| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||
พิมพ์หน้านี้
|
"กาแฟดอยช้าง"อรรถรสจากยอดดอยสู่ก้นแก้ว เปิดตำนานชีวิตชนเผ่าอาข่า เอกลักษณ์แห่งกาแฟไทยภูเขา
กาแฟดอยช้าง เป็นผลผลิตของเกษตรกรชาวไทยภูเขาบนดอยช้าง ณ หมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งแต่เดิมอาชีพหลักของชาวบ้านคือ การปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย จนกระทั่งปี 2526 พี่น้องบนดอยช้างพร้อมใจกันเลิกปลูกฝิ่น เนื่องด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ทรงสนับสนุนให้ปลูกกาแฟพันธุ์อราบิก้าและพืชเมืองหนาวอื่น ๆ ทดแทนโดยผ่านทางโครงการต่าง ๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของ.... กาแฟดอยช้าง
เอสเพรสโซแก้วนี้ทั้งเข้มข้นและหอมกลมกล่อม
ลาเต้ อาร์ต บนฟองคาปูชิโน กาแฟดอยช้างเคยได้ยินชื่อกันไหมครับเพื่อน ๆ ถ้าผมจะบอกว่าเป็นกาแฟสดที่ปลูกโดยฝีมือชาวอาข่า (อีก้อ) บนดอยสูงของจังหวัดเชียงราย และส่งออกเมล็ดกาแฟคั่วไปขายยังตลาดกาแฟสำคัญ ๆ ทั่วโลก นำเงินตราเข้าประเทศจำนวนมหาศาล จะเชื่อไหมครับ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อกันแล้วละครับ เพราะกระบวนการผลิตกาแฟทั้งระบบของดอยช้างตั้งแต่าปลูก เก็บเกี่ยว เลือกสรร คั่ว บด และบรรจุภัณฑ์ เป็นธุรกิจของพี่น้องชาวอาข่าทั้งหมด ที่สำคัญ รสชาติของกาแฟดอยช้างที่ผ่านการพัฒนามาหลายรุ่นนั้น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริง ๆทั้งกลิ่นหอมอันยั่วยวนและอรรถรสที่โดดเด่น ชิมแล้วทราบทันทีว่านี่คือ กาแฟสดจากยอดดอยช้าง ขุนเขาที่สูงสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200 เมตรทีเดียว
คุณญาณกานต์ ยี่สุ่นศรี (คุณต๋อม) น่าสนใจใช่ไหมครับ ลองฟังคลิปวีดิโอการสนทนากับ คุณญาณกานต์ ยี่สุ่นศรี Shop Manager แห่งร้านกาแฟดอยช้าง สาขาถนนลาดพร้าว-วังหิน กันได้ครับ
เชิญชมภาพบรรยากาศในร้านกาแฟดอยช้าง สาขาถนนลาดพร้าว-วังหิน อยู่ใกล้ ๆ โลตัสวังหิน ตั้งอยู่ที่พลาซ่าลากูน ถนนลาดพร้าว-วังหิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เบอร์โทร.ติดต่อ 0-2539-6650 (กาแฟดอยช้างมีสาขาเพียง 3 จังหวัด คือเชียงราย เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ที่สาขาถนนลาดพร้าว-วังหิน เป็นสาขาเดียวในกรุงเทพฯ) อ่านสรุปตำนานกาแฟดอยช้างจากการสัมภาษณ์คุณญาณกานต์ (เสริมข้อมูลบางส่วนจากเว็บไซต์ดอยช้าง) ๑อดีต...ต้นกำเนิดจากดอยสูง ปี 2526 จุดเริ่มของกาแฟดอยช้าง จากผลพวงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการให้ชาวเขาบนดอยช้างเลิกปลูกฝิ่น หันมาปลูกพืชเมืองหนาว รวมไปถึงเมล็ดกาแฟอาราบิก้า นาย พิก่อ แซ่ดู่ ชายเกล้าผมมวยผู้กลายเป็นโลโก้ (Logo) เป็นแกนนำชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ให้หันมาปลูกกาแฟ ขยายจาก 600 ไร่ เป็นกว่า 12,000 ไร่ ในขณะนี้ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชาวบ้าน จากที่เคยปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย นอกจากกาแฟดอยตุง จากโครงการพัฒนาดอยตุงของสมเด็จย่า ก็ยังมีกาแฟยี่ห้อ "ยอดดอย" "แอ่งดอย" และ "ดอยช้าง" ที่ปัจจุบันมี นาย บณชัย พิสัยเลิศ หรือ "อาเดียว" ทายาทรุ่นที่สอง เป็นผู้สานภารกิจต่อ หลังจากถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางมาก จึงได้มีการรวมตัวกันกันก่อตั้งบริษัทกาแฟครบวงจรของชาวอาข่าเอง ชื่อ บริษัท กาแฟดอยช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล โดยร่วมทุนกับนักธุรกิจจากแคนนาดา สร้างโรงงานผลิตและสร้างโรงเก็บกาแฟของพวกเราเอง เพื่อที่จะนำเสนอกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง
ภาพจากเว็บไซต์ www.doichaangcoffee.com/ ปัจจุบัน หมู่บ้านดอยช้างมีเกษตรกรรวมกลุ่มสร้างโรงงานเพื่อผลิตกาแฟสารมาตรฐานโลกรวม 10 กลุ่ม โดยได้รับการสนับสนุนโครงการจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) บรรดาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนอาคารและโรงเรือน ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากผลกำไรของบริษัทกาแฟของชาวอาข่า และพี่น้องละแวกดอยช้างสามารถเข้ามาขอรับความช่วยเหลือหรือขอความรู้จากทางสถาบันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ๑ปัจจุบัน ....กาแฟไทยคุณภาพระดับโลก นายวิชา พรหมยงค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกาแฟดอยช้างกรุ๊ป ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2196 01 มี.ค. - 03 มี.ค. 2550 ว่า บริษัทกาแฟดอยช้างกรุ๊ป ได้ลงทุนเพิ่มในกระบวนการผลิตประมาณ 30 ล้านบาทโดยการซื้อเครื่องจักรสำหรับคั่วกาแฟจากประเทศอิตาลีเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เนื่องจากที่ผ่านมากาแฟดอยช้างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ในปี 2549 บนดอยช้างมีผลผลิตเมล็ดกาแฟมาเข้าสู่กระบวนการผลิตของบริษัทประมาณ 800 ตัน หลังผ่านกระบวนการผลิตเฉพาะแบบกาแฟดอยช้างแล้วผลผลิตส่วนใหญ่หรือประมาณ 95% ถูกส่งออกไปขายในต่างประเทศ เช่นแคนาดา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 5% เป็นการจำหน่ายภายในประเทศ
กาแฟดอยช้าง เป็นกาแฟชนิดพิเศษ ระดับโลก (World Class Speciality Coffee, Doi Chaang Estate) เนื่องจากได้ผ่านการทดสอบคุณภาพโดยสถาบันกาแฟชั้นนำระดับโลกมาแล้วมากมายทั้งในเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป ถ้าจะให้พูดกันจริงๆ แบบตรงๆ แล้ว ที่ขายในประเทศก็เพราะตั้งใจที่อยากให้คนไทยได้ลิ้มรสกาแฟระดับโลกของคนไทย เพราะหากจะขายไปต่างประเทศ 100% เลยกาแฟดอยช้างสามารถทำได้ตั้งนานแล้ว ๑อนาคต ... แหล่ง Single Origin ใหญ่ที่สุดในโลก วันที่กาแฟดอยช้างเริ่มต้นมีพื้นที่ปลูกประมาณ 600 ไร่ ขณะนี้บนดอยช้างมีพื้นที่ปลูกแล้วประมาณ 12,000 ไร่ ยังมีพื้นที่เหลืออีกประมาณ 8,000 ไร่ที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ เชื่อว่าในระยะไม่เกิน 2-3 ปีนี้จะปลูกกาแฟเต็มพื้นที่ ถึงวันนั้นกาแฟดอยช้างจะเป็นเมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้าเติบโตจากแหล่งเพาะปลูกเดียวกัน ศัพท์ที่ใช้เรียกกันในวงการกาแฟคือ Single Origin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยิ่งใหญ่กว่าที่ๆ ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกาเสียอีก
ภาพจากเว็บไซต์ www.doichaangcoffee.com/ จึงกล้าพูดได้ว่าคนไทยได้ดื่มกาแฟดอยช้างในราคาที่ถูกที่สุดในโลก เนื่องจากราคาที่ส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศกับราคาที่จำหน่ายในประเทศแตกต่างกันมากพอสมควร คือในประเทศราคาเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 1,080 บาทไปจนถึง 1,600 บาท โดยราคาที่ส่งไปขายยังต่างประเทศในปริมาณน้ำหนักเท่ากันราคาเริ่มต้นที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐไปจนถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกาแฟอราบิก้าชนิดเดียวกันกับกาแฟดอยช้างที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 220 ดอลลาร์สหรัฐ ๑ชาวอาข่าคือใคร ครอบครัวที่อยู่ที่หมู่บ้านดอยช้างนั้นส่วนมากเป็นชาวไทยภูเขาเผ่า อาข่า อันเป็นชนพื้นเมืองประจำทวีปเอเชีย มีถิ่นฐานเดิมอยู่ทางทิศตะวันตกตอนใต้ของประเทศจีน ปัจจุบันสามารถพบกับชาวเขาเผ่า อาข่า ได้ตามแนวเขาเทือกของประเทศลาว เวียตนามและภาคเหนือของประเทศไทย พวกเราไม่มีภาษาเขียนเป็นของตนเองหากแต่มีการถ่ายทอดวัฒนธรรม ประเพณีอันทรงคุณค่าผ่านการบอกเล่าจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งและดำเนินชีวิตตาม
วิถีของอาข่า นับถือภูตผี ศีลธรรม และปรัชญาสังคมซึ่งเป็นเครื่องมือปกครองความประพฤติของแต่ละคนพร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องความผูกพันอันแน่นแฟ้นของครอบครัวและผืนแผ่นดิน เช่นเดียวกับชาวไทยภูเขาเผ่าอื่น ๆ ในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ชาวอาข่ายังคงต้องต่อสู้กับกิเลส ความห่างไกลจากความเจิญและความยากจน จึงมีเด็กรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ต้องละทิ้งหมู่บ้านไปเสาะหาโอกาสที่ดีกว่าในตัวเมือง เชิญฟังเพลง Ya Sm Ga Ma (The Path to the Field) a traditional Akha song Ya Sm Ga Ma (The Path to the Field) Ga hu ya sm ga ma e dta ngeh, - When we used to walk to the fields together, Ga hu ya sm ga ma o dta ngeh, - When we used to come back from the fields together, ............................................................. หมายเหตุ : ข้อมูลทั้งหมดในบล็อกนี้มาจากการสัมภาษณ์คุณญาณกานต์ ยี่สุ่นศรี Shop Manager แห่งร้านกาแฟดอยช้าง ,เว็บไซต์ www.doichaangcoffee.com/ และข่าวจากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ |