| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
"ปลายฟ้าที่เกาะกูด" ในวันคลื่นศิวิไลซ์ถั่งโถม # 1
เมื่อคราวเดินทางไปเยือน "เกาะกูด" เป็นครั้งแรกกับ ทริป OK สัญจร สานฝัน แบ่งปัน เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมประหลาดใจที่เห็นสภาพธรรมชาติของเกาะสุดท้ายในน่านน้ำทะเลตราดแห่งนี้ ยังคงเต็มไปด้วยป่าสีเขียวครึ้มและขุนเขาทะมึน ทำให้อดนึกเปรียบเทียบกับรุ่นพี่อย่าง "เกาะช้าง" ไม่ได้ ผมเชื่อว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ความสงบเงียบเป็นส่วนตัว มีน้ำทะเลที่ใสสะอาดมองเห็นปะการัง มีหาดทรายสวยงาม และชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงดำรงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมจากการทำประมงและเกษตรกรรมบางส่วน ด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบายมากขึ้น การเดินทางไปถึงตัวเกาะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ถ้าเป็นสปีดโบ๊ตก็เพียงชั่วโมงครึ่ง เกาะกูดจึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจช่วงหน้าร้อนของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ แทนที่เกาะช้างที่ก้าวไปไกลเกินตัวในแง่วัตถุนิยมและกำลัง "ร่วงโรยไปตามอายุขัย" เนื่องจากขาดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่สมดุลมาตั้งแต่ต้น
ภาพถ่ายทางอากาศเกาะกูด ข้อมูลจากเอกสารของกรมป่าไม้ระบุว่า เกาะกูดเป็นเกาะใหญ่อันดับที่ 4 ของประเทศไทย อยู่ในเขตจังหวัดตราด ทางทิศใต้ของเกาะติดกับน่านน้ำกัมพูชา ร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และความงดงามของหาดทราย สายน้ำ ลำธาร น้ำตก และแนวปะการังใต้ท้องน้ำ จนได้รับการขนานนามว่า "อัญมณีแห่งทะเลตะวันออก" ชาวเกาะกูดนั้นส่วนใหญ่เป็นคนไทย และคนเขมรในเกาะกงที่อพยพเข้ามาเมื่อเมืองปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง) ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2447 ซึ่งได้ขยับขยายไปอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของเกาะกลายเป็นชุมชนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นบ้านคลองเจ้า บ้านอ่าวสลัด บ้านแหลมดินดำ และบ้านคลองมาด ถึงตอนนี้เกาะกูดมีประชากรประมาณ 1,600 คน แต่ที่อาศัยอยู่จริงบนเกาะมีไม่กี่ร้อยคน เพราะส่วนใหญ่ออกไปทำงานหรือเรียนหนังสือบนแผ่นดินใหญ่กันหมด ผมอดสงสัยไม่ได้อีกว่า ชาวเกาะกูดมีความผูกพันกับวิธีธรรมชาติอย่างไรบ้าง จึงได้ช่วยกันรักษาป่าเขาลำเนาไพรไว้ให้ชนรุ่นหลังสืบมาได้เป็นอย่างดี
สะพานคลองเจ้า จุดเชื่อมต่อระหว่างชุมชนบ้านคลองเจ้ากับชุมชนอื่น ๆ ************************ #เกาะกูดกับปริศนา"อุทยานแห่งชาติ" ในพื้นที่ของเกาะกูด 105 ตร.กม. มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในตราด รองจากเกาะช้าง นั้น ยังคงมีพื้นป่าไม้อยู่ถึง 90% ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิม ทำให้เจอคนท้องถิ่นที่พอจะคุยได้คนไหน ผมเป็นต้องซอกแซกถาม จนได้ความมาว่า ชาวเกาะกูดนั้นมีความรักท้องถิ่นเป็นทุนเดิมอยู่มาก เพราะความที่คนส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะกง ทำให้เกิดความผูกพันเป็นพิเศษ การใช้ทรัพยาการจากป่าไม้นั้น ก็ทำกันอย่างพอเพียง คือ ตัดมาใช้เฉพาะสร้างบ้านแปลงเมืองเท่านั้น ไม่ได้ทำกันแบบล้างผลาญเหมือน "ระบบทุนนิยม" หรือ "พวกมอดไม้" ในบางพื้นที่ จะมีบ้างก็เป็นการถากถางไร่เพื่อปลูกยางพารา และไม้ผลอย่างทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง
การเดินทางมายังเกาะกูดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ลุงยังเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อก่อนเก้งและหมูป่ามีอยู่เยอะมาก เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เห็นแล้ว อาจจะมีอยู่บ้างก็โน่นแนะในป่าลึก ชาวบ้านดักยิงมาเป็นอาหารเกือบหมด เพราะมันชอบแอบมากินกล้ามะพร้าว ปัญหาร้อนใจของชาวเกาะกูด ณ ขณะนี้ คือ พื้นที่ป่าบนเกาะกูดกำลังได้รับการจัดตั้งเป็น"อุทยานแห่งชาติเกาะกูด" เช่นเดียวกับอุทยานแห่งชาติเกาะช้าง และได้มีการพิสูจน์สิทธิที่ดินบนเกาะไปแล้วเพื่อกำหนดเป็นพื้นที่อุทยานฯ ป่าชุมชน และพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน หลังจากคณะกรรมการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) เดินทางมาประชุมประชาชนในพื้นที่ 2 ครั้ง พร้อมได้ทำบัญชีของผู้ที่ขอให้พิสูจน์สิทธิมีกว่า 400 ราย และมีการแปลภาพถ่ายทางอากาศมาแล้ว แต่ขณะนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันในเรื่องการใช้ภาพถ่ายทางอากาศว่า จะเลือกใช้ในปี 2513 หรือใช้ในปี 2518 เนื่องจากมีประชาชนได้ร้องเรียนถึงความเป็นธรรม ทำให้ทางคณะกรรมการยุติการดำเนินการไปก่อน แล้วไปดำเนินการที่เกาะช้างแทน เพื่อทำให้ที่เกาะช้างได้ข้อยุติก่อน
ผืนป่าโกงกางยังแน่นขนัด 2 ฝากฝั่งคลองเจ้า ที่ผ่านมา ชาวเกาะกูด ได้ร้องขอให้มีการพิสูจน์สิทธิ์เรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้านก่อนเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ ก่อนที่จะประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ถ้าไม่กันพื้นที่ป่าชุมชน ไม่กันพื้นที่ของชาวบ้านออกมาก่อน "กลัวว่าจะทับซ้อนที่ของชาวบ้าน" ขณะที่ยังไม่มีการประกาศเขตอุทยานฯ และยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าราษฎรรายใดจะได้สิทธิครอบครองที่ดินหรือมีความผิดในข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณ นายทุนต่างมุ่งหน้าไปหาซื้อที่ดินทำเลเหมาะ ๆ บนเกาะแห่งนี้เพื่อทำธุรกิจโรงแรมหรู หรือรีสอร์ตที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว ราคาที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ นส.3 ก. สูงขึ้นจากเดิม ย้อนไปประมาณ 3 ปีที่ แล้วที่ดินมีราคาไร่ละประมาณ 400,000 บาท ในปัจจุบันที่ดินมีราคาไร่ละ 3,000,000-5,000,000 บาท และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยังมีความต้องการอีกมาก ( เดลินิวส์ 14/06/07)
ภาพเล็กบน : เอื้องปากนกแก้ว (Den.cruentum) ,ภาพล่าง:นกนางแอ่นแปซิฟิก( Pacific Swallow ) ส่วนทางขาว เป็นน้ำตกคลองเจ้า ช่วงหน้าร้อน ยังพอเล่นน้ำได้ครับ ********************************** # คลื่นเงินทุนรุกรานธรรมชาติ-วิถีชุมชน เมื่อเกาะกูดเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น หลังจากนักท่องเที่ยวอพยพหนีความพลุกพล่านมากจากเกาะช้าง ส่งผลให้ความเจริญทะลึ่งพรวดเข้ามายังตัวเกาะอย่างรวดเร็ว ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่พัก รีสอร์ท และโฮมสเตย์แล้ว ประมาณ 30 แห่ง อัญมณีแห่งทะเลตะวันออกอย่างเกาะกูด จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไปอย่างไร เมื่อคลื่นความศิวิไลซ์กำลังโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง นายทุนใหญ่จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายรายได้กว้านซื้อที่ดินบริเวณชายทะเล เพื่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาว อัตราค่าพักในราคาแพงระยับ ยากที่นักท่องเที่ยวเดินทางอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะฝ่ากำแพงเงินตราเข้าไปพักได้
แหลมหินเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีทัศนียภาพสวยงาม "อัญมณีแห่งทะเลตะวันออกอย่างเกาะกูด จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไปอย่างไร เมื่อคลื่นความศิวิไลซ์กำลังโถ่งถมเข้าใส่อย่างรุนแรงและอย่างไม่หยุดยั้ง " แผนพัฒนาหมู่เกาะช้าง ซึ่งรวมถึงเกาะกูดด้วยของสภาพัฒน์ ที่คลอดเมื่อปี 2545 ต้องการพัฒนาให้แหล่งท่องเที่ยวระดับไฮโซ ต้อนรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ส่วนชาวบ้านขาดประสบการณ์เรื่องธุรกิจและเงินทุน "ปัญหาจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้" ด้วยนโยบายพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของภาครัฐที่เน้นธุรกิจและรายได้ "ไม่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบยั่งยืนและการดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตแบบชุมชนดั้งเดิม" เกาะช้าง ณ ขณะนี้ ได้ถลำตัวตนไปเป็นเกาะทุนนิยมเต็มตัวไม่ต่างไปจากเกาะภูเก็ตและเกาะสมุย ที่มีรีสอร์ทและร้านรวงทันสมัยอัดแน่นกันเต็มไปหมด เรียงรายอยู่หน้าชายหาดราวปลากระป๋อง ความเจริญมาเยือนเร็วจนชาวบ้านเกาะช้างตั้งรับไม่ทัน การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ บุกรุกที่ดินสาธารณะ ถมดินลงทะเลมีให้เห็นเกือบทุกพื้นที่บนเกาะ ก่อเกิดปัญหาขยะมูลฝอย ขาดแคลนทรัพยากรน้ำ ยากที่จะรักษาสภาพเขียวให้ชะอุ่มดังเดิมต่อไปได้
การก่อสร้างที่พักหรือรีสอร์ท พบเห็นได้ทั่วไปบนเกาะกูด เมื่อมีเกาะช้างเป็นบทเรียน จึงน่าสนใจว่าเกาะกูดจะพัฒนาไปในด้านใด ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาเกาะกูดด้วยได้หรือไม่ เสียงของชาวบ้านจะมีพลังมากพอหรือไม่ เมื่อเทียบกับคลื่นเงินตราของนายทุนใหญ่ ที่มักได้รับความเกรงอกเกรงใจจากหน่วยงานราชการบางหน่วย หญิงวัยกลางคน เจ้าของโฮมสเตย์แห่งหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ว่า เริ่มมีคนเข้ามาซื้อที่ดินชาวบ้านมากขึ้นเพื่อทำรีสอร์ต โดยเฉพาะบริเวณชายทะเล ขายกันก็ไร่ละหลายล้านหละ เมื่อ 2-3 ปีก่อน มีอยู่เจ้าหนึ่งมาจากกรุงเทพฯ มาซื้อไร่ทำรีสอร์ท ตกลงราคากันไร่ละ 1 ล้านบาทขาดตัว เดี๋ยวนี้รีสอร์ทสร้างเสร็จแล้ว มีคนมาขอซื้อต่อถึง 150 ล้านทีเดียว
อาหารทะเลบนเกาะกูดส่วนใหญ่มาจากชุมชนบ้านอ่าวสลัดแห่งนี้ที่ทำประมงมาอย่างยาวนาน จากการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตพบว่า ขณะนี้ มีกลุ่มเอวาซอน เข้าไปลงทุนสร้างบ้านพักตากอากาศในพื้นที่ 200 ไร่ และได้ซื้อที่ดินบนเกาะไม้ซี้ เพื่อสร้างสนามบินแบบชาร์เตอร์ด ไฟลท์ สำหรับรับส่งลูกค้าไปยังโรมแรมบนเกาะกูด นอกจากนั้น ก็ยังมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามาอีก 2-3 กลุ่ม อย่าว่าแต่ที่ชายทะเลเลยครับ บริเวณกลางเกาะห่างไกลชุมชน ก็ปาเข้าไปไร่ละ 700,000-800,000 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่า ชาวบ้านทุกคนจะเห็นดีเห็นงามด้วยนะครับกับการขายที่ดินแบบยกเกาะ เหมือนเกาะไม้ซี้ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ข้าง ๆ เกาะกูด ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้วิธีแบ่งขายออกไป กันบางส่วนเป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ทำกัน ปลูกยางพารา และทำโฮมสเตย์
อาทิตย์อัสดงที่หน้าหาดคลองเจ้า ขณะที่รัฐมีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ระดับเวิลด์คลาสให้เข้าไปลงทุนในเกาะกูด แต่ชาวบ้านยังคงต้องการดำเนินชีวิตด้วยวิถีดั้งเดิม อยู่กันง่ายๆ แค่มีสาธารณูปโภคพื้นฐาน และมีส่วนร่วมในการแชร์รายได้จากการท่องเที่ยวด้วย ถ้าบนเกาะมีแต่รีสอร์ทหรูหราเต็มไปหมด ชาวบ้านจะอยู่ได้อย่างไร โฉมหน้าเกาะกูดจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด จะต้านทานคลื่นเงินทุนได้ขนาดไหน จะรักษาธรรมชาติและวิถีชุมชนแบบดั้งเดิมต่อไปได้หรือไม่ คำตอบอาจมิได้ล่องลอยอยู่ในสายลม... อีกต่อไป ************************* หมายเหตุ : ซีรีส์ต่อไปพบกับ"ภาพถ่ายสนามบินลึกลับ บนเกาะไม้ซี้" ++++++++++++++++++++++++++++++ อ่านเรื่องแนะนำ : ไปเสียค่าโง่หลายต่อที่เกาะช้าง ซิตี้ มาครับ
|