• BlueHill
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : charlee@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 126
  • จำนวนผู้ชม : 95710
  • จำนวนผู้โหวต : 320
  • ส่ง msg :
คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล

โรงเรียนบ้านพรุชิง

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



คุณชอบแหล่งท่องเที่ยวประเภทไหน
ทะเล
98 คน
น้ำตก
33 คน
ภูเขา-ดอย
128 คน
ห้างสรรพสินค้า
8 คน

  โหวต 267 คน
วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน 2551
ปลายฟ้าที่เกาะกูด ในวันคลื่นศิวิไลซ์ถั่งโถม # 1
Posted by BlueHill , ผู้อ่าน : 751 , 16:11:40 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว-ธรรมชาติ  
พิมพ์หน้านี้


"ปลายฟ้าที่เกาะกูด" ในวันคลื่นศิวิไลซ์ถั่งโถม # 1

มื่อคราวเดินทางไปเยือน "เกาะกูด" เป็นครั้งแรกกับ ทริป OK สัญจร สานฝัน แบ่งปัน เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมประหลาดใจที่เห็นสภาพธรรมชาติของเกาะสุดท้ายในน่านน้ำทะเลตราดแห่งนี้ ยังคงเต็มไปด้วยป่าสีเขียวครึ้มและขุนเขาทะมึน ทำให้อดนึกเปรียบเทียบกับรุ่นพี่อย่าง "เกาะช้าง" ไม่ได้

          ผมเชื่อว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ความสงบเงียบเป็นส่วนตัว มีน้ำทะเลที่ใสสะอาดมองเห็นปะการัง มีหาดทรายสวยงาม และชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงดำรงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมจากการทำประมงและเกษตรกรรมบางส่วน

         ด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบายมากขึ้น การเดินทางไปถึงตัวเกาะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ถ้าเป็นสปีดโบ๊ตก็เพียงชั่วโมงครึ่ง เกาะกูดจึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจช่วงหน้าร้อนของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ แทนที่เกาะช้างที่ก้าวไปไกลเกินตัวในแง่วัตถุนิยมและกำลัง "ร่วงโรยไปตามอายุขัย" เนื่องจากขาดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่สมดุลมาตั้งแต่ต้น

ภาพถ่ายทางอากาศเกาะกูด

         ข้อมูลจากเอกสารของกรมป่าไม้ระบุว่า เกาะกูดเป็นเกาะใหญ่อันดับที่ 4 ของประเทศไทย อยู่ในเขตจังหวัดตราด ทางทิศใต้ของเกาะติดกับน่านน้ำกัมพูชา ร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และความงดงามของหาดทราย สายน้ำ ลำธาร น้ำตก และแนวปะการังใต้ท้องน้ำ จนได้รับการขนานนามว่า "อัญมณีแห่งทะเลตะวันออก"

        ชาวเกาะกูดนั้นส่วนใหญ่เป็นคนไทย และคนเขมรในเกาะกงที่อพยพเข้ามาเมื่อเมืองปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง) ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2447 ซึ่งได้ขยับขยายไปอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของเกาะกลายเป็นชุมชนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นบ้านคลองเจ้า บ้านอ่าวสลัด บ้านแหลมดินดำ และบ้านคลองมาด

         ถึงตอนนี้เกาะกูดมีประชากรประมาณ 1,600 คน แต่ที่อาศัยอยู่จริงบนเกาะมีไม่กี่ร้อยคน เพราะส่วนใหญ่ออกไปทำงานหรือเรียนหนังสือบนแผ่นดินใหญ่กันหมด

         ผมอดสงสัยไม่ได้อีกว่า ชาวเกาะกูดมีความผูกพันกับวิธีธรรมชาติอย่างไรบ้าง จึงได้ช่วยกันรักษาป่าเขาลำเนาไพรไว้ให้ชนรุ่นหลังสืบมาได้เป็นอย่างดี

สะพานคลองเจ้า จุดเชื่อมต่อระหว่างชุมชนบ้านคลองเจ้ากับชุมชนอื่น ๆ

************************

   #เกาะกูดกับปริศนา"อุทยานแห่งชาติ"

        ในพื้นที่ของเกาะกูด 105 ตร.กม. มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในตราด รองจากเกาะช้าง นั้น ยังคงมีพื้นป่าไม้อยู่ถึง 90%

        ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิม ทำให้เจอคนท้องถิ่นที่พอจะคุยได้คนไหน ผมเป็นต้องซอกแซกถาม จนได้ความมาว่า ชาวเกาะกูดนั้นมีความรักท้องถิ่นเป็นทุนเดิมอยู่มาก เพราะความที่คนส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะกง ทำให้เกิดความผูกพันเป็นพิเศษ

       การใช้ทรัพยาการจากป่าไม้นั้น ก็ทำกันอย่างพอเพียง คือ ตัดมาใช้เฉพาะสร้างบ้านแปลงเมืองเท่านั้น ไม่ได้ทำกันแบบล้างผลาญเหมือน "ระบบทุนนิยม" หรือ "พวกมอดไม้" ในบางพื้นที่ จะมีบ้างก็เป็นการถากถางไร่เพื่อปลูกยางพารา และไม้ผลอย่างทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง

       "เมื่อก่อน การคมนาคมจากเกาะกูดไปถึงแผ่นดินใหญ่ใช้เวลาเดินทางเป็นวัน ชาวบ้านเวลาจะสร้างสะพาน จำเป็นต้องเข้าไปตัดไม้ในป่ามาทำ แต่เดี๋ยวนี้ใช้ปูนคอนกรีตกันหมดแล้ว เพราะทนทนแข็งแรงกว่ามาก" ลุงชาวบ้านคลองเจ้า เล่าให้ฟัง

การเดินทางมายังเกาะกูดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

        ลุงยังเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อก่อนเก้งและหมูป่ามีอยู่เยอะมาก เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เห็นแล้ว อาจจะมีอยู่บ้างก็โน่นแนะในป่าลึก ชาวบ้านดักยิงมาเป็นอาหารเกือบหมด เพราะมันชอบแอบมากินกล้ามะพร้าว

        ปัญหาร้อนใจของชาวเกาะกูด ณ ขณะนี้ คือ พื้นที่ป่าบนเกาะกูดกำลังได้รับการจัดตั้งเป็น"อุทยานแห่งชาติเกาะกูด" เช่นเดียวกับอุทยานแห่งชาติเกาะช้าง และได้มีการพิสูจน์สิทธิที่ดินบนเกาะไปแล้วเพื่อกำหนดเป็นพื้นที่อุทยานฯ ป่าชุมชน และพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน หลังจากคณะกรรมการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) เดินทางมาประชุมประชาชนในพื้นที่ 2 ครั้ง พร้อมได้ทำบัญชีของผู้ที่ขอให้พิสูจน์สิทธิมีกว่า 400 ราย และมีการแปลภาพถ่ายทางอากาศมาแล้ว

        แต่ขณะนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันในเรื่องการใช้ภาพถ่ายทางอากาศว่า จะเลือกใช้ในปี 2513 หรือใช้ในปี 2518 เนื่องจากมีประชาชนได้ร้องเรียนถึงความเป็นธรรม ทำให้ทางคณะกรรมการยุติการดำเนินการไปก่อน แล้วไปดำเนินการที่เกาะช้างแทน เพื่อทำให้ที่เกาะช้างได้ข้อยุติก่อน

ผืนป่าโกงกางยังแน่นขนัด 2 ฝากฝั่งคลองเจ้า

         ที่ผ่านมา ชาวเกาะกูด ได้ร้องขอให้มีการพิสูจน์สิทธิ์เรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้านก่อนเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ ก่อนที่จะประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ถ้าไม่กันพื้นที่ป่าชุมชน ไม่กันพื้นที่ของชาวบ้านออกมาก่อน "กลัวว่าจะทับซ้อนที่ของชาวบ้าน"

        ขณะที่ยังไม่มีการประกาศเขตอุทยานฯ และยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าราษฎรรายใดจะได้สิทธิครอบครองที่ดินหรือมีความผิดในข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณ นายทุนต่างมุ่งหน้าไปหาซื้อที่ดินทำเลเหมาะ ๆ บนเกาะแห่งนี้เพื่อทำธุรกิจโรงแรมหรู หรือรีสอร์ตที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว

        ราคาที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ นส.3 ก. สูงขึ้นจากเดิม ย้อนไปประมาณ 3 ปีที่ แล้วที่ดินมีราคาไร่ละประมาณ 400,000 บาท ในปัจจุบันที่ดินมีราคาไร่ละ 3,000,000-5,000,000 บาท และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยังมีความต้องการอีกมาก ( เดลินิวส์ 14/06/07)

            ภาพเล็กบน : เอื้องปากนกแก้ว (Den.cruentum) ,ภาพล่าง:นกนางแอ่นแปซิฟิก( Pacific Swallow )  ส่วนทางขาว เป็นน้ำตกคลองเจ้า ช่วงหน้าร้อน ยังพอเล่นน้ำได้ครับ  

**********************************

     # คลื่นเงินทุนรุกรานธรรมชาติ-วิถีชุมชน

         เมื่อเกาะกูดเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น หลังจากนักท่องเที่ยวอพยพหนีความพลุกพล่านมากจากเกาะช้าง ส่งผลให้ความเจริญทะลึ่งพรวดเข้ามายังตัวเกาะอย่างรวดเร็ว ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่พัก รีสอร์ท และโฮมสเตย์แล้ว ประมาณ 30 แห่ง

        อัญมณีแห่งทะเลตะวันออกอย่างเกาะกูด จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไปอย่างไร เมื่อคลื่นความศิวิไลซ์กำลังโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง นายทุนใหญ่จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายรายได้กว้านซื้อที่ดินบริเวณชายทะเล เพื่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาว

        อัตราค่าพักในราคาแพงระยับ ยากที่นักท่องเที่ยวเดินทางอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะฝ่ากำแพงเงินตราเข้าไปพักได้ 

แหลมหินเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีทัศนียภาพสวยงาม

              "อัญมณีแห่งทะเลตะวันออกอย่างเกาะกูด จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไปอย่างไร เมื่อคลื่นความศิวิไลซ์กำลังโถ่งถมเข้าใส่อย่างรุนแรงและอย่างไม่หยุดยั้ง "

        แผนพัฒนาหมู่เกาะช้าง ซึ่งรวมถึงเกาะกูดด้วยของสภาพัฒน์ ที่คลอดเมื่อปี 2545 ต้องการพัฒนาให้แหล่งท่องเที่ยวระดับไฮโซ ต้อนรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ส่วนชาวบ้านขาดประสบการณ์เรื่องธุรกิจและเงินทุน "ปัญหาจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้"

        ด้วยนโยบายพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของภาครัฐที่เน้นธุรกิจและรายได้ "ไม่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบยั่งยืนและการดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตแบบชุมชนดั้งเดิม" เกาะช้าง ณ ขณะนี้ ได้ถลำตัวตนไปเป็นเกาะทุนนิยมเต็มตัวไม่ต่างไปจากเกาะภูเก็ตและเกาะสมุย ที่มีรีสอร์ทและร้านรวงทันสมัยอัดแน่นกันเต็มไปหมด เรียงรายอยู่หน้าชายหาดราวปลากระป๋อง

        ความเจริญมาเยือนเร็วจนชาวบ้านเกาะช้างตั้งรับไม่ทัน การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ บุกรุกที่ดินสาธารณะ ถมดินลงทะเลมีให้เห็นเกือบทุกพื้นที่บนเกาะ ก่อเกิดปัญหาขยะมูลฝอย ขาดแคลนทรัพยากรน้ำ ยากที่จะรักษาสภาพเขียวให้ชะอุ่มดังเดิมต่อไปได้

การก่อสร้างที่พักหรือรีสอร์ท พบเห็นได้ทั่วไปบนเกาะกูด

         เมื่อมีเกาะช้างเป็นบทเรียน จึงน่าสนใจว่าเกาะกูดจะพัฒนาไปในด้านใด ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาเกาะกูดด้วยได้หรือไม่

        เสียงของชาวบ้านจะมีพลังมากพอหรือไม่ เมื่อเทียบกับคลื่นเงินตราของนายทุนใหญ่ ที่มักได้รับความเกรงอกเกรงใจจากหน่วยงานราชการบางหน่วย

       หญิงวัยกลางคน เจ้าของโฮมสเตย์แห่งหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ว่า เริ่มมีคนเข้ามาซื้อที่ดินชาวบ้านมากขึ้นเพื่อทำรีสอร์ต โดยเฉพาะบริเวณชายทะเล ขายกันก็ไร่ละหลายล้านหละ เมื่อ 2-3 ปีก่อน มีอยู่เจ้าหนึ่งมาจากกรุงเทพฯ มาซื้อไร่ทำรีสอร์ท ตกลงราคากันไร่ละ 1 ล้านบาทขาดตัว เดี๋ยวนี้รีสอร์ทสร้างเสร็จแล้ว มีคนมาขอซื้อต่อถึง 150 ล้านทีเดียว

อาหารทะเลบนเกาะกูดส่วนใหญ่มาจากชุมชนบ้านอ่าวสลัดแห่งนี้ที่ทำประมงมาอย่างยาวนาน

        จากการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตพบว่า ขณะนี้ มีกลุ่มเอวาซอน เข้าไปลงทุนสร้างบ้านพักตากอากาศในพื้นที่ 200 ไร่ และได้ซื้อที่ดินบนเกาะไม้ซี้ เพื่อสร้างสนามบินแบบชาร์เตอร์ด ไฟลท์ สำหรับรับส่งลูกค้าไปยังโรมแรมบนเกาะกูด นอกจากนั้น ก็ยังมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามาอีก 2-3 กลุ่ม

       อย่าว่าแต่ที่ชายทะเลเลยครับ บริเวณกลางเกาะห่างไกลชุมชน ก็ปาเข้าไปไร่ละ 700,000-800,000 บาท

       แต่ไม่ได้หมายความว่า ชาวบ้านทุกคนจะเห็นดีเห็นงามด้วยนะครับกับการขายที่ดินแบบยกเกาะ เหมือนเกาะไม้ซี้ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ข้าง ๆ เกาะกูด ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้วิธีแบ่งขายออกไป กันบางส่วนเป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ทำกัน ปลูกยางพารา และทำโฮมสเตย์

อาทิตย์อัสดงที่หน้าหาดคลองเจ้า

         ขณะที่รัฐมีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ระดับเวิลด์คลาสให้เข้าไปลงทุนในเกาะกูด แต่ชาวบ้านยังคงต้องการดำเนินชีวิตด้วยวิถีดั้งเดิม อยู่กันง่ายๆ แค่มีสาธารณูปโภคพื้นฐาน และมีส่วนร่วมในการแชร์รายได้จากการท่องเที่ยวด้วย

         ถ้าบนเกาะมีแต่รีสอร์ทหรูหราเต็มไปหมด ชาวบ้านจะอยู่ได้อย่างไร

         โฉมหน้าเกาะกูดจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด จะต้านทานคลื่นเงินทุนได้ขนาดไหน จะรักษาธรรมชาติและวิถีชุมชนแบบดั้งเดิมต่อไปได้หรือไม่

         คำตอบอาจมิได้ล่องลอยอยู่ในสายลม... อีกต่อไป

*************************

หมายเหตุ : ซีรีส์ต่อไปพบกับ"ภาพถ่ายสนามบินลึกลับ บนเกาะไม้ซี้"

++++++++++++++++++++++++++++++

           อ่านเรื่องแนะนำ  :  ไปเสียค่าโง่หลายต่อที่เกาะช้าง ซิตี้ มาครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 147
โฮย่า วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 15.17 น.
http://www.oknation.net/blog/MPA15
Hoya

ที่ไหนค่อนข้างบริสุทธิ์ และคนยังไม่ค่อยคุ้นเคย คนก็มักจะเข้าไปสัมผัสในสิ่งที่ยังแปลกใหม่อยู่เสมอ เมื่อเข้าไปบ่อยๆ และเยอะมากขึ้น มันก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงค่ะ ถ้าอยากให้ธรรมชาติที่สวยงามยังคงอยู่ ก็คงทำได้ยาก เพราะใครๆ ก็คงต้องการไปสัมผัส และชื่นชมกับธรรมชาติที่สวยงามอยู่แล้ว
ความคิดเห็นที่ 146
รุสสกี้ วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 20.45 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ในงานศพ จะมีขี้เมาน้อยกว่างานแต่งงานหนึ่งคนเสมอ

รู้สึกว่า การท่องเที่ยวไปที่ไหน มักจะมีปัญหาที่นั่น
ความคิดเห็นที่ 145
โรงเรียนไม้ไผ่แห่งเสาหิน วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 21.35 น.
http://www.oknation.net/blog/morgojor

สุดยอดครับแต่ละภาพ ถ่ายรูปเก่งมากเลยนับถือ ว่างๆมาเก็บภาพสวยๆธรรมชาติๆแบบชาวเขาบนดอยดูบ้างนะขอรับ บรรยากาศสวยมากครับ
ความคิดเห็นที่ 144
~anchors29~ วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 15.50 น.
http://www.oknation.net/blog/3anchors29

ขอบคุณสำหรับ comment นะค่ะ เกาะกูดน่าไปมากๆค่ะ ยังไม่เคยไปเลย ต้องหาโอกาสไปเที่ยวบ้างแล้ว
ความคิดเห็นที่ 143
เจ้าหญิงสายลม วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/3anchors19

เป็นการเดินทางที่น่าค้นหา ชีวติคุณคือการเดินทางหาความสงบสุข ชอบเรื่องราวที่นำมาเสนอนะคะ จะติดตามตอไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 142
หมีปิศาจ วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 17.51 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

อย่างนี้ น่ากลัวอีกหน่อยโฮมสเตย์ชาวบ้าน แบบ มาร์คเฮ้าส์
ก็อาจสูญสลายไปสิครับ

ผมว่าปัญหาที่พี่ชาร์ลีวิตกนั้น น่ากลัวจะซ้ำรอยเกาะช้าง
และเกาะอื่นๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 141
Sainam วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

แวะมาบอกว่า...

ไปดำน้ำตื้นดูปะการังที่ มัลดีฟมาแล้ว....บอกตรงนี้ได้เลยว่า....ที่เกาะกูดบ้านเราสวยกว่าเยอะค่ะ....ที่มัลดีฟ สวยสู้บ้านเราไม่ได้ค่ะ....เพียงแต่ทะเลของมัลดีฟ สวย สะอาด และ มีการรักษาดีค่ะ

ปล. น้ำไม่ได้ไปดำน้ำลึกค่ะ เลยบอกข้อมูลไม่ได้ค่ะว่าที่มัลดีฟสวยแค่ไหนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 140
nilsamai วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 08.44 น.
http://www.oknation.net/blog/nilsamai

นายทุนไม่มีอะไรจะเสีย ลงทุน เขาก็ลงทุนด้วยเงินของคนอื่น รัฐก็สนับสนุน
ความคิดเห็นที่ 139
วิตามินบี วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 22.53 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


ความคิดเห็นที่ 138
น้องจ๋า วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 22.27 น.
http://www.oknation.net/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

ยังอยู่ เกาะกูด ไม่ไปไหนหรอคะ พี่ฃาลี
ความคิดเห็นที่ 137
เสดพีร์ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 15.58 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

คลื่นมนุษย์ไปที่ไหน และจัดการกับธรรมชาติโดยมุ่งเอาผลกำไรและเงินตราเป็นเป้าหมายสูงสุด สภาพธรรมชาติก็ไม่เหลือความสวยงามให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมมากนัก เหมือนอย่างเกาะและที่อื่นๆ...

จะรอดูถ่ายสนามบินลึกลับ บนเกาะไม้ซี้ครับ

นิดหนึ่งครับ "สร้างบ้านแปงเมือง" นะครับ ไม่ใช่ "แปลง"
ความคิดเห็นที่ 136
chedtha วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 14.52 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

โอ้โห..ประชากร เหลือแค่ไม่กี่ร้อยคน
แปลกใจจัง ทำไมประชากรลดลง ทั้งๆที่น่าอยู่ออกนะครับ

หาดทราย สายลม แสงแดด น้ำตก สวยงามปานนั้น
ถ้าเป็นผม คงไม่ยอมไปไหนแล้ว ชอบอยู่กับธรรมชาติครับ
ไม่มีควันท่อไอเสียมากมาย อยู่แล้วสุขภาพดี หายใจทั่วท้อง

แวะมาโหวตให้กับเรื่องราวและภาพอีกรอบครับ
ความคิดเห็นที่ 135
คนทำงาน วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 13.27 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด http://www.oknation.net/blog/kunlek2008

แวะมาชมธรรมชาติที่ชอบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 134
anchor01 วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 13.00 น.
http://www.oknation.net/blog/3anchors01

อุแม่เจ้า....
คำอุทานของผมเมื่อเห็นblogพี่
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม blog
ว่างๆเชิญอีกนะครับ
ความคิดเห็นที่ 133
ลุงฟาง วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 11.42 น.
http://www.oknation.net/blog/semtele


ความศิวิไล ของธรรมชาติที่เงินก็หาซื้อไม่ได้ ครับพี่ ชาลี
ความคิดเห็นที่ 132
แม่สีไฟ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 10.15 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ขณะนี้ประเทศไทยมีหลายพื้นที่มั๊งคะที่กำลังเผชิญกับ
ปัญหาลักษณะเดียวกันกับเกาะกูด

น่าจะถึงเวลาที่หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกระดับ
รวมทั้งสื่อ และหน่วยงานด้านกฎหมาย ต้องช่วยกันรื้อ
ประเด็นแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนมาวิเคราะห์
วางแผนจริงจัง (จริง ๆ ต้องทำมาตั้งนานแล้วนะคะ)

ไทยเราผิดพลาดมาตั้งแต่แผนแม่บทป่าไม้
ผิดพลาดเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวและอีกหลายเรื่อง
ให้ความสนใจเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
น้อยมาก ๆ โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ ระบบอุปถัมภ์
และการหวังผลเฉพาะหน้ายังเอื้อให้มีการทำลายอย่าง
ต่อเนื่อง ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเคยร่ำรวยอสังหาริมทรัพย์
เดี๋ยวนี้ยากจน ที่ดินตกไปอยู่ในมือคนนอกพื้นที่รวมทั้งคนต่างชาติที่เข้ามาในหลากหลายรูปแบบ ยิ่งกว่าน่าห่วงนะคะ


งานวิจัยแบบมีส่วนร่วมกับชาวบ้านก็ยังได้รับการสนับสนุน
ไม่เต็มที่ งานที่จะนำมาใช้ได้จริงบางทีก็ช้าไปกับทุนที่เข้ามา

แม่สีไฟมาบ่นน่ะค่ะ
ไปทำงานก่อนล่ะค่ะ
ช่วงนี้อาจเพียงแว่บ ๆ แล้วแต่โอกาสค่ะ


ความคิดเห็นที่ 131
coolwater วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 09.25 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

อายจัง พิมพ์ผิด
ขอแก้คำผิดหน่อยนะคะ
เกาะทุกเกาะมีธรรมชาติที่งดงาม
ความคิดเห็นที่ 130
coolwater วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 09.23 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

เกาะทุกคนมีธรรมชาติที่งดงาม
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เปิดรับนักท่องเที่ยว
และมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด
ไม่ช้าไม่นานความงามตามธรรมชาติเหล่านั้นจะสูญสลายไป
.........................................................................
ภาพถ่ายสวยนะคะ เห็นแล้วก็รู้สึกได้ถึงความงดงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตผู้คนบนเกาะ
ความคิดเห็นที่ 129
นภดลดารารัตน์ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 08.47 น.
http://www.oknation.net/blog/bluemt
.........http://www.oknation.net/blog/bluemt      - ลิงค์นี้ไม่ต้องเปิดก็ได้ครับ

อยากไปจังเลยครับ ..
ความคิดเห็นที่ 128
วัติธนวิทย์ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 03.35 น.
http://www.oknation.net/blog/songer

ชอบมากครับเกาะกรูด แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเยอะเมื่อความเจริญเข้ามาเน๊าะ ! คุณชาลี
ก๊อก ๆ ๆ เคาะประตูเรียก : สุข เศร้า เหงา สยอง เรื่อง “ พุเตย...พุเกือบตาย ” 1 - 2
ซึ้ง เศร้ เหงา ฮา กับ " ครั้งหนึ่งในชีวิต "
จากคนเก่า เล่าเรื่องเที่ยว ที่บ้านเฮาเด้อ !
ความคิดเห็นที่ 127
คนช่างเล่า วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.16 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ภาพ คนแจวเรือ เป็นภาพธรรมชาติ

ลูกๆนั่งเต็มลำเรือ..นั่งกันสนุกสนาน ไม่กลัวตกน้ำ

เพราะเด็กๆเหล่านี้ อยู่กับธรรมชาติ เขาว่ายน้ำเป็นครับ
ความคิดเห็นที่ 126
ปอจู วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 20.43 น.
http://www.oknation.net/blog/Paojoo1974


สวัสดีค่ะ.....พี่ชาลี..
มนุษย์เรามีศักยภาพในการทำลายร้างสูงมาก ๆ นะคะ
เมื่อก่อนไฟมาป่าหมด..
เดี๋ยวนี้เงินมาป่าหมด..
ความคิดเห็นที่ 125
ช่างนอกตำรา วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 16.52 น.
http://www.oknation.net/blog/VRThai

คลื่นแห่งเงินตราที่ถาโถมเข้าถล่มเกาะกูด..
อาจทำให้ชาวเกาะกูดต้องถอยกรูดลงทะเล หรือไม่ก็ต้องอพยพออกไป..น่าเป็นห่วงนะครับ..วิถีขีวิตอันมีเสน่ห์ของชาวเกาะคงจะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป...เสียดายครับ.
ความคิดเห็นที่ 124
กระบี่ทูเดย์ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 14.43 น.
http://www.oknation.net/blog/krabitoday

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ
วันนี้ได้มีโอกาสตามอ่าน.. คลิกบล็อกโน้น สู่บล็อกนี้

ขอบคุณโอเคเนชั่น.. ข้าพเจ้าก็โอเค..

ความคิดเห็นที่ 123
อะหนึ่ง วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 14.05 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

แวะมาเยี่ยมอะครับ