• BlueHill
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : charlee@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 126
  • จำนวนผู้ชม : 95842
  • จำนวนผู้โหวต : 320
  • ส่ง msg :
คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล

โรงเรียนบ้านพรุชิง

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณชอบแหล่งท่องเที่ยวประเภทไหน
ทะเล
98 คน
น้ำตก
33 คน
ภูเขา-ดอย
128 คน
ห้างสรรพสินค้า
8 คน

  โหวต 267 คน
วันเสาร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2550
ป่าตะโกนทวงถามความยุติธรรม!!! (กรณีฆ่ากวางผา 2 แม่ลูก)
Posted by BlueHill , ผู้อ่าน : 2068 , 09:55:16 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว-ธรรมชาติ  
พิมพ์หน้านี้


1) 22 พฤษภาคม 2550 ... มีบล็อกเกอร์หลาย ๆ ท่านอยากให้ผมเขียนเรื่องกาแฟสดต่อ ผมขออนุญาตพักไว้สักระยะหนึ่งก่อนนะครับ ต้องขอโทษด้วย  ไม่ใช่ไม่มีเรื่องเขียนนะ  ผมมีเรื่องเก็บไว้ในสต็อกถึง 2 เรื่องซ้อน คือ แนะนำร้านกาแฟแถวสวนหลวงร.9  กับคลิปวิดีโอแป๊ะหลีชงกาแฟสด

       แต่อยากจะตามติดความเคลื่อนไหวกการสังหารโหดกวางผา  2 แม่ลูกที่กิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต่อ  เรื่องนี้เราต้องกัน กระทุ้ง กระแทก แรง ๆ ครับ 

        ช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา ผมเองได้พยายามติดตามข่าวความคืบหน้าของเหตุการณ์ด้วยความกังวล  โทร.เช็คข่าวจากเพื่อน ๆ ในกลุ่มและชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติต่าง ๆ  ขณะที่ในบล็อกโอเคเนชั่นเอง หลังจากผมตะโกนเรื่องนี้ออกไป ก็มีการแสดงความคิดเห็นเข้ามากันมากว่าไม่เห็นด้วยกับ"รอยเลือด"ที่ปรากฎขึ้นล่าสุดบนกิ่วแม่ปาน

     คุณวิหคพลัดถิ่น ร่วมจุดกระแสรณรงค์ด้วยข้อเขียน "กู่ก้องร้องตะโกนถามหามนุษยธรรมของเจ้ากวางน้อยด้วยบทกลอน และบทเพลง สัตว์รักสัตว์ (พงสิทธิ์ คัมภีร์) สืบเจตนารมณ์พี่ชาลี BlueHill"   เขียนลำนำประณามความโหดร้ายของมนุษย์ และทวงถามความยุติธรรมให้แก่เพื่อนร่วมโลกต่างเผ่าพันธุ์

      ขณะที่คุณ vickie ช่วยกู่ตะโกนอีกคน ในรูปแบบของ "VickieTalk3 : ในวันที่เสียงกรีดร้อง ... ก้องผาสูงกิ่วแม่ปาน !!!  "  สัมภาษณ์สดคุณประทีบ หัวหน้าทีมวิจัยกวางผา สถานีวิจัยสัตว์ป่าเชียงดาว ที่มาเล่าให้ฟังในวันที่ไปเจอเหตุการณ์  ภาพสะท้อนวันนั้น ฝ่ายหนึ่งซุ่มเก็บข้อมูลกวางผา ส่วนอีกฝ่ายซุ่มยิงกวางผา

        ผมขอขอบคุณทั้ง 2 ท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ รวมไปถึงทุก ๆ ท่านที่สนใจเรื่องนี้ ไม่ต้องการให้เงียบไปกับสายลม

     ตัวผมเองเห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นกับกวางผา 2 แม่ลูก แต่กลับไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่าการกระตุ้นเร่งเร้าให้ประชาชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบนดอยสูง
 
        จากการวิเคราะห์ร่วมกับหลาย ๆ ท่าน  ผมได้ข้อสรุปว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องปัญหาการล่าสัตว์อนุรักษ์บนกิ่วแม่ป่านแต่เพียงเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้ล่ากับผู้ถูกล่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว  แต่มันเป็นปัญหาด้านการบริหารจัดการที่หละหลวมภายในอุทยานฯที่สะสมหนักมากขึ้นทุกวัน  จากการบ่มเพาะขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แลัวแตกกระจายออกไปโดยมีการฆ่ากวางผา 2 แม่ลูกเป็นสัญลักษณ์ในเชิงรูปธรรม
 
       ผมมั่นใจว่า  การเสียชีวิตของกวางผา ไม่ได้เกิดจากชนกลุ่มน้อยตามตะเข็บชายแดนที่หลบเข้ามาไล่ล่าสัตว์ในป่าของเราตามที่นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ  อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพรรณพืช ให้สัมภาษณ์ แต่เกิดจากฝีมือของพรานท้องถิ่นเอง!!!
 
        ด้วยความอึดอัดกับการนิ่งเงียบของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ผมอยากจะตั้งคำถามซ้ำอีกครั้งซึ่งบัดนี้ประชาชนผู้สนใจยังไม่ได้รับคำตอบ ดังนี้ 

               1. ทำไมพรานสามารถลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ในป่ากิ่วแม่ปาน ซึ่งควรจะเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสัตว์ป่าทุกตัวได้

                2.เจ้าหน้าที่ อุทยานฯ ได้จับกุมพรานผู้ล่าได้แล้ว ปรากฎว่า เป็นพรานท้องถิ่น แต่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ าและพรรณพืช   กลับบอกว่า  เป็นการกระทำของชนกลุ่มน้อยจากประเทศเพื่อนบ้าน ตกลงผมจะเชื่อใครดี  ข่าวที่ขัดแย้งกันแสดงว่าไม่ได้มีการแจ้งไปยังหน่วยเหนือใช่หรือไม่  

                3. ทำไมการปราบปรามและสร้างมวลชนกับชาวบ้าน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่า จึงล้มเหลวลงทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยเข้มแข็งมาก

              4.  อุทยานฯจะมีมาตรการอะไรป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบล่าสัตว์ป่าเกิดขึ้นอีกบนกิ่วแม่ปาน

             คำถามสั้น ๆ ง่าย ๆ    เป็นปริศนาคาใจที่ยังไม่มีใครตอบ!!! ผมว่าทุกคนคงอยากทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด

             เท่าที่ทราบจากเพื่อนกลุ่มอนุรักษ์ ความหย่อนยานเกิดจากการใส่เกียร์ว่างของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รอวันเกษียณอายุ ทำให้ระดับรองลงมาปล่อยปละละเลยต่องานตรวจตราและปราบปราม  รีสอร์ท Ecohub ที่ผุดขึ้นบริเวณพื้นที่ของดอยอินทนนท์ 

           อาจเป็นคำตอบได้อย่างดีว่า เจ้าหน้าที่บางคนเอาจริงเอาจังกับงานอะไรมากกว่ากัน... ว่ากันซื่อ ๆ นะครับ เจ้าหน้าที่คนไหนดี เราให้กำลังใจ คนไหนไม่เอาถ่าน เราก็ขอประณาม!!!

           อีกประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ ข่าวการปล่อยให้ของเสียจากห้องน้ำบนอุทยานฯไหลซึมเข้าสู่ตาน้ำของแม่ปิงที่ไหลลงสู่อ.จอมทอง โดยไม่มีการนำถัง bio -z มาใช้เพื่อกรองน้ำเสียแต่อย่างใด 

          เรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ อย่างไร  เราอยากให้เจ้าหน้าที่รีบชี้แจงโดยด่วน  !!!
                    
          ปัญหาการล่าสังหารกวางผา 2 แม่ลูกบนจุดไข่แดงของป่าอินทนนท์  อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหาด้านการอนุรักษ์บนดอยสูงทั้งหมดที่กำลังทยอยโผล่ออกมาให้เห็นกัน ก็เป็นได้ครับ...

....................................................

หยุดเถิดมนุษย์! ในนามของสัตว์ป่า(กรณีฆ่ากวางผา 2 แม่ลูก)

2)   16.40  นาฬิกาของวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2550 ขณะรถแท็กซี่พาผมมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกรุง  ผมได้รับสัญญาณโทรศัพท์จากพอล เพื่อนหนุ่มนักนิยมไพรเช่นเดียวกัน

        "พี่ เปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์หรือยัง   มีเรื่องด่วน" พอลพูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน

        "ยังเลยครับ มีเรื่องอะไรครับ"ผม (ตอนนั้นคิดอยู่ในใจว่า ต้องมีเรื่องร้าย ๆ อะไรแน่นอนเกี่ยวกับธรรมชาติสักอย่าง )

        ยังไม่ทันไร เสียงของพอล ดังขึ้นอีกว่า

      "มีการล่ากวางผา 2 แม่ลูกที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์   ล่ากันกลางวันแสก ๆ เลย ยิงตายทั้งแม่ทั้งลูก " เสียงเข้ม  ๆ ของพอลลอยออกมา

      "เฮ้ย...ใครฆ่าว่ะ" เสียงผมดังลั่นรถแท็กซี่ จนพลขับหันมามอง

      "ชาวเขาแถวนั้นนั่นแหละ ทีมล่ามีประมาณ 3 คน  มีคนดักถ่ายภาพได้ตอนกำลังล่า ขนาดทำเสียงดังให้พวกมันรู้ตัวแล้วว่ามีคนเห็นเหตุการณ์ มันยังไม่สนใจเลยครับพี่" พอล

        "อ้าว... แล้วเจ้าหน้าที่ฯเขาไปอยู่ไหนวะ  ปล่อยให้ล่ากันกวางวันแสก ๆ เลยหรือนี่   กวางผาน่ะ สัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์นะ ไม่ใช่ปลาดุกปลาช่อนแถวตลาด  แล้วจับคนล่าได้หรือเปล่า " ผมยิงคำถามเป็นชุด

      "จับไม่ได้ ตอนเจ้าหน้าที่ไปถึงพวกมันหนีไปแล้ว เลยยึดกลับมาได้แต่ซาก 2 แม่ลูกที่ถูกแล่เนื้อจนเหลือแต่กระดูก  ผมว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯคงรู้นะว่าเป็นใคร แต่ยังจับไม่ได้   อาจเป็นชาวเขาแถว ๆ นั้น " เสียงของพอลเริ่มดัง  ซึ่งบ่งบอกอารมณ์อันพลุ่งพล่านของเขา

      "แล้วหัวหน้าสุรชัยไปไหน ปล่อยให้เกิดเรื่องอุบาทว์อย่างนี้ได้ไงวะ.." ผมถาม

      "ย้ายไปแล้วพี่ ไปอยู่ดอยสุเทพ (หมายถึงอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย) ทางกรมฯเขาต้องการพัฒนาดอยอินฯให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้คนไปเที่ยวกันมาก ๆ งานอนุรักษ์และปราบปรามเลยเสื่อมลง "  พอล
 
     "แล้วทีมสื่อความหมายธรรมชาติละ" ผมถามอย่างสงสัย

     "แตกหมดแล้ว  ลุงตั๋นย้ายตามหัวหน้าสุรชัยไปอยู่ดอยสุเทพ  ส่วนยะ ตอนนี้ไม่สบายหนักมากนอนอยู่โรงพยาบาล" พอลตอบมา ...น้ำเสียงหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

       (ขณะคุยโทรศัพท์กับพอล ผมยังคิดว่า คุณสุรชัย ท้วมสมบูรณ์  ยังเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์อยู่  คุณสุรชัย บุรุษผู้มีขึ้นชื่อลือชาด้านงานอนุรักษ์สัตว์ป่า ปลุกปั้นทีมสื่อความหมายธรรมชาติของดอยอินทนนท์จนเป็นที่รู้จักกันทั่วในด้านความสามารถและประสิทธิภาพในการชักชวนให้ชนชาวเขาเลิกล่าสัตว์ป่าด้วยวิธีสอนให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของธรรมชาติ ไม่ใช้ความรุนแรง  มีลุงตั๋น มณีโต หัวหน้าทีมสื่อความหมาย ชายผู้สูญเสียนัยน์ตาไปข้างหนึ่งจากการปะทะกับพรานล่าสัตว์ และยะกับบอม  เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ )

       "ตาย..  ่า"ผมอุทาน   " เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ... " ใจผมบาดเจ็บไม่ต่างไปจากพอล เหมือนเราทั้งคู่ต่างเป็นผู้สูญเสียด้วย

      ผมจบการสนทนากับพอล ..  ผมรู้ว่าต้องมีคนสนใจเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะว่าการฆ่ากวางผาเป็นข่าวใหญ่ แต่เพราะว่าเขามีหัวใจของความยุติธรรม  เขาต้องคืนความยุติธรรมให้กวางผาได้...  

     กลับมาที่ออฟฟิศ ผมเข้าไปเปิดอ่านรายละเอียดจาก  Thailand Wilderness Study   เว็บไซต์ของคนอนุรักษ์ดอกไม้ กล้วยไม้ และสัตว์ป่า

                  - กวางผา.. เจ้าไม่ตายฟรีแน่.. รวมกระทู้เกี่ยวเนื่องกับม้าเทวดา 3 กระทู้

กระทู้ที่ 1  เปิดตัวโดย jungleman เกี่ยวกับการได้รับรู้ข่าวการล่าครั้งนี้

                     - ขอให้เป็นกวางผาตัวสุดท้ายที่ถูกล่าบนโลกใบนี้  

กระทู้ที่ 2 เปิดโดย  color  ในขณะเวลาที่ได้พบกับทีมงานวิจัยผู้ทุ่มเททำงานสวนทางกับพรานป่า

                 - ฤๅ “กวางผา” จะเหลือแต่ตำนาน เล่าขานไว้ให้ลูกหลานฟัง...หากไม่มีคนกลุ่มนี้ 

กระทู้ที่ 3  มาแบบตะโกนถามสังคม  โดย  Blowin  in  the  Wind.

               - ได้ยินไหมเพื่อน ได้ยินไหม ???   

................................................................

3)    ผมตกใจกับข่าวร้ายเรื่องนี้มาก เพราะกวางผา เป็น 1 ใน 15 สัตว์ป่าสงวนของไทยที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง    กวางผา มีฉายาว่า"ม้าเทวดา" เพราะความที่กีบเท้าสามารถไต่ตามผาสูงชันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนม้าของเทวดา       มีประชากรลดน้อยลงอย่างรวดเร็วจากการไล่ล่า สำรวจพบในป่าบ้านเราไม่กี่แห่ง เช่น ดอยม่อนจอง และดอยอินทนนท์

      กวางผาทำผิดอะไร ทำไมต้องถูกฆาตกรรมโหด เราอยู่ร่วมกันอย่างมิตรภาพไม่ได้เชียวหรือ

       เมื่อไหร่มนุษย์จะมองสัตว์ป่าเป็นเหมือนเพื่อนร่วมโลก  มนุษย์ฆ่าแล้วก็ฆ่า ฆ่าได้แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันเอง

....วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวเรื่องนี้....

กรมอุทยานฯชี้กวางผาถูกล่าใกล้สูญพันธุ์
เผยชนกลุ่มน้อยตะเข็บชายแดนไทยพม่าลักลอบล่าสัตว์ป่า

        นักวิจัยสัตว์ป่าร้องเรียนพบ กวางผาดอยอินทนนท์ถูกล่าหนักล่าสุดพบพรานท้องถิ่นไล่ล่าชำแหละกวางผาสองแม่ลูกเพื่อขายกะโหลกและเขา ขณะที่อธิบดีกรมยอมรับ ใกล้สูญพันธุ์ เหตุชนกลุ่มน้อยตะเข็บชายแดนลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ป่า

         จากกรณี กวางผาซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แม่ลูก 2 ตัว ถูกล่า โดยพรานป่าท้องถิ่น บนดอยอินทนนท์ นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จะตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ป่า และการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้บริเวณแนวตะเข็บชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ ส่วนหนึ่งมาจากชนกลุ่มน้อยที่อพยพเข้ามาอาศัยในฝั่งไทย ซึ่งบางส่วนมีการตั้งถิ่นฐานถาวรบนดอยสูง ทำไร่เลื่อนลอย แต่บางส่วนก็แอบลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ 

          ทั้งนี้ แม้สถานการณ์การลักลอบล่าสัตว์ป่าหายาก จะลดน้อยลงก็จริง แต่การลักลอบก็ยังคงมีอยู่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะตามแนวรอยต่อป่าภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลป่าผืนใหญ่ อาทิเช่น ดอยหลวงเชียงดาว ดอยอินทนนท์ แม้กระทั่งเขาใหญ่ ที่ครอบคลุมหลายจังหวัด ยังสอดส่องดูแลไม่ทั่วถึงอย่างแน่นอน อีกทั้งคงไม่โทษว่าเป็นความหละหลวมของเจ้าหน้าที่หรือไม่ 

         “ยอมรับว่าปัญหาชนกลุ่มน้อย เป็นเรื่องที่แก้ยาก แม้แต่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเองก็ยังแสดงความห่วงใยต่อปัญหาชนกลุ่มน้อยที่ทะลักเข้ามามากในหลายจังหวัด เช่น แถว สมุทรสาคร ขณะที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของไทยกลับพยายามเรียกร้องให้สัญชาติ โดยไม่ได้มองถึงผลกระทบที่ตามมาในอนาคต เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ต้องประสานความร่วมมือกับหลายส่วน” นาย เฉลิมศักดิ์ กล่าว 

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทีมนักวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืช ได้พบกวางผา ซึ่งสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ถูกพรานล่าบนดอยอินทนนท์ ด้วยน้ำมือของพรานท้องถิ่น เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2550 โดยชำแหละเนื้อเหลือเพียงหัวและเขาเพื่อนำไปขายให้นักสะสมเขาสัตว์ป่า โดย ทีมวิจัยกวางผา ระบุว่าการล่ากวางผาเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งถูกล่าโดยชนกลุ่มน้อยจนเหลือจำนวนไม่มากนัก

        สำหรับข้อมูลของกวางผาลักษณะคล้ายแพะ ความสูงที่ไหล่ 50 - 70 เซนติเมตร หนักประมาณ 22 - 32 กิโลกรัม ขนบนลำตัวสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลปนเทา มีแนวสีดำตามสันหลังไปจนจรดหาง ด้านใต้ท้องสีจางกว่าด้านหลัง หางสั้นสีดำ เขาสีดำมีลักษณะเป็นวงแหวนรอบโคนเขา และปลายเรียวโค้งไปทางด้านหลัง มีขาที่แข็งแรง สามารถกระโดดตามชะง่อนผาได้อย่างว่องไว พบตามยอดเขาสูงชันจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี อาหารได้แก่ พืชตามสันเขาและหน้าผาหิน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งท้องนาน 6 - 8 เดือน มีอายุประมาณ 8 - 10 ปี

       กวางผาอาศัยในพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่แคว้นแคชเมียร์ลงมาจนถึงแคว้นอัสสัม จีนตอนใต้ พม่าและตอนเหนือของประเทศไทย ในประเทศไทยมีรายงานพบกวางผาตามภูเขาที่สูงชันในหลายบริเวณ เช่น ดอยม่อนจอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ดอยเสี่ยม ดอยมือกาโต จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณสองฝั่งลำน้ำในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จังหวัดตาก โดยจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งใน 15 ชนิดของประเทศไทย และอนุสัญญา CITES จัดไว้ใน Appendix I สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากการบุกรุกถางป่าที่ทำไร่เลื่อนลอยของชาวเขาในระยะเริ่มแรก และชาวบ้านในระยะหลัง ทำให้ที่อาศัยของกวางผาลดน้อยลง เหลืออยู่เพียงตามยอดเขาที่สูงชัน ประกอบกับการล่ากวางผาเพื่อเอาน้ำมันมาใช้ในการสมานกระดูกที่หักเช่นเดียวกับเลียงผา จำนวนกวางผาในธรรมชาติจึงลดลงเหลืออยู่น้อยมาก

                                        ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

...........................................

4) อยากให้มนุษย์ลองฟังเสียงป่าตะโกนบ้าง....

ขอขอบคุณเพลงป่าตะโกน ในอัลบั้มป่าตะโกน ของศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตก

                 ภาพจากเว็บไซต์ http://www.sarakadee.com

                  คลิกอ่านเรื่อง บันทึกนักเดินทาง : ม้าเทวดาแห่งกิ่วแม่ปาน
             เรื่องและภาพ : ศราวุธ ซาวคำเขต

...............................................................

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 170
เด็กดอย วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 16.37 น.
http://www.oknation.net/blog/eapoe
 "ข้าวทุกเม็ดที่เรากิน เราไม่รู้เม็ดไหนทำให้เราโต"                 www.meukakeecotour.com 

ผู้ใหญ่ที่ให้สัมภาษ์นั้นไร้ข้อมูลที่เป้นความจริงหรือจะหลีกเหลี่ยงการกระทบกระทั่ง แต่การออกมาพูดแบบนี้มันห่างความเป็นจริงมากเกินไปครับ อินทนนท์กับเขตแดนนั้นมันห่างกันคนละโยกเลยครับ ส่วนที่เป็นพรานป่านั้นขอให้ระบุให้ชัดเจนหน่อยครับ กล่าวหากันแบบนี้มันไม่ยุติธรรม เอาให้มันชัดเจนไปเลย กะเหรียงหรือคนเมือง ผมไม่อายเลยที่คนๆนั้นถ้าเป็นกะเหรี่ยงจริงแล้วไปทำแบบนั้น ผมพร้อมที่จะยอมรับผิด และหาทางไปแก้ใข่ร่วมกัน อย่าลืมนะป่าที่หลงเหลืออยู่นะ มันอยู่ในพื้นส่วนใหย๋ของชุมชน ชนเผ่าใด ผมไม่ชอบความอยุติธรรมเหมือนกับท่านทั้งหลายครับ
ความคิดเห็นที่ 169
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

อยากเห็นความโปร่งใส สดชื่นในบ้านโอเคเนชั่นค่ะ
http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2007/06/03/entry-5
ความคิดเห็นที่ 168
waddaw วันที่ : 31/05/2007 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

การถนอมรักษาสรรพสัตว์
และพืชพรรณในป่าไม้
ให้คงความสมดุลไว้ตลอดกาล
คือการถนอมรักษาความสมดุล
ของสังคมมนุษย์ให้พ้นจาก
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

เป็นกำลังใจให้ค่ะพี่ชาลี
ความคิดเห็นที่ 167
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 30/05/2007 เวลา : 22.42 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower

พี่ชาลี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แมวเต็ม คร้าบบบบบบบบบบ

ความคิดเห็นที่ 166
BlueHill วันที่ : 29/05/2007 เวลา : 19.34 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มาช่วยคอมเมนท์เพื่อให้"ผู้มีอำนาจ" เข้าเกียร์ 1 เอาใจใส่เรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจริง ในเร็ว ๆ นี้ บล็อกเกอร์ vickie จะสัมภาษณ์หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อตอบข้อสงสัยทั้งหมดครับ

ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ
ความคิดเห็นที่ 165
ย่าดา วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 13.23 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

กลับมาโหวด 1 เสียงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 164
get_away วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 00.06 น.
http://www.oknation.net/blog/get

เฮ้อ..คนเรา...

ฆ่ากวางหนึ่งตัวจะกินอิ่มซักกี่มื้อ...

จะได้เงินซักกี่บาท..

แต่ถ้ากวางอยู่...อาจได้อะไรกลับคืนเยอะแยะ..

ไม่ว่าจะเป็นความสมดุลของธรรมชาติ..

ระบบนิเวศ...

และสัตว์ป่าที่มีโอกาสสืบพันธุ์ให้ลูกให้หลานอีกหลายตัว..

เฮ้อ! เฮ้อ! เฮ้อ!
ความคิดเห็นที่ 163
ฅนไทบ้าน วันที่ : 27/05/2007 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/konthaiban

ยินดี ที่ได้ตอกย้ำเสียงกระซิบ
ถึง..เหล่าพรานไพร
แลผู้เป็นใหญ่ในบ้านเมือง

ผองเราต้อง .. ร้อง ครับ
แม้จะเป็น เสียงๆหนึ่ง แต่ หลายรวมกัน หลายร้อย พัน เสียง

เชื่อ สิ! ขุนเขาจะสะเทือน ~~~!!!!
ความคิดเห็นที่ 162
GPEN วันที่ : 27/05/2007 เวลา : 11.00 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

อ่านแล้วสลดจริงครับ...
ขอร่วมขบวนรณณรงค์ด้วยครับ...

ความคิดเห็นที่ 161
patijjachon วันที่ : 27/05/2007 เวลา : 09.39 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

พี่ชาลีครับ ...

การรณรงค์ให้พี่น้องร่วมกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าทั้งสัตว์ ก็ต้องร่วมกัน ช่วยกัน คนละไม้ละมือ เหมือนที่พวกเรากำลังทำกันอยู่ ...

แต่ผมสนใจตรงประเด็นของ นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพรรณพืช ... ที่พี่พูดถึง ...

การแก้ปัญหาในเวลาเร่งด่วน คงไม่มีอะไรดีไปกว่า การน้อมนำพระราชดำรัสของในหลวงเรื่อง "ให้คนดี ปกครองคนไม่ดี" มาทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ อีกแล้ว ...

ความคิดเห็นที่ 160
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 27/05/2007 เวลา : 09.20 น.
http://www.oknation.net/blog/witphoto
Apichart Ammuay - Photographer Culture and Nature

มาชมเรื่องครับและจะนำเรื่องกวางมาเขียนเร็วนี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 159
phanasGook วันที่ : 27/05/2007 เวลา : 00.17 น.
http://www.oknation.net/blog/phanasGook
วารสาร  สรรสร้าง  เที่ยงธรรม           / สวน  ต้านต่อก่อกรรม  กดขี่          ศาสตร์  ส่องอุดมการณ์นำ  ถูกต้อง   /  ดุสิต  สอนศิษย์ป้อง   รับใช้มวลชน ฯ

งานนี้มีรางวัลแจ๊คพอตครับคุณ เจ้ามือแจกไม่อั้น 555 ทายกันเยอะๆหน่อย

เข้ามากันเยอะๆครับ เจ้ามือต้องการแจกแจ๊คพอต ถ้าตอบถูก มาๆๆๆ

http://www.oknation.net/blog/kittinunn/2007/05/26/entry-1 เร่เข้ามากันเร็วๆก่อนศาล รธน.ตัดสินยุบพรรค 30 พ.ค.ตอนเที่ยงนะ จ้าว...นาย
ความคิดเห็นที่ 158
ลูกบัว วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 21.19 น.
http://www.oknation.net/blog/HappyToFly
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...

แวะมาอ่านแล้วโหวตให้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 157
saleman วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 15.26 น.
http://www.oknation.net/blog/saleman

สวัสดีครับพี่ ผมทำงานแถวเชียงรายพะเยา แพร่ น่าน ยังได้ยินชาวบ้านล่าสัตวฺจากอุทยานแห่งชาติ เป็นประจำไม่เห็นเจ้าหน้าที่ทำอะไรเลย น่าเศร้าครับพี่
บางที่ไปเที่ยวตลาดเช้าตามหมู่บ้านนอก ยังเจอสัตว์ป่าดักมาขายเป็นประจำ เข้าใจว่าเป็นอาชีพเขา แต่ไม่รู้ว่า มันจะทำให้สัตว์ป่าสูญพันธ์ไปหรือไม่
ความคิดเห็นที่ 156
saleman วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 15.24 น.
http://www.oknation.net/blog/saleman

สวัสดีครับพี่ ผมทำงานแถวเชียงรายพะเยา แพร่ น่าน ยังได้ยินชาวบ้านล่าสัตวฺจากอุทยานแห่งชาติ เป็นประจำไม่เห็นเจ้าหน้าที่ทำอะไรเลย น่าเศร้าครับพี่
บางที่ไปเที่ยวตลาดเช้าตามหมู่บ้านนอก ยังเจอสัตว์ป่าดักมาขายเป็นประจำ เข้าใจว่าเป็นอาชีพเขา แต่ไม่รู้ว่า มันจะทำให้สัตว์ป่าสูญพันธ์ไปหรือไม่
ความคิดเห็นที่ 155
Nity วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 15.22 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

เสียงตะโกนของพี่ชาลีจะทรงคุณค่าและความจริงและผู้รับผิดชอบจะปรากฏ ขอให้กำลังใจครับ

อีกอย่าง คำถามทั้ง 4 ข้อ ผู้จะเกี่ยวข้อง คงต้องตอบให้ชัดแจ้ง .. จะขอรอฟังด้วยคน

(นอกเรื่อง) เมื่อคืนนอนดูหนังแอเนเมชั่นเรื่อง Happy Feet เกี่ยวกับความอยู่ของนกเพนกวิน ดูแล้วประทับใจมากครับ

ไม่รู้ว่าพี่ชาลีดูหรือยัง เพราะคงชอบและเหมาะกับคนหัวใจอนุรักษ์ธรรมชาติยิ่งครับ
ความคิดเห็นที่ 154
ThelastKGB วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 13.44 น.
http://www.oknation.net/blog/inter
The last KGB สายลับเจ้าเสน่ห์ ที่จะคอยตามไปสอดแนมทั่วทุกมุมโลก

ลืมขอบคุณ เพลงป่าตะโกน ไม่ได้ฟังมานานมาก ๆ แล้ว
ความคิดเห็นที่ 153
ThelastKGB วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 13.42 น.
http://www.oknation.net/blog/inter
The last KGB สายลับเจ้าเสน่ห์ ที่จะคอยตามไปสอดแนมทั่วทุกมุมโลก

อยากรู้เรื่องร้านกาแฟที่สวนหลวง จาปูเสื่อรอนะคะ
ความคิดเห็นที่ 152
วิตามินบี วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 13.22 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


โรงเรียนวัดก้นโก่งอยู่ละติจูดที่78
เส้นแวงที่107
เส้นรุ้งที่385
ส่วนจะกันดารหรือไม่ พี่ชาลีต้องดูจากรูปบี
ความคิดเห็นที่ 151
ภาษาหลากสี วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 12.18 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

หากคุณชาลี พอมีเวลา เชิญที่ห้องค่ะ
นิดนรี // ขอส่งเทียบเชิญ ต่อกลอน ในหัวข้อ “ ดอกไม้ แห่งสันติภาพ “ มาร่วมสนุกกันน่ะค่ะ
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee/2007/05/26/entry-1
ความคิดเห็นที่ 150
คนเดินถนนชีวิต วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 09.49 น.
http://www.oknation.net/blog/aniwet


ตะโกนดังๆได้เปล่าครับ คนชั่วออกไป
ความคิดเห็นที่ 149
LunLa วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 02.48 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ลัลลามาแจ้งข่าวดี ตอนนี้เปิดบล็อกใหม่แล้วค่า เชิญเพื่อนๆที่ชอบเด็กน่ารัก ไปดูหลานๆของลัลลากัน ดีกว่าค่า น่ารักมั๊กๆ คลิ๊กมาเลยค่า + ให้ 1 โหวต เป็นรางวัลก่อนคลิ๊กมาดค่า
ความคิดเห็นที่ 148
วิตามินบี วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 01.44 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


เรียนเชิญมาร่วมกันนับถอยหลังค่ะพี่ชาลี
เรื่องเครียด ที่ทำให้เป็นเรื่องไม่เครียด
ความคิดเห็นที่ 147
wannasiri วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 01.13 น.
http://www.oknation.net/blog/wannasiri

ขอบคุณนะคะที่มาให้กำลังใจที่บล๊อก

เรื่องที่คุณชาลีเอามาให้อ่าน อ่านเสร็จแล้วเศร้าจังเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 146
ไก่อบฟาง วันที่ : 25/05/2007 เวลา : 23.07 น.
http://www.oknation.net/blog/story