| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
1) 22 พฤษภาคม 2550 ... มีบล็อกเกอร์หลาย ๆ ท่านอยากให้ผมเขียนเรื่องกาแฟสดต่อ ผมขออนุญาตพักไว้สักระยะหนึ่งก่อนนะครับ ต้องขอโทษด้วย ไม่ใช่ไม่มีเรื่องเขียนนะ ผมมีเรื่องเก็บไว้ในสต็อกถึง 2 เรื่องซ้อน คือ แนะนำร้านกาแฟแถวสวนหลวงร.9 กับคลิปวิดีโอแป๊ะหลีชงกาแฟสด แต่อยากจะตามติดความเคลื่อนไหวกการสังหารโหดกวางผา 2 แม่ลูกที่กิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต่อ เรื่องนี้เราต้องกัน กระทุ้ง กระแทก แรง ๆ ครับ ช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา ผมเองได้พยายามติดตามข่าวความคืบหน้าของเหตุการณ์ด้วยความกังวล โทร.เช็คข่าวจากเพื่อน ๆ ในกลุ่มและชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติต่าง ๆ ขณะที่ในบล็อกโอเคเนชั่นเอง หลังจากผมตะโกนเรื่องนี้ออกไป ก็มีการแสดงความคิดเห็นเข้ามากันมากว่าไม่เห็นด้วยกับ"รอยเลือด"ที่ปรากฎขึ้นล่าสุดบนกิ่วแม่ปาน คุณวิหคพลัดถิ่น ร่วมจุดกระแสรณรงค์ด้วยข้อเขียน "กู่ก้องร้องตะโกนถามหามนุษยธรรมของเจ้ากวางน้อยด้วยบทกลอน และบทเพลง สัตว์รักสัตว์ (พงสิทธิ์ คัมภีร์) สืบเจตนารมณ์พี่ชาลี BlueHill" เขียนลำนำประณามความโหดร้ายของมนุษย์ และทวงถามความยุติธรรมให้แก่เพื่อนร่วมโลกต่างเผ่าพันธุ์ ขณะที่คุณ vickie ช่วยกู่ตะโกนอีกคน ในรูปแบบของ "VickieTalk3 : ในวันที่เสียงกรีดร้อง ... ก้องผาสูงกิ่วแม่ปาน !!! " สัมภาษณ์สดคุณประทีบ หัวหน้าทีมวิจัยกวางผา สถานีวิจัยสัตว์ป่าเชียงดาว ที่มาเล่าให้ฟังในวันที่ไปเจอเหตุการณ์ ภาพสะท้อนวันนั้น ฝ่ายหนึ่งซุ่มเก็บข้อมูลกวางผา ส่วนอีกฝ่ายซุ่มยิงกวางผา ผมขอขอบคุณทั้ง 2 ท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ รวมไปถึงทุก ๆ ท่านที่สนใจเรื่องนี้ ไม่ต้องการให้เงียบไปกับสายลม ตัวผมเองเห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นกับกวางผา 2 แม่ลูก แต่กลับไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่าการกระตุ้นเร่งเร้าให้ประชาชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบนดอยสูง 1. ทำไมพรานสามารถลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ในป่ากิ่วแม่ปาน ซึ่งควรจะเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสัตว์ป่าทุกตัวได้ 2.เจ้าหน้าที่ อุทยานฯ ได้จับกุมพรานผู้ล่าได้แล้ว ปรากฎว่า เป็นพรานท้องถิ่น แต่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ าและพรรณพืช กลับบอกว่า เป็นการกระทำของชนกลุ่มน้อยจากประเทศเพื่อนบ้าน ตกลงผมจะเชื่อใครดี ข่าวที่ขัดแย้งกันแสดงว่าไม่ได้มีการแจ้งไปยังหน่วยเหนือใช่หรือไม่ 3. ทำไมการปราบปรามและสร้างมวลชนกับชาวบ้าน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่า จึงล้มเหลวลงทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยเข้มแข็งมาก 4. อุทยานฯจะมีมาตรการอะไรป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบล่าสัตว์ป่าเกิดขึ้นอีกบนกิ่วแม่ปาน คำถามสั้น ๆ ง่าย ๆ เป็นปริศนาคาใจที่ยังไม่มีใครตอบ!!! ผมว่าทุกคนคงอยากทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด เท่าที่ทราบจากเพื่อนกลุ่มอนุรักษ์ ความหย่อนยานเกิดจากการใส่เกียร์ว่างของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รอวันเกษียณอายุ ทำให้ระดับรองลงมาปล่อยปละละเลยต่องานตรวจตราและปราบปราม รีสอร์ท Ecohub ที่ผุดขึ้นบริเวณพื้นที่ของดอยอินทนนท์ อาจเป็นคำตอบได้อย่างดีว่า เจ้าหน้าที่บางคนเอาจริงเอาจังกับงานอะไรมากกว่ากัน... ว่ากันซื่อ ๆ นะครับ เจ้าหน้าที่คนไหนดี เราให้กำลังใจ คนไหนไม่เอาถ่าน เราก็ขอประณาม!!! อีกประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ ข่าวการปล่อยให้ของเสียจากห้องน้ำบนอุทยานฯไหลซึมเข้าสู่ตาน้ำของแม่ปิงที่ไหลลงสู่อ.จอมทอง โดยไม่มีการนำถัง bio -z มาใช้เพื่อกรองน้ำเสียแต่อย่างใด เรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ อย่างไร เราอยากให้เจ้าหน้าที่รีบชี้แจงโดยด่วน !!! .................................................... หยุดเถิดมนุษย์! ในนามของสัตว์ป่า(กรณีฆ่ากวางผา 2 แม่ลูก) 2) 16.40 นาฬิกาของวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2550 ขณะรถแท็กซี่พาผมมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกรุง ผมได้รับสัญญาณโทรศัพท์จากพอล เพื่อนหนุ่มนักนิยมไพรเช่นเดียวกัน "พี่ เปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์หรือยัง มีเรื่องด่วน" พอลพูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน "ยังเลยครับ มีเรื่องอะไรครับ"ผม (ตอนนั้นคิดอยู่ในใจว่า ต้องมีเรื่องร้าย ๆ อะไรแน่นอนเกี่ยวกับธรรมชาติสักอย่าง ) ยังไม่ทันไร เสียงของพอล ดังขึ้นอีกว่า "มีการล่ากวางผา 2 แม่ลูกที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ล่ากันกลางวันแสก ๆ เลย ยิงตายทั้งแม่ทั้งลูก " เสียงเข้ม ๆ ของพอลลอยออกมา "เฮ้ย...ใครฆ่าว่ะ" เสียงผมดังลั่นรถแท็กซี่ จนพลขับหันมามอง "ชาวเขาแถวนั้นนั่นแหละ ทีมล่ามีประมาณ 3 คน มีคนดักถ่ายภาพได้ตอนกำลังล่า ขนาดทำเสียงดังให้พวกมันรู้ตัวแล้วว่ามีคนเห็นเหตุการณ์ มันยังไม่สนใจเลยครับพี่" พอล "อ้าว... แล้วเจ้าหน้าที่ฯเขาไปอยู่ไหนวะ ปล่อยให้ล่ากันกวางวันแสก ๆ เลยหรือนี่ กวางผาน่ะ สัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์นะ ไม่ใช่ปลาดุกปลาช่อนแถวตลาด แล้วจับคนล่าได้หรือเปล่า " ผมยิงคำถามเป็นชุด "จับไม่ได้ ตอนเจ้าหน้าที่ไปถึงพวกมันหนีไปแล้ว เลยยึดกลับมาได้แต่ซาก 2 แม่ลูกที่ถูกแล่เนื้อจนเหลือแต่กระดูก ผมว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯคงรู้นะว่าเป็นใคร แต่ยังจับไม่ได้ อาจเป็นชาวเขาแถว ๆ นั้น " เสียงของพอลเริ่มดัง ซึ่งบ่งบอกอารมณ์อันพลุ่งพล่านของเขา "แล้วหัวหน้าสุรชัยไปไหน ปล่อยให้เกิดเรื่องอุบาทว์อย่างนี้ได้ไงวะ.." ผมถาม "ย้ายไปแล้วพี่ ไปอยู่ดอยสุเทพ (หมายถึงอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย) ทางกรมฯเขาต้องการพัฒนาดอยอินฯให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้คนไปเที่ยวกันมาก ๆ งานอนุรักษ์และปราบปรามเลยเสื่อมลง " พอล "แตกหมดแล้ว ลุงตั๋นย้ายตามหัวหน้าสุรชัยไปอยู่ดอยสุเทพ ส่วนยะ ตอนนี้ไม่สบายหนักมากนอนอยู่โรงพยาบาล" พอลตอบมา ...น้ำเสียงหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด (ขณะคุยโทรศัพท์กับพอล ผมยังคิดว่า คุณสุรชัย ท้วมสมบูรณ์ ยังเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์อยู่ คุณสุรชัย บุรุษผู้มีขึ้นชื่อลือชาด้านงานอนุรักษ์สัตว์ป่า ปลุกปั้นทีมสื่อความหมายธรรมชาติของดอยอินทนนท์จนเป็นที่รู้จักกันทั่วในด้านความสามารถและประสิทธิภาพในการชักชวนให้ชนชาวเขาเลิกล่าสัตว์ป่าด้วยวิธีสอนให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของธรรมชาติ ไม่ใช้ความรุนแรง มีลุงตั๋น มณีโต หัวหน้าทีมสื่อความหมาย ชายผู้สูญเสียนัยน์ตาไปข้างหนึ่งจากการปะทะกับพรานล่าสัตว์ และยะกับบอม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ) "ตาย.. ่า"ผมอุทาน " เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ... " ใจผมบาดเจ็บไม่ต่างไปจากพอล เหมือนเราทั้งคู่ต่างเป็นผู้สูญเสียด้วย ผมจบการสนทนากับพอล .. ผมรู้ว่าต้องมีคนสนใจเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะว่าการฆ่ากวางผาเป็นข่าวใหญ่ แต่เพราะว่าเขามีหัวใจของความยุติธรรม เขาต้องคืนความยุติธรรมให้กวางผาได้... กลับมาที่ออฟฟิศ ผมเข้าไปเปิดอ่านรายละเอียดจาก Thailand Wilderness Study เว็บไซต์ของคนอนุรักษ์ดอกไม้ กล้วยไม้ และสัตว์ป่า - กวางผา.. เจ้าไม่ตายฟรีแน่.. รวมกระทู้เกี่ยวเนื่องกับม้าเทวดา 3 กระทู้ กระทู้ที่ 1 เปิดตัวโดย jungleman เกี่ยวกับการได้รับรู้ข่าวการล่าครั้งนี้ - ขอให้เป็นกวางผาตัวสุดท้ายที่ถูกล่าบนโลกใบนี้ กระทู้ที่ 2 เปิดโดย color ในขณะเวลาที่ได้พบกับทีมงานวิจัยผู้ทุ่มเททำงานสวนทางกับพรานป่า - ฤๅ กวางผา จะเหลือแต่ตำนาน เล่าขานไว้ให้ลูกหลานฟัง...หากไม่มีคนกลุ่มนี้ กระทู้ที่ 3 มาแบบตะโกนถามสังคม โดย Blowin in the Wind. - ได้ยินไหมเพื่อน ได้ยินไหม ???
................................................................ 3) ผมตกใจกับข่าวร้ายเรื่องนี้มาก เพราะกวางผา เป็น 1 ใน 15 สัตว์ป่าสงวนของไทยที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง กวางผา มีฉายาว่า"ม้าเทวดา" เพราะความที่กีบเท้าสามารถไต่ตามผาสูงชันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนม้าของเทวดา มีประชากรลดน้อยลงอย่างรวดเร็วจากการไล่ล่า สำรวจพบในป่าบ้านเราไม่กี่แห่ง เช่น ดอยม่อนจอง และดอยอินทนนท์ กวางผาทำผิดอะไร ทำไมต้องถูกฆาตกรรมโหด เราอยู่ร่วมกันอย่างมิตรภาพไม่ได้เชียวหรือ เมื่อไหร่มนุษย์จะมองสัตว์ป่าเป็นเหมือนเพื่อนร่วมโลก มนุษย์ฆ่าแล้วก็ฆ่า ฆ่าได้แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันเอง ....วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวเรื่องนี้....
กรมอุทยานฯชี้กวางผาถูกล่าใกล้สูญพันธุ์ นักวิจัยสัตว์ป่าร้องเรียนพบ กวางผาดอยอินทนนท์ถูกล่าหนักล่าสุดพบพรานท้องถิ่นไล่ล่าชำแหละกวางผาสองแม่ลูกเพื่อขายกะโหลกและเขา ขณะที่อธิบดีกรมยอมรับ ใกล้สูญพันธุ์ เหตุชนกลุ่มน้อยตะเข็บชายแดนลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ป่า จากกรณี กวางผาซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แม่ลูก 2 ตัว ถูกล่า โดยพรานป่าท้องถิ่น บนดอยอินทนนท์ นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จะตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ป่า และการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้บริเวณแนวตะเข็บชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ ส่วนหนึ่งมาจากชนกลุ่มน้อยที่อพยพเข้ามาอาศัยในฝั่งไทย ซึ่งบางส่วนมีการตั้งถิ่นฐานถาวรบนดอยสูง ทำไร่เลื่อนลอย แต่บางส่วนก็แอบลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ ทั้งนี้ แม้สถานการณ์การลักลอบล่าสัตว์ป่าหายาก จะลดน้อยลงก็จริง แต่การลักลอบก็ยังคงมีอยู่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะตามแนวรอยต่อป่าภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลป่าผืนใหญ่ อาทิเช่น ดอยหลวงเชียงดาว ดอยอินทนนท์ แม้กระทั่งเขาใหญ่ ที่ครอบคลุมหลายจังหวัด ยังสอดส่องดูแลไม่ทั่วถึงอย่างแน่นอน อีกทั้งคงไม่โทษว่าเป็นความหละหลวมของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ยอมรับว่าปัญหาชนกลุ่มน้อย เป็นเรื่องที่แก้ยาก แม้แต่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเองก็ยังแสดงความห่วงใยต่อปัญหาชนกลุ่มน้อยที่ทะลักเข้ามามากในหลายจังหวัด เช่น แถว สมุทรสาคร ขณะที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของไทยกลับพยายามเรียกร้องให้สัญชาติ โดยไม่ได้มองถึงผลกระทบที่ตามมาในอนาคต เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ต้องประสานความร่วมมือกับหลายส่วน นาย เฉลิมศักดิ์ กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทีมนักวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืช ได้พบกวางผา ซึ่งสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ถูกพรานล่าบนดอยอินทนนท์ ด้วยน้ำมือของพรานท้องถิ่น เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2550 โดยชำแหละเนื้อเหลือเพียงหัวและเขาเพื่อนำไปขายให้นักสะสมเขาสัตว์ป่า โดย ทีมวิจัยกวางผา ระบุว่าการล่ากวางผาเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งถูกล่าโดยชนกลุ่มน้อยจนเหลือจำนวนไม่มากนัก สำหรับข้อมูลของกวางผาลักษณะคล้ายแพะ ความสูงที่ไหล่ 50 - 70 เซนติเมตร หนักประมาณ 22 - 32 กิโลกรัม ขนบนลำตัวสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลปนเทา มีแนวสีดำตามสันหลังไปจนจรดหาง ด้านใต้ท้องสีจางกว่าด้านหลัง หางสั้นสีดำ เขาสีดำมีลักษณะเป็นวงแหวนรอบโคนเขา และปลายเรียวโค้งไปทางด้านหลัง มีขาที่แข็งแรง สามารถกระโดดตามชะง่อนผาได้อย่างว่องไว พบตามยอดเขาสูงชันจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี อาหารได้แก่ พืชตามสันเขาและหน้าผาหิน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งท้องนาน 6 - 8 เดือน มีอายุประมาณ 8 - 10 ปี กวางผาอาศัยในพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่แคว้นแคชเมียร์ลงมาจนถึงแคว้นอัสสัม จีนตอนใต้ พม่าและตอนเหนือของประเทศไทย ในประเทศไทยมีรายงานพบกวางผาตามภูเขาที่สูงชันในหลายบริเวณ เช่น ดอยม่อนจอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ดอยเสี่ยม ดอยมือกาโต จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณสองฝั่งลำน้ำในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จังหวัดตาก โดยจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งใน 15 ชนิดของประเทศไทย และอนุสัญญา CITES จัดไว้ใน Appendix I สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากการบุกรุกถางป่าที่ทำไร่เลื่อนลอยของชาวเขาในระยะเริ่มแรก และชาวบ้านในระยะหลัง ทำให้ที่อาศัยของกวางผาลดน้อยลง เหลืออยู่เพียงตามยอดเขาที่สูงชัน ประกอบกับการล่ากวางผาเพื่อเอาน้ำมันมาใช้ในการสมานกระดูกที่หักเช่นเดียวกับเลียงผา จำนวนกวางผาในธรรมชาติจึงลดลงเหลืออยู่น้อยมาก ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ........................................... 4) อยากให้มนุษย์ลองฟังเสียงป่าตะโกนบ้าง.... ขอขอบคุณเพลงป่าตะโกน ในอัลบั้มป่าตะโกน ของศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตก
ภาพจากเว็บไซต์ http://www.sarakadee.com คลิกอ่านเรื่อง บันทึกนักเดินทาง : ม้าเทวดาแห่งกิ่วแม่ปาน
|