| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
พิมพ์หน้านี้
|
ติดค้างการบ้านเรื่องวิธีการทำกาแฟโบราณมาหลายเดือนแล้ว ไมใช่อะไรหรอกครับ ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน ขาดความสมบูรณ์ในบางจุด จึงไม่อยากเขียนให้อ่านกัน เพราะจะเสียเหลี่ยม BlueHill แห่งโอเคเนชั่นหมด คลิปวิดีโอการชงกาแฟแบบโบราณของแปะหลีนั้น ผมถ่ายโดยใช้กล้องดิจิตัล ดังนั้น กระบวนการผลิตจึงไม่สมบูรณ์ 100% แถมขณะถ่ายทำ ลืมบอกให้แปะหลีเปิดไฟในร้าน ภาพที่ได้จึงค่อนข้างหนักไปมืดสลัว ไม่ว่ากันนะครับ
การทำกาแฟโบราณจากการสัมภาษณ์เฮียจรูญ 1. เก็บเมล็ดกาแฟ- ขั้นตอนแรกนั้น ต้องนำเมล็ดกาแฟที่เก็บเกี่ยวได้มาตากไว้ในที่ร่มประมาณ 8 เดือนถึง 2 ปี เพื่อให้ลืมต้น ไม่เหม็นเขียว โดยบรรจุใส่ในกระสอบ ที่ต้องใช้กระสอบเพราะว่า เมล้ดกาแฟต้องการอากาศ ต้องหายใจ ซึ่งระยะนี้ สามารถนำเมล็ดไปเพาะพันธุ์ต่อได้ ถ้าใส่ถึงพลาสติด ไม่มีอากาศหายใจ เมล้ดจะตายแล้วนำไปปลูปไม่ได้ 3.สีเอาเปลือกออก - ขั้นตอนนี้ ไม่แน่ใจว่า กาแฟโบราณมีหรือไม่ แต่กาแฟสดมีแน่นอนครับ 4. การคั่วกาแฟ -ในสมัยโบราณจะนำถังเหล็กมาเจาะรู้ระบายอากาศแล้วเทเมล็ดกาแฟลงไป ก่อนนำไปตั้งเตาไฟคั่ว ส่วนจะดูว่าจะคั่วจนถึงในระดับใดนั้น จะต้องอาศัยความชำนาญของผู้คั่วเป็นสำคัญ เช่น ดมกลิ่นเมล็ดกาแฟ ฟังเสียงเมล็ดกาแฟแตก ดูควันไฟ หรือจะใช้เปิดดูในถังก็ได้ ขั้นตอนนี้ ถ้าเป็นช่วงข้าวยากหมากแพง จะมีการผสมเมล็ดข้าวโพดและเมล็ดมะข้ามลงไป เพื่อเซฟปริมาณกาแฟ 5. ผสมน้ำตาล- หลังจากนั้นจะนำเมล็ดกาแฟคั่วได้ที่ (มีหลายระดับ) มาเทลงในกระจาด พื้นกระดานสะอาด กระบะแสตนเลส แล้วเทน้ำตาลทรายลงไปผสม คลุกเคล้าให้เข้าที่ ความร้อนจะทำให้เกิดคาราเมลเคลือบผิวเมล็ดกาแฟเป็นเม็ด ๆ เกาะติดเป็นก้อน ๆ ผึ่งให้เย็นจากนั้นจะทุบให้แตกเป็นเม็ดเล็ก ๆ 6. การบด- นำเมล็ดกาแฟไปเข้าเครื่องบดที่ใช้มือหมุน ซี่งปัจจุบันนิยมใช้มอเตอร์ เนื่องจากกาแฟโบราณเวลาชงจะใช้ถุงกาแฟ ดังนั้น การบดจะต้องไม่ให้ละเอียดมาก เพราะถ้าละเอียดมาเกินไป ผงกาแฟจะหล่นลงไปในแก้วได้ สำหรับขั้นตอนการชงกาแฟโบราณของแปะหลีนั้น มีจุดที่แตกต่างไปจากเดิม คือ ก่อนหน้านี้ อาแปะอาเฮียที่ชงกาแฟจะใช้กระบวยตักน้ำร้อนมาใส่ในถุงชงกาแฟแล้ว แต่วิธีของแปะหลีนั้น จะต้มกาแฟผงในหม้อจนเดือดแล้วยกมาเทลงในถุงชงกาแฟ ถือว่าพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้วครับ ถึงตอนนี้เฮียรูนให้ความรู้ว่า การเติมผงกาแฟสะสมลงในหม้อต้มนาน ๆ จะทำให้กาแฟขาดความสด แต่ข้อดีคือ จะได้ความเข้มข้นและปริมาณมาก
ข้อเขียนเกี่ยวกับตัวแก แปะหลีเก็บตกมาโชว์ให้ชมกันทุกช็อต
สินค้าตัวใหม่ของร้าน ลูกค้าซื้อกลับไปบริโภคที่บ้านได้
เมนูกาแฟของแปะหลี
แก้วดำ ๆนั้นแหละครับโอยัวะ ส่วนแก้วข้าง ๆ เป็นกาแฟใส่นม เรียกว่ายกล้อ ผมเดินทางไปชิมกาแฟของแปะหลีเป็นครั้งที่ 2 แล้วครับ ห่างจากครั้งแรกประมาณ 5 ปี โฉมหน้าของแปะและร้าน ไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่ แต่สินค้าในร้านมีเพิ่มเข้ามา คือ การบรรจุลงขวดพลาสติกทั้งกาแฟ โอเลี้ยง และชาเย็น เรียกว่า SME แปะหลี ได้ต่อยอดธุรกิจเข้าให้แล้ว ซัดโอยัวะเข้าไปพรวด หน้าตาผมเริ่มออกลายยัวะจัด เพราะความร้อนและเข้มของน้ำกาแฟที่ราคาแก้วละ 10 บาทเอง ซึ่งถือว่าถูกมาก ๆ เริ่มแรกตั้งร้านกาแฟแต่เส่งเฮง 69 ปีก่อน ราคากาแฟอยู่ที่แก้วละ 10 สตางค์ ขณะนั่งซดอยู่นั้น แปะหลีก็เดินแข็งแรงออกมานั่งหน้าร้านข้าง ๆ โต๊ะที่ผมนั่งอยู่ พลางตะโกนเรียกลูกค้าว่า "กาแฟแปะหลีคร้าบ มาตลาดคลองสวนแล้วไม่มาชิมกาแฟที่นี่ เหมือนไม่ได้มาตลาดนะคร้าบ " ........................................... |