| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
พิมพ์หน้านี้
|
ย่างเข้าฤดูฝนมาได้หลายเพลาแล้ว ดูเหมือนพิรุณจะโปรยปรายลงมาถูกต้องตามฤดูกาล ไม่ช้า ไม่เร็ว แต่จะมากหรือน้อยไป อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าธรรมชาติจะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ด้วยการบอกกล่าวเล่าขานให้มนุษย์ได้รับรู้กันเอง สายฝนเป็นเสมือนสัญญาณปลุกชีพจรสรรพสัตว์และพรรณพืช ให้คืนกลับมาเต้นอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากจ่อมจมอยู่กับภาวะแห้งแล้งมานานถึงครึ่งปี เสียงฝนมาพร้อม ๆ กับเสียงเขียดกบที่ขับขานระงมดังทั่วหนองน้ำเถื่อน เช่นเดียวกับฝูงปลาที่ว่ายระริกระรี้รับกลิ่นใสสะอาดของสายธารชุ่มชื่น นกกาที่ต่างทำรังกกไข่กันมาแต่หน้าหนาว เริ่มทำหน้าที่สำคัญตามธรรมชาตินั่นคือ การเลี้ยงดูลูกน้อยหลังกระเทาะออกจากไข่ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป หมู่แมกไม้ใหญ่น้อยก็ผลิดอกออกใบแตกกิ่งก้านสาขาราวกับเป็นเครื่องจักรสีเขียวที่ทำงานมิได้หยุดหย่อน ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ มิได้ต่างไปจากป่ายามหน้าฝนที่เขียวชะอุ่ม ใครปรารถนาที่ไปชื่นชมความงามของป่าที่สมบูรณ์ ต้องไปช่วงนี้ครับ เที่ยวป่าหน้าฝน ผมว่ามีเสน่ห์และโรแมนติกกว่าป่าหน้าหนาวเสียอีก แม้ฟ้าครึมเมฆดำ จะราดรดเราจนเปียกปอน การเดินทางลำบากลำบนด้วยหนทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อ แฉะชื้น ไหนจะบ่อโคลนที่วางดักเหล่านักท่องเที่ยว ให้พลาดพลั้งหล่นลงไปเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ไหนจะเผชิญกับฝูงทากและปลิงที่ดูดกินโลหิตมนุษย์ นับว่าช่างเหนื่อยยากแสนเข็ญจริง... ความลำบากลำบน และอุปสรรคต่าง ๆ นานา ที่เผชิญระหว่างเส้นทางเดิน สอนให้มนุษย์เรามีน้ำอดน้ำทน ไม่เปราะบาง ไม่มักง่าย ไม่เหยียดหยาม สอนให้เห็นคุณค่าของสรรพสิ่ง ช่วยลดถอนความยะโสโอหังลงด้วยหลงมัวเมาอำนาจเงินตรา เพราะคนไม่มีวันเอาชนะธรรมชาติไปได้ สอนให้มนุษย์เรียนรู้เรื่องความรักความสามัคคี ความกลมเกลียว และความสมานฉันท์ แต่อุปสรรคความลำบากก็ทำให้รางวัลที่ได้รับงดงามทุกครั้งมิใช่หรือ คุ้มค่ามิใช่หรือ ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี ถือเป็นเทศกาลเที่ยวชมดอกกระเจียว หรือบัวสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ทีเดียวของอุทยานแห่งชาติไทรทองและอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ
ณ รุ่งอรุณ เมื่อเราลืมตาขึ้นได้สูดกลิ่นอากาศอันบริสุทธิสดชื่น สูดลมหายใจเข้าไปแรง ๆ ฟอกปอดอันให้ใสสะอาดหลังสูดดมควันพิษในเมืองกรุงมาตลอด ฟอกหูของคุณให้โปร่งสบายด้วยเสียงคอนเสิร์ตนกนานาพันธ์หลังจากได้ยินได้ฟังเรื่องความชั่วร้ายของบางกลุ่มบางคน ฟอกใจให้กระจ่างใสหลังจากเริ่มมีกิเลสตัณหาคืบคลานเข้ามาครอบงำ ยามแหวกเต้นท์สนามออกมา โลกล้วนเป็นสีชมพู เพราะความงามของบัวสวรรค์ ที่รังสรรค์ผืนทุ่งเป็นสีชมพูเต็มพรืดไปหมด ม่านหมอกยามเช้าที่ระเรียดหยอดหญ้าอย่างอ่อยอิ่ง ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนฝัน ผมเองยังสงสัยอยู่ว่าธรรมชาติจะบำบัดความโลภโมโทสันได้หมดหรือไม่ จะขจัดเล่ห์เหลี่ยมออกจากชีวิตมนุษย์ได้หมดหรือไม่ จะขัดเกลาให้จิตผ่องแผ่วขึ้นได้หรือไม่ ผมยังกังขา!!! แต่อย่างน้อยที่สุด ก็การันตีได้ว่า ผมคงไม่โกงเงินใคร ไม่เอาเปรียบใคร ไม่โกหกปลิ้นปล้อน ไม่หน้าไว้หลังหลอก ไม่เห็นแก่ตัว ไม่บ้าอำนาจ ไม่ไร้คุณธรรม และไม่ขายชาติ!!! ผมคงไม่สร้างตราบาปให้ลูกหลาน ด้วยวิธีโอนทรัพย์สินไปให้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายเด็ดขาด มิใส่ใจว่าลูกหลานจะแปดเปื้อนมลทินอย่างไร ที่เป็นเช่นนี้ เพราะมนุษย์ขาดความใกล้ชิดธรรมชาติ นับวันจะยิ่งห่างเหินออกไป จนถึงขั้นฝืนธรรมชาติ ผลาญชีวิต ผมสาบานกับใต้ฟ้าสีครามไว้แล้วว่า จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีของสังคม ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า แม้ว่ามันจะทำให้เราอดมื้อกินมื้อก็ตาม ธรรมชาติไม่เข้าข้างคนเลวหรอกครับ !!!
ขอขอบคุณเพลงจากอัลบั้มป่าตะโกน .......................................................
|