น ๆ และแตะเพียงตะเข็บป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเท่านั้น แต่ก็มีความหมายและความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะในปัจจุบัน เยาวชนเด็กไทยหรือคนวัยหนุ่มสาวยังขาดความเข้าใจในวิธีของธรรมชาติอย่างถ่องแท้   ทำให้มองข้ามความสำคัญของป่า สรรพสัตว์ พรรณพืช จนก่อให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมติดตามมาอย่างมากมาย เช่น  โลกร้อน น้ำท่วม ฝนฟ้าผิดฤดูกาล รวมไปถึงการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่า และพันธ์พืชบางชนิด

           การจัดค่ายเยาวชน และพัฒนาหลักสูตรให้ความรู้แก่เยาวชนละชุมชนในพื้นที่ป่ามรดกโลก จึงมีคุณค่าอเนกอนันต์  เพื่อรักษาไว้ซึ่งผืนป่าตะวันตกผืนสุดท้ายของประเทศ

          จุดยืนของปตท.สผ.ถือว่าน่าชมเชยมาก เพราะเล็งเห็นว่า การสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม  เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศนั้น จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม

          หากประเทศไทยเรามีบริษัทขนาดใหญ่ที่เห็นคุณค่าป่าไม้ต้นน้ำลำธาร  ไม่ต้องมากแค่หลักสิบก็พอ ประเทศไทยเราในอนาคต จะไม่มีปัญหาทรัพยากรธรรมชาติสูญพันธุ์ไปอย่างแน่นอนครับ

            เมื่อก่อนโนน้น มีดงมีป่า  มาบัดนี้ไม่มีให้เห็น อยู่ป่าลึกลึกล้ำลำเค็ญ จึงได้เห็นยูงยางรำแพน

         ให้ขุนเขาโอบล้อมห่มน้ำเอาไว้ ให้ชีวิตสัตว์ไพรได้ผ่อนชีวา  ให้ผู้คนเข้าใจซึ่งความเมตตา 

         ไม่รู้จะต้องรอคอยอีกนานแสนนานเท่าไหร่...

.........................................................

 หมายเหตุ : อ่านประวัติทุ่งใหญ่นเรศวรจากเว็บไซต์ชมรมอนุรักษ์ป่าตะวันตก

                 http://www.thungyai.org/thai/forest/index.htm


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 50
BlueHill วันที่ : 02/05/2007 เวลา : 17.39 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

-น้องchaleeครับ พี่ถามนิดหนึ่งน้องทำงานอะไรครับนี้ ถึงได้ไปเจอเหตุการณ์อย่างนั่น เป็นอาสาสมัครหรือเปล่าครับ

-ขอบคุณครับคุณกัญจ์

- เข้าไปดูแล้วครับ ภาพสวย ๆ ทั้งนั้นเลยครับน้องลูกหยาดน้ำฟ้า โดยเฉพาะกล้วยไม้ดินถูกใจมากครับ
ความคิดเห็นที่ 49
ลูกหยาดน้ำฟ้า วันที่ : 02/05/2007 เวลา : 08.38 น.
http://www.oknation.net/blog/precipitation-son
บันทึกลูกหยาดน้ำฟ้า....(^(oo)^)...

แวะมาบอกลิ้งค์รูปที่น้องกรถ่ายไว้ค่ะ เผื่อพี่อยากดูรูปจากกล้องเด็ก สผ. มั่ง ค่ะ ตามนี้นะคะ -----> http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5367709/O5367709.html
ความคิดเห็นที่ 48
กัญจ์ วันที่ : 28/04/2007 เวลา : 21.00 น.
http://www.oknation.net/blog/mint
  อ ย่ า ม า ยั่ ว    เ ดี๋ ย ว หั ว ใ จ ล ะ ล า ย .

มาเห็น ความน่าชื่นใจแบบนี้ ดีใจค่ะ...
รักป่า รักเมืองไทย
ความคิดเห็นที่ 47
chalee วันที่ : 27/04/2007 เวลา : 14.42 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee

ชื่นใจจังค่ะ ได้เห็นธรรมชาติจากป่าจริง ๆ ไม่ใช่การหยิบป่ามาไว้ในบ้าน หรือหยิบป่ามาประดับตัว

น้องเคยเห็นคนแขวนเล็บเสือเขี้ยวเสือไว้ที่คอ
เคยเห็นคนลับลอบตัดไม้ในป่า เอาเลื่อยไฟฟ้าขนาดใหญ่ มาตัดไม้ใหญ่เหมือนเรื่องปกติ
เคยร่วมนำอัฐิของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ขึ้นไปไว้บนยอดเขา
เพื่อเฝ้าพิท้กษ์ป่า เพราะเขาสั่งคนใกล้ตัวไว้ก่อนตาย เหมือนรู้ว่าจะถูกฆ่า
เคยเห็นคนล่าวัวในป่า เสียงปืนลั่นก้องป่า ตามไปดูกับเจ้าหน้าทีป่าไม้ กำลังเถือเนื้อและตัดเขา มันเศร้าใจค่ะ

หวังว่าคนรักป่าจะมีมาก ๆ นะคะ โลกใบนี้จะได้ไม่ถูกกลืนกินไปมากกว่านี้

ชาลี
ความคิดเห็นที่ 46
BlueHill วันที่ : 27/04/2007 เวลา : 07.28 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

คุณfalcon ป่ายังเป็นแหล่งท่องเที่ยว+ศึกษาธรรมชาติอยู่เหมือนเดิมครับ รีบไปเลยครับ อย่างน้อยก็ช่วยให้เรามีกำลังใจ+กำลังกาย กลับมาลุยงานหนักครับ
ความคิดเห็นที่ 45
falcon วันที่ : 25/04/2007 เวลา : 20.47 น.
http://www.oknation.net/blog/falcon
"ศิลปะอยู่เหนือพลัง ผู้ใดทิ้งศิลปะย่อมเอาตัวไม่รอด" บาจรีย์ เขตร ศรียาภัย

ไม่ได้เข้าค่ายเข้าป่าจริงๆมาร่วม 20 ปีแล้ว
ดูแล้วคิดถึงอดีต ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 44
BlueHill วันที่ : 25/04/2007 เวลา : 16.39 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

-ยินดีครับน้องมดหวาน

-ขอบคุณครับน้องจ๋าที่ชอบ เรื่องนี้ตั้งใจเขียนมาก เลยปลื้มที่มีคนชอบ

- ตอบคุณmakkala ป่าทุ่งใหญ่กับทุ่งแสลงหลวงแตกต่างกันครับ ทั้งสภาพป่า สภาพอากาศ ครับ
ความคิดเห็นที่ 43
makkala วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 20.20 น.
http://www.oknation.net/blog/makkala

ชอบดอกกล้วยไม้ชื่อ แผ่นดินเย็น ชื่อไพเราะจริงๆ แล้ว เอื้องนิ้วนางนี่ชื่อจริงหรือเปล่าคะ ........ ถ้าโอกสก็อยากจะเข้าไปชมธรรมชาติที่ทุ่งใหญ่นเศวรบ้าง จะต่างจากทุ่งแสลงหลวงมาน้อยแค่ไหน
ความคิดเห็นที่ 42
น้องจ๋า วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 16.58 น.
http://www.oknation.net/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

เข้ามาทักทายค่ะ ชอบธรรมชาตืแบบนี้มากเลยค่ะ
อ่านแล้วสนุกค่ะ อยากไปจัง
ความคิดเห็นที่ 41
ปานชาลี วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 00.11 น.
http://www.oknation.net/blog/panchalee
มดหวานมาแล้วจ๊า

ตามมาดู กล้วยไม้ใส่เพชรค่ะ...เผื่อเพชรหลุด จะได้เก็บ ขอบคุณนะค่ะพี่บลูที่อุตส่าห์ไปหามา สวยค่ะ แต่สงัยโชว์ใบมากกว่าดอก
ความคิดเห็นที่ 40
BlueHill วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 22.30 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

-เยี่ยมมากครับคุณ fat_kj เดี๋ยวจะลองซาวน์เสียงหาผู้ร่วมอุดมการณ์ดูครับ

-คุณมดหวาน พี่เอารูปเอื้องนิ้วนางใสว่แหวนเพชร (รัสเซีย) มาให้แล้วครับ

-เดี๋ยวจะลองเข้าป่าลึกไปพิสูจน์ทฤษฎีนี้อีกทีครับคุณล่างฟานหวิน หรือจะลองถามผู้เชี่ยวชาญนกดูอีกทีก็ดีนะครับ
ความคิดเห็นที่ 39
BlueHill วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 15.52 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น


มาแล้วครับเอื้องนิ้วนางใส่แหวานเพชรครับผม
ความคิดเห็นที่ 38
ล่างฟานหวิน วันที่ : 22/04/2007 เวลา : 02.30 น.
http://www.oknation.net/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

ครับ นก ตามที่คุณบอกตัวอื่นๆ ก็คุน เข้าใกล้ ได้ แสดงว่า บางทีเป็นนกโดนกำเนิดที่นั่นจริงๆ แต่ คนไปท่องเทียวเยอะๆ ไปส่องนกหรือถ่ายภาพ บ่อยและไม่รังแก มันหรือทำให้มันตกใจ นกเลยกลายไปเป็นนกไม่กลัว คนคุ้นกับคนไปเลย จริง ซึ่งปกติผมเองก็ไม่เคยไปเที่ยวที่นั่นหรือไหนๆ ไกล จากจังหวัด ทีอยู่ เพราะเป็นไม่ชอบออกจากบ้าน วันๆ หนึ่งๆ ปีหนึ่ง ๆ ผมออกจากประตู หน้าบ้านไป แทบนับครั้ง ได้ (เป็นคำพูดที่เว่อร์นะครับ) นกคงคุ้นคน จริงๆ ครับ เมือคุณ ยกตัวอย่าง นกอื่น เพราะปกติ นกก็เหมอนกันเหมือนมัน สื่อสาร กันได้ ถ้ามันกลัว คนสักตัวสองตัว มันก็ กลัว หนึหมด แทบทั้งป่า ไปเลย เห็นคนไม่ได้ บิน หนีลูกเดียว เป็นส่วนใหญ่ นอกจาก มันไม่เห็นคนเท่านั้น พอเห็นก็บิน ทันที

ส่วนบริษัทผมเห็นด้วย ครับเมื่อเทียบกับรายได้บริษัท หรือบริษัท จดทะเบียน การให้ งบประมาณ หรือทุ่มเท กับสิ่งแวดล้อม น้อยมากๆ แต่บางบริษัท ที่ผมยกตัวอย่าง นั้นถือว่าเป็นบริษัทใหญ่ นะครับ เขาคงมีงบ ช่วยแต่อาจไม่จริงๆ หรือทุ่มเท ลุยเหมือนที่ แบบเดินป่าหรือเข้าค่าย สัมผัสจริง แต่เขาอาจทำแบบ สนับสนุน เมือหน่วยงานใดหรือใครมียื่นของบสนับสนุน เขาคงให้สักน้อย แบบคล้าย เป็นบริจาค ประมาณนั้นแหละ คือมีให้บ้างคงไม่ถึงขนาดไม่ให้เลย แต่เทียบรายได้ หรือทุน บริษัท ก็ คงน้อยนิดเดียว จรริงๆครับ น่าทุ่มเท ให้เยอะๆ บางบริษัทไปเน้น การท่องเทียวของพนักงานไปต่างประเทศ แทนการท่องเที่ยวการอุนรักษ์หรือท่องเที่ยวใน ไทย นะครับ
ความคิดเห็นที่ 37
ปานชาลี วันที่ : 22/04/2007 เวลา : 01.03 น.
http://www.oknation.net/blog/panchalee
มดหวานมาแล้วจ๊า

มดหวานตามมาขอบคุณพี่บลูค่ะที่อุตส่าห์หากล้วยไม้(เอื้องนิ้วนาง)มาฝาก แต่สวยสู้เอื้องคำ หรือเอื้อง ล่องแล่ง( แหม...ชื่อ)ในรูปนี้ไม่ได้เนอะ...มดหวานว่าเอื้องนิ้วนางที่ไม่สวยเท่าที่ควรอาจเป็นเพราะว่าไม่มีเพชรใส่แน่เลย อิอิ อ่ะ อ่ะ พูดเล่นค่ะมดหวานเองไม่ได้บ้าวัตถุขนาดนั้น

อ้อ ที่บอกว่ามีห้างเก่าๆของนายพรานอยู่...แล้วนายพรานไปไหนเอ่ย หรือว่าเป็นนายพรานกลุ่มเดียวกับนิทานของมดหวานหว่า

** สนุกค่ะ อยากให้มีกฎหมายังคับให้บริษัทใหญ่ๆนะต้องสนับสนุนการรักษาสิ่งแวดล้อมจัง(หมายถึงต้องจ่าย เป็นเปอร์เซ็นตืของผลกำไรนะ)...คงจะดี***
ความคิดเห็นที่ 36
fat_kj วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 23.10 น.
http://www.oknation.net/blog/area
I'm fat, but that's OK.

น่าสนใจครับ...เริ่มต้นจาก"ชมรมนักอนุรักษ์ธรรมชาติออนไลน์"ดีไหมครับสะสมผู้ร่วมอุดมการณ์...แล้วก็ไปร่วมทำกิจกรรมอะไรร่วมกันดีมั๊ยครับ
ความคิดเห็นที่ 35
BlueHill วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 21.09 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

คุณ fat_kj มาตั้งชมรมนักอนุรักษ์ธรรมชาติกันไหมครับ มาเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตำนานให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ความคิดเห็นที่ 34
BlueHill วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 15.34 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ครับคุณล่างฟานหวิน ผมเห็นด้วยในหลาย ๆ ประเด็น แต่สิ่งที่น่ากังวลสำหรับประเทศเราในขณะนี้ก็คือ ความจริงจังในการช่วยกันหยุดยั้งการล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนครับ ผมเองเห็นว่ามีไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ให้ความสำคัญและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง กลุ่มธุรกิจที่ก็น่าสรรเสริญมาก แต่มานั่งคิดดูแล้วมันมีกี่เปอร์เซนต์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครับ และเงินงบประมาณในการนำไปใช้เพื่อสิงแวดล้อมนันคิดเป็นกี่เปอร์เซนต์ของรายได้ครับ คำตอบของทั้ง 2 เรื่องคือน้อยมาก ๆ ครับ
แต่เมื่อเรามองย้อนกลับสักเมื่อ 10 -20 ปีก่อน สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าดีขึ้นมาบ้างครับ

คุณล่างฟานหวิน สมเป็นผู้ชำนาญการเลี้ยงนกจริง ๆครับ ผมขอแชร์ไอเดียนิดหนึ่งครับ มีนกหลายตัวที่ผมถ่ายได้ใกล้ ๆ เช่นนี้โดยที่เขาไม่ตื่น มีทั้งนกในป่าและนกในสวน ครั้งหนึ่งยามเช้า ณ ช่องเย็น กำแพงเพชร มีbirdwave มาหากินบริเวณ trail ที่ผมเดินอยู่ ผมเห็นนกนานาพันธุ์ได้ถนัดถนี่และใกล้ชิดมาก เขาทำเหมือนผมไม่มีตัวตนอยู่ณ ตรงนั้น ผมต้องยื นเฉย ๆ อยู่เป็นนาน จนกว่าพวกเขาจะจากไป
ถ้าเรามาเยี่ยงมิตร เขาจะต้อนรับเราเยี่ยงมิตรครับ ผมคิดเช่นนั้น
ความคิดเห็นที่ 33
ล่างฟานหวิน วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 14.21 น.
http://www.oknation.net/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

ดี ครับ ที่จัด ท่องเที่ยาเชิงอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม ผมเรียกว่า ท่องเที่ยว เพราะถือว่าพนักงานได้ไป ท่องเที่ยวไป ในตัว ถือเป็นการพักผ่อน จากหน้าที่การงานในประจำวัน การค่ายก็ ดีๆ มากครับ ทำเราได้เรียนรู้ที่อยู่ ร่วมกัน โครงการ เป็น โดรงการที่ดีๆ มากหลายหน่วยงานบริษัท นำไปเป็นอย่าง อาจชื่อโครงการยาวไป นิดหนึ่ง แต่ปรับเปลี่ยนได้ ตามความ "เรียนรู้คุณค่า ร่วมรักษา ศึกษามรดกโลก " คำว่า ศึกษา ตัดออกไป เหลือเพียง " เรียนรู้คุณค่า ร่วมรักษามรดกโลก " เรียนรู้กับศีกษา เป็นความหมาย คล้ายๆ กันแต่ ต่างที่นิยมใช้คำ เช่น เรียนรู้หมายถึงการที่เราพยายาม ปรับตัวให้กับสิ่งที่เป็นอยู่ก่อน ศึกษา อาจหมายถึงการต้องเจาะรายละเอี่ยดให้สึกถึงที่มา ความเป็นมาอย่างแจ่ม การเรียนรู้ไม่น่ากลัว ในการใช้คำ แต่การศึกษา บางครั้ง น่ากลัว เช่น การศึกษา การระเบิดของนิวเคียร์ การศึกษาวิธีทำงานของร่างกายมุษย์ คำว่า การเรียนรู้จะรู้สึกการการไม่ทำลาย คือรู้วิธีการเป็นอยู่ไม่ทำลาย มากกว่า แต่การศึกษา นั้นเพื่อโยขน์แต่มีทั้งการทำลาย ทำลายเพื่อศึกษา เหมือนการศึกษา วิสีกระสุนปืน ก็ ทองทดลองยิงปืนไป นั่นเอง แต่ ชมรม ที่ทำ เข้าข่าย อย่างนี้ คงไม่มีใครอยากทำลาย แน่ เพราะเห็นสภาพ จริง เพียงแต่ การใช้ สโลแกน เท่านั้น
บริษัทใหญ่ ในประเทศไทย ก็ มีหลายบริษัท เช่นกันที่ ช่วยสิ่งแวดล้อม อยู่ แต่วิธีการ อาจ ต่างๆ แต่บริษัท เองจริง และทุกเท กับสิ่งแวดล้อม ธรรมขาติ เช่นเดียวกันแต่ออาจไม่ มารูปแบบ การเข้าค่าย แต่เป็นรูปแบบ อื่นๆ เช่น
บุญรอด ไทยน้ำทิพย์ ปูนซิเมนต์ เสริมสุข การบินไทย
ก็ มีหลายบริษัท ซึ่งเคยเห็นและทราบว่า แต่รูปแบบ แต่ละบริษัทต่างๆ กันแต่เชื่อว่า บริษัท ส่วนใหญ่ ที่มีพนักงาน มากกว่า 5000 คน เขา ก็ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแน่ นอน ไม่ทางใด ทางหนึ่ง เพราะคนมากๆ การแข่งขันกัน มีหลายแนวคิด ที่จะสร้างชื่อเสียงให้บริษัท

นกปรอดหัวโขน (นกกรงหัวจุก) นั่นสวย มาก พอผมอยู่ปฎิริยา 3 ภาพ จังหวะการเล่นกล้อง ผมสงสัยและมั่นใจ ว่า นก ตัวนี้ ผ่านการเลี้ยงในกรง ของคนมานาน สมควแล้วครับ เพียงแต่เขาเอาปล่อย หรือเจ้าหน้าที่ยึดได้ แล้วนำมาปล่อย คงไม่ใช่เป็นนก ที่ไม่เคยถูกจับไปเลี้ยง แน่นอน ครับ เพราะดู ท่าทาง มันซิครับ นั่นเป็น ท่า ออดอ้อน เจ้าของ เหมือน กับขอหนอน ให้เจ้า ของป้อนหนอนให้ ครับ
แต่ดี แล้ว ดูในกรง มาก่อน แล้วกลับอยู่ ก็ ดีๆครับ อยู่ กรง คนเลี้ยง เอาใจ ดีๆ นก บางตัว ถึงปล่อย ก็ไม่ยอมไป จาก กรง เสียแล้ว ครับ
ความคิดเห็นที่ 32
BlueHill วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 10.23 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

-การเรียนรู้เรื่องธรรมชาติเพื่อเป้าหมายการอนุรักษ์ต้องให้ความรู้อย่างถูกวิธีกันตั้งแต่เล็ก ๆ ครับ อย่างที่คุณออกปากออกแบบ พูดนะถูกแล้วครับ แต่ไม่ใช่จะอนุรักษ์มันไปทุกอย่าง การอนุรักษ์ที่ถูกวิธีคื การอนุรักษ์เพื่อสามารถมีทรัพยากรไว้ใช้ได้ในระยะยาว ไม่ใช่ล้างผลาญกันจนเหี้ยนไม่เหลือเลย

-ถูกต้องครับคุณประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู ลำพังปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐอย่างเดียวคงไม่ไหว ตอนนี้พื้นที่ป่าทั่วประเทศเหลือไม่ถึง 30% ทั้งที่ในแผนของสภาพัฒน์กำหนดไว้ที่ 40% ถ้าพื้นที่ป่าลดลงอย่างต่อเนื่อง เห็นที่บ้านเมืองจะเจอวิกฤติสิ่งแวดล้อมแน่ ๆ ครับ

-คุณนักข่าวบ้านนอก เขียนมาเล่าให้ชาวบล็อกอ่านบ้างซิครับเรื่องดี ๆ ที่กำแพงเพชร เพื่อบริษัทอื่น ๆ สนใจนำไปใช้เป็นแบบอย่างบ้างครับ

-คุณpoyfon พูดได้ถูกใจเลยครับ

-คุณระจันผมตอบคอมเมนท์ไปแล้วนะครับในคห.ที่ 30 แต่ลืมใส่ชื่อคุณไง้ด้วย ต้องขอโทษอย่างแรงครับผม
ความคิดเห็นที่ 31
BlueHill วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 10.14 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

-คุณท่าน้ำนนท์ มีความคิดคล้าย ๆ กันเลยครับ ถ้ามนุษย์เราตกเป็นฝ่ายถูกล่าบ้าง จะรู้สึกอย่างไร ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราไม่ใช่เฉพาะแต่มนุษย์ด้วยกัน แต่ควรรวมไปถึงสัตว์ป่าและพันธุ์พืชด้วยครับ

-คุณพิม ขอบคุณหลาย ๆ ที่ตามมาอ่านภาค 2 ความจริงการล่าสัตว์ป่าแบบยิงเล่นยังไม่หมดนะครับ ล่าสุดก็มีข่าวว่ามีกลุ่มแม่นปืนอะไรนี่ เอาสัตว์ไปล่อเป็นเป้า มันน่าถูกจับยิงเป็นเป้าบ้างจัง

-ถูกต้องคร้าบคุณ kunjumpa เรื่องนี้ต้องช่วยกันหลาย ๆ ฝ่ายครับ โดยเริ่มจากตัวเราและคนใกล้ชิดครับ
ความคิดเห็นที่ 30
BlueHill วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 10.09 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

-ครับผมนายสิบหมื่น ขอบคุณครับที่แวะมาอ่านกัน ก็ต้องช่วยกันกันเรื่องการอนุรักษ์ โดยเอาเรื่องมาเป็นตัวชูโรง เรีกว่าการสัมผัสธรรมชาติเชิงอนุกรักษ์ นี่ผมได้ข่าวว่าท่านมุ้ยกำลังสร้างหนังเพชรพระอุมาอยู่ ผมกะจะไปสมัครเป็นตาบุญคำ ไม่รู้เขาจะรับหรือเปล่าครับ

-คุณ GPEN นึกแล้วว่าต้องชอบ แต่ยังมีอีกหลายช็อตนะ ไม่อยากลงเดี๋ยวเบื่อกัน โอกาสหน้าจะนำรูปนกหลายประเภทมาให้ชมกันอีกครับ ตอนนี้ทีตุนไว้ในคลังหลายภาพ

-ข้อดีของการไปศึกษาธรรมชาติเป็นหมู่คณะก็ดียังงี้แหละครับ คือได้รู้จักเพื่อนใหม่และได้ชมธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน
ความคิดเห็นที่ 29
poyfon วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 18.51 น.
http://www.oknation.net/blog/Rawewan


แวะมาเยี่ยมค่ะ รูปภาพสวยมากเลย ถ้าไม่มีธรรมชาติในโลกนี้ มนุษย์ก็คงอยู่ไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 28
นักข่าวบ้านนอก วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 18.26 น.
http://www.oknation.net/blog/opel