| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
พิมพ์หน้านี้
|
เรา ๆ ท่าน ๆ ได้ทำความรู้จักกับหนังสือยอดฮิตชื่อ AN Inconvenient Truth จากฝีมือการเขียนของอดีตรองประธานาธิบดีอัล กอร์ ของสหรัฐ ไปแล้วไม่มากก็น้อย แต่โอกาสที่วันสิ่งแวดล้อมโลกมาเยือนเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ผมอยากจะพูดถึงหนังสือในโทนเดียวกันสักเล่มหนึ่งนั้นก็คือ Collapse : How Societies choose to Fail or Succed (ความล่มสลายกับความอยู่รอดของสังคม) เพื่อร่วมกิจกรรมโครงการ OKnation Speaker ปัญหาสิ่งแวดล้อม-ภัยธรรมชาติรอบตัวเรา AN Inconvenient Truth ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง สะท้อนถึงปัญหาโลกร้อนได้อย่างถึงแก่น ซึ่งประเทศไทยเราเองก็พลอยโดนผลกระทบอย่างรุนแรงตามไปด้วย เช่นปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้งทีดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี แต่ใน Collapse : How Societies choose to Fail or Succed ได้วิเคราะห์ถึงการล่มสลายของสังคมหรือชุมชน อันเกิดจากการล้างผลาญทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างชนิดไร้ขอบเขต Collapse : How Societies choose to Fail or Succed ซึ่งเป็นผลงานของนักเขียนรางวัลซีไรท์ Jared Diamond พิมพ์จำหน่ายเมื่อปี 25487 ระบุไว้ตอนหนึ่งอย่างว่า "แม้จะดูร่ำรวยและก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่สังคมปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาร้ายแรงทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและด้านเศรษฐกิจ คล้าย ๆ กับสังคมซึ่งล่มสลายไปแล้วในอดีต" โดยส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับประโยคข้างบนเป็นอย่างยิ่ง จริงอยู่มนุษยชาติตระหนักเป็นอย่างดีถึงภิษภัยที่เกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วเหตุไฉนจึงไม่ร่วมแรงร่วมใจกันหยุดยั้งการทำลายดังกล่าว นอกจากไม่หยุดยั้งแล้ว ยังปล่อยให้มีการทำลายอย่างน่าตกใจ หรือว่ายังมองไม่เห็นว่าเป็นปัญหาร้ายแรง หรือว่ายังมองไม่ออกว่าการล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังทำลายสังคมโลกอย่างไร อ่าน Collapse : How Societies choose to Fail or Succed แล้วจะได้คำตอบครับ!!! การศึกษาสังคมที่ล่มสลายบ่งชี้ถึงสาเหตุของความล่มสลายไว้ 5 กลุ่มหลัก ๆ คือ 1 การทำลายสิ่งแวดล้อม 2. ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ 3.การมีศัตรูอยู่รอบด้าน 4. การพึ่งพาอาศัยและค้าขายกับผู้อื่น และ 5. วิธีแก้ปัญหา
หนังสือเล่มนี้ ให้มุมมองว่า การทำลายสิ่งแวดล้อมในอดีต แยกได้เป็น 8 ประเภท คือ การทำลายป่าและที่อยู่อาศัย การทำลายดิน การทำลายแหล่งน้ำ การล่าสัตว์ป่าจนหมด การจับปลาจนหมด การนำพืชและสัตว์เข้าไปในต่างถิ่น การเพิ่มจำนวนประชากร และประชากรแต่ละคนสร้างผลกระทบขึ้นมา กระบวนการทำลายสิ่งแวดล้อมมักมีลักษณะคล้ายคลึงกันในทุกสถานที่ คือ เริ่มจากการมีประชากรเพิ่มขึ้นมาก จนนำไปสู่การทำการเกษตรอย่างเข้มข้นและบนเนื้อที่ที่มีความอุดมสมูบรณ์น้อยลงเพื่อผลิตอาหาร วิธีการทำเกษตรต่าง ๆ สร้างความเสียหายจนทำให้ต้องละทิ้งที่ดิน สร้างความอดอยาก ภาวะสงคราม และโรคร้าย ในที่สุดสังคมจึงอ่อนแอลง บทเรียนปัจจุบัน : นอกจากปัญหาทั้ง 8 ข้อข้างต้นแล้ว สังคมโลกยังต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ ๆ อีกหลายประการ เช่น ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศอันเกิดจากน้ำมือของมนุษย์เอง การสะสมของสารเคมีอันมีพิษร้ายในสิ่งแวดล้อม และการขาดแคลนพลังงาน ตอนนี้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่า โลกใบนี้ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 6,000 ล้านคนและยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั้น จะล่มสลายลงเพราะการทำลายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ประเด็นนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่มีความเจริญด้านอุตสาหกรรมสูงสุด จะมีปัญหาสิ่งแวดล้อมร้ายแรงเกือบทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นมลพิษในอากาศ น้ำเสีย สารพิษในดิน การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และการสูญเสียความหลากหลายในระบบนิเวศ กรณีศึกษา : สังคมที่ล่มสลายไปแล้วในอดีตซึ่งเกิดจาการทำลายสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สังคมบนเกาะอีสเตอร์ สังคมมายาในอเมริกากลาง สังคมไวกิ้งบนเกาะกรีนแลนด์ ส่วนสังคมในปัจจุบันที่มีความล่อแหลมอย่างยิ่งนั้น หนังสือเล่มนี้ ยกตัวอย่างว่า ได้แก่ สังคมชาวมอนทานา สังคมของชาวเฮติ สังคมของชาวจีน และสังคมของชาวออสเตรเลียน ในรัฐมอนทานาของสหรัฐ มีการทำเหมืองซึ่งสร้างมลพิษต่อคนและสิ่งแวดล้อมมากมาย มีการตัดต้นไม้แบบเตียนโล่งแทนที่จะตัดเฉพาะไม้ใหญ่ ทำให้หน้าดินพังทลายและหิมะละลายอย่างรวดเร็วในฤดูใบไม้ผลิ ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน สายน้ำขุ้นข้นจนกระทบการวางไข่ของปลาและทำให้แหล่งน้ำตื่นเขิน การเกษตรและชลประทาน ทิ้งสารพิษจากปุ๋ยไว้ ทำให้เกิดการสะสมของเกลือในดิน ชาวนาชาวไร่ต้องอาสัยการชลประทานมากขึ้น เพราะอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น ทำให้มอนทานาแห้งแล้งไปด้วย เศรษฐกิจหรือสิ่งแวดล้อมดี? สำหรับผมเองแล้วคิดว่า ผู้กำหนดนโยบายภาครัฐและผู้นำภาคเอกชนทั่วโลก รวมไปถึงประเทศไทยเราด้วย มักมองเห็นความสำคัญของประเด็นความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงอยากจะตั้งคำถามย้อนกลับไปว่า ระบบเศรษฐกิจจะอยู่ได้หรือไม่ อย่างไร หากสังคมมนุษย์ล่มสลายลงไป เพราะการทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม !!! ผู้ที่รังแกธรรมชาติจนล่มสลาย ย่อมได้รับกรรมจนล่มสลายตามไปเช่นกัน... ใช่หรือไม่ อย่างไร ประวัติศาสตร์มีคำตอบให้อยู่แล้วครับ
เพลงในอัลบั้มป่าตะโกน ขอขอบคุณศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตก ............................................................................ หมายเหตุ : ผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโลกทั้งหมด 3 ตอน เพื่อร่วมกิจกรรมของโอเคเนชั่น แต่ไม่ขอรับรางวัลใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากผมเป็นหนึ่งในทีมงานโอเคเนชั่นสัมพันธ์ โปรดติดตามเรื่องต่อๆ ไปครับ |