• BlueHill
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : charlee@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 125
  • จำนวนผู้ชม : 94352
  • จำนวนผู้โหวต : 314
  • ส่ง msg :
คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล

โรงเรียนบ้านพรุชิง

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



คุณชอบแหล่งท่องเที่ยวประเภทไหน
ทะเล
97 คน
น้ำตก
33 คน
ภูเขา-ดอย
128 คน
ห้างสรรพสินค้า
8 คน

  โหวต 266 คน
วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2551
ป่าชายเลน : เกราะป้องกันภัยคลื่นยักษ์-พายุร้าย
Posted by BlueHill , ผู้อ่าน : 369 , 19:00:17 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว-ธรรมชาติ  
พิมพ์หน้านี้


ป่าชายเลน : เกราะป้องกันภัย"คลื่นยักษ์-พายุร้าย"

ธรรมชาติสร้างสมดุล แต่กำลังถูกทำลาย

...มนุษย์ตกเป็นเหยื่อธรรมชาติ หรือเหยื่อตัวเอง...? 

ข้อมูลจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แสดงถึงจำนวนประชากรพม่าทั้งสิ้น 1.7 ล้านคนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ได้รับผลกระทบจากภัยพายุนาร์กีส

ชื่อว่าสายตาทั่วทุกมุมโลกกำลังจับจ้องไปยังประชาชนพม่า ภาวนาขออย่าให้มีผู้ประสบภัยจำนวนมาก หลังจากพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มใส่เขตชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า เมื่อตอนเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา  สร้างความเสียหายมหาศาลให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินในบริเวณนั้น

        จนถึงขณะนี้ ทางการพม่าระบุว่า มียอดผู้เสียชีวิตประมาณ 2.2 หมื่นคน สูญหาย 4 หมื่นคน  ไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่าหนึ่งล้านคน ขณะที่ฑูตสหรัฐประจำพม่าบอกว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะสูงถึง 1 แสนคน ท่ามกลางความช่วยเหลือของนานาชาติที่กำลังหลั่งไหลเข้าไปยังผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน หลังจากเผด็จการทหารพม่ายอมเปิดไฟเขียวตั้งแต่เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม

       หลายคนสงสัยว่า ทำไมคนพม่าถึงเสียชีวิตมากขนาดนี้ แล้วเราจะหาทางป้องกันได้อย่างไรบ้างจากภัยธรรมชาติที่ดูเหมือนว่าระยะหลังที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่มนุษยชาติ

       ผมสะกิดใจคำกล่าวของ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่แถลงหลังเกิดโศกนาฎกรรมในพม่าไม่กี่วัน ว่า การทำลายป่าโกงกางแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ทำให้แนวป้องกันภัยพายุร้ายในบริเวณดังกล่าวได้สูญสิ้นไป 

      นำมาซึ่งความสูญเสียมากกว่าที่ประเมินกันไว้

สุรินทร์ พิศสุวรรณ    

       ดูเหมือนดร.สุรินทร์กำลังจะบอกว่า ถ้ามีป่าโกงกางเป็นแนวป้องกันภัยตามธรรมชาติ คนพม่าจะไม่ตายมากขนาดนี้  ความเสียหายจะไม่รุนแรงขนาดนี้  เพราะป่าโกงกางใช้ป้องกันคลื่นลมและพายุร้ายได้เป็นอย่างดี  แม้จะเกิดความสูญเสียบ้าง แต่คงไม่มากมายขนาดนี้

       "การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ทำให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ยังผลให้เกิดการตัดป่าโกงกางผืนใหญ่ออกไปจำนวนมาก ซึ่งแต่เดิมนั้น ป่าโกงกางทำหน้าที่เป็นปราการป้องกันพายุร้ายได้เป็นอย่างดี...มนุษย์ตกเป็นเหยื่อโดยตรงของพลังธรรมชาติ  " ดร.สุรินทร์ กล่าว

       ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าเองโดย Maung Maung Swe รัฐมนตรีกระทรวงบรรเทาทุกข์ ก็ออกมายอมรับว่า สาเหตุที่คนตายกันมากนั้นเป็นเพราะคลื่นที่มีความสูง  3.5 เมตรที่ถาโถมเข้ามาใส่ชายฝั่งกลืนกินหมู่บ้านกว่าครึ่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบต่ำ ไม่ได้มีสาเหตุจากพายุที่มีความเร็วของลมถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาพความเสียหายบางส่วนในพม่าที่เกิดจากพายุร้ายนาร์กีส 

        ผมจำได้แม่นว่า เมื่อครั้งเกิด เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันเมื่อปลายปี 2547 ก็มีการพูดถึงกันในแวงวงนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมว่า หากมีป่าชายเลนเป็นแนวป้องกันในทุกพื่นที่บริเวณชายฝั่งที่คลื่นยักษ์พัดเข้ามา  จะทำให้สถานการณ์ผ่อนหนักเป็นเบา ความสูญเสียจะบรรเทาเบาบางลงไม่มากก็น้อย

       ผลศึกษาวิจัยก็พบว่า บริเวณที่มีป่าโกงกางหรือป่าชายเลน ได้รับความเสียหายน้อยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

      จากวันนั้นถึงวันนี้  4 ปีแล้ว ยังไม่สายเกินไปที่เราคนไทยจะหันมาทำความเข้าใจกับประโยชน์ของป่าชายเลนหรือป่าโกงกางกันให้มากขึ้น

      งานวิจัยชิ้นหนึ่งของ World Conservation Union  ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม 2548 ระบุว่า ผืนป่าโกงกางช่วยปกป้องชีวิตชาวบ้านหลายหมู่บ้านในศรีลังกา  ไม่ให้ล้มตายไปจากภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

        นอกจากนั้น ยังมีการเปรียบเทียบความสูญเสียจากหมู่บ้าน 2 แห่งที่โดนคลื่นยักษ์กระหน่ำเหมือนกัน ปรากฎว่า หมู่บ้านที่ป่าโกงกางตั้งเป็นกำแพงธรรมชาติต้านทานสึนามิ มีคนตายแต่ 2 คน ส่วนอีกหมู่บ้านใกล้ ๆ กันซึ่งไม่มีป่าโกงกาง มียอดคนตายกว่า 6,000 คน

      แม้การทำลายป่าโกงกางไม่ได้เกิดขึ้นในพม่าหรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงภูมิภาคเดียวเท่านั้น  แต่ก็มีข้อมูลยืนยัน เอเชียมีการทำลายป่าโกงกางมากที่สุด

       จากการทำวิจัยเมื่อไม่กี่ปีมานี้ของ องค์การอาหารและการเกษตร (FAO)  ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาติ (ยูเอ็น) พบว่า  ผืนป่าโกงกางทั่วโลกได้ถูกทำลายลงไป 3.6  million hectares ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา แยกเป็นสัดส่วนของภูมิภาคเอเชียถึง 1.9  million hectares     สาเหตุหลักก็มาจากการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อสร้างบ่อเลี้ยงปลาและฟาร์มกุ้ง  รองลงก็ได้แก่การขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และจำนวนประชากรที่เพิ่มซึ่งต้องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าโกงกางทั้งสิ้น

ป่าโกงกาง : กำแพงธรรมชาติที่ยั่งยืน

        หันมาดูสถานการณ์ในพม่ากันบ้าง  Mette Wilkie เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรป่าไม้ของ FAO  ชี้ว่า ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี มีการทำลายล้างผลาญป่าโกงกางกันมากเกินไป  จนแทบไม่มีผืนป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์เหลืออยู่เลยในอาราบริเวณดังกล่าว

       เว็ปไซต์ของศุนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ของภูมิภาคอาเซียน ระบุว่า แม่น้ำอิระวดีเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีโคลนตมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะการตัดไม้ทำลายป่า และการทำเกษตรอย่างหนักตามริมตลิ่ง ผืนดินนอกเขตป่าสงวนถูกดัดแปลงเพื่อใช้งานด้านเกษตรกรรม และป่าชายเลนที่อยู่ในเขตป่าสงวนก็กำลังสูญหายไปอย่างรวดเร็ว

     เว็บไซต์นี้อ้างรายงานฉบับหนึ่งที่ระบุว่า หากป่าชายเลนยังถูกทำลายในอัตราเดียวกันกับเมื่อปี 2520 และปี 2533 ป่าชายเลนทั้งหมดจะสูญหายไปจากโลกภายใน 50 ปี

      อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมทั่วโลกแล้วก็ไม่ถือว่าจะเลวร้ายไปทั้งหมด FAO ประเมินว่า ในแต่ละปีอัตราการทำลายป่าโกงกางลดลงอย่างต่อเนื่อง  จาก 187,000  hectaresต่อปีในช่วงทศวรรษ 1980 ลดลงเหลือ 102,000  hectaresต่อปีในช่วงต้นทศวรรษ 2000

      ยิ่งไปกว่านั้น ในบางประเทศเช่นบังคลาเทศ ได้ขยายการปลูกโกงกางอย่างต่อเนื่อง เพราะตระหนักถึงบทบาทสำคัญของป่าโกงกางที่ช่วยลดหรือบรรเทาการทำลายล้างที่เกิดจากพายุร้าย ด้วยเหตุผลนี้รัฐบาลบังคลาเทศได้จึงพิทักษ์ผืนป่าชายเลนของตนไว้อย่างเข้มแข็ง

      ป่าซันดาร์บันส์  ในบังคลาเทศ เป็นพื้นที่สามเหลี่ยมปากน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยที่ปกคลุมด้วยป่าถึง 54 เกาะ    มีพื้นที่ป่าโกงกางอยู่ถึง 100,000   hectares  ซึ่งรัฐบาลบังคลาเทศใช้ผืนป่าอันมีค่าแห่งนี้เป็นปราการธรรมชาติตั้งปะทะกับลมมรสุม หลังจากในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา มีชาวบังคลาเทศเสียชีวิตจากพายุไซโคลนไปแล้วประมาณ 300,000 คน

ภาพถ่ายดาวเทียมของนาซา แสดงพื้นที่ป่าซันดาร์บันส์ ทำหน้าที่กันชนทางธรรมชาติ 

        รัฐบาลบังคลาเทศตระหนักดีว่า หากปราศจากซึ่งป่าโกงกางเป็นแนวกันชนต้านปะทะลมแล้ว พายุแต่ละลูกที่ขึ้นฝั่งอ่าวเบงกอล  อาจสร้างความสูญเสียมากกว่าเดิม  เพราะเบื้องหลังป่าชายเลนผืนใหญ่นั้น มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก

       ดังที่ผมเคยพูดไว้เสมอว่า "ธรรมชาติสร้างสมดุลทุกเผ่าพันธุ์ เรียงร้อยบนผืนดิน " โลกได้สร้างเกราะขึ้นมาป้องกันภัยพายุร้าย ซึ่งเกราะดังกล่าวก็คือ ป่าชายเลนที่กำเนิดมาคู่โลกตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ แต่ขณะนี้ป่าชายเลนในเมืองไทยเรา ถูกทำลายไปมากจนน่าเป็นห่วง ทำให้เกราะเกิดรอยรั่ว ไม่สามารถป้องกันภัยร้ายจากพายุหรือคลื่นยักษ์ได้

      เท่าที่ผมทราบมา ภาครัฐและเอกชนไทยได้เร่งมือกันปลูกป่าชายเลน บริเวณชายฝั่งทะเล 6 จังหวัดภาคใต้ที่เคยเกิดเหตุการณ์สึนามิ  (พังงา ระนอง ภูเก็ต กระบี่ สตูล ตรัง) เพื่อเป็นกำแพงป้องกันคลื่นยักษ์

       แต่ในส่วนตัวผม อยากให้รัฐบาลและภาคเอกชน ทุ่มเทงบประมาณและสรรพกำลังลงไปมากกว่านี้ ต้องทำงานแข่งกับเวลา เราไม่อาจรู้ได้ว่าภัยธรรมชาติจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่  

      สึนามิผ่านไปแล้ว ไซโคลนนาร์กีสผ่านไปแล้ว  ผมได้แต่หวังว่าคนไทยเราจะรักษ์ป่าชายเลนขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย...

******************

Donate for Relief Cyclone in Myanmar

 by Mar Mar Aye

.....................................


  หมายเหตุ : เรียบเรียงจาก BBC ,FAO และ World Conservation Union

      


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 59
ธมกร วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 13.24 น.
http://www.oknation.net/blog/krugarn

ขอบคุณความรู้ไว้สู้ภัย
แต่ใครรู้แล้วยังนิ่งเฉย
ตัวรู้กับตัวสำนึก...ยากจังเลย
ที่จะลงเอยกับอาธรรม
ความคิดเห็นที่ 58
เณรรูน วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 13.23 น.
http://www.oknation.net/blog/singslatan

... ชายทะเลทางใต้ก็หนัก คลื่นซัดถนนขาดไปหลายแห่ง..
ความคิดเห็นที่ 57
joeyman วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 13.06 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

พม่า แล้วก็ จีน ระวังไทยแลนด์ด้วยนะครับ....



http://www.oknation.net/blog/visa/2008/05/13/entry-1/comment#read

คนโง่ปั่นจักรยาน - ตอน ศิลปกรรมย้อนหลัง

ชมภาพวาดพร้อมเกร็ดบรรยายที่จะทำให้คุณเข้าใจภาพวาดของศิลปิน ... รู้จักศิลปินแห่งชาติ อ.สวัสดิ์ ตันติสุข
ง่ายๆ สบายๆ ไม่เครียดรีบเร่ง ตามสไตล์คนโงปั่นจักรยานครับ
ความคิดเห็นที่ 56
พี่ต้นอ้อ วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 12.04 น.
http://www.oknation.net/blog/jamwainaja
UP มั่ง.. ไม่ UP มั่ง   แล้วแต่อารมณ์ 

ภัยธรรมชาติ.. เราช่วยกันลดความรุนแรงได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 55
คุคคู วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 11.33 น.
http://www.oknation.net/blog/cuckoo

เข้ามาอ่านบทความดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 54
Ch.Minivet วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 10.57 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet

ดีจังค่ะวันนี้ได้อ่านนิทาน พีพี กะ โกงกางด้วย

... ... ...

ความเห็นเช่นเดิม ถึงแม้ว่า พวกเราจะปลูก แล้วรอดแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ ก็ไปปลูกกันเถอะค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 53
Lyrics วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 01.52 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เห็นด้วยคะน่าจะมีการรณรงค์ปลูกป่าชายเลน

ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ไข

ว่างๆแวะเข้ามาอ่านนะคะ

TOUR OF DUTY ตอน งานกาชาด จว.นราธิวาส สนุกสุดเสียว

http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/05/13/entry-1
ความคิดเห็นที่ 52
ดีเจพะโล้ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 22.44 น.
http://www.oknation.net/blog/djpalo

สวัสดีครับคุณชาลี
มารับข้อมูล
ความคิดเห็นที่ 51
wullopp วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 20.12 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

วันนี้ว่างๆ แวะมาโหวตให้อีก 1 คะแนน // ขอขอบพระคุณคนไทย และชาวโลกที่ช่วยเหลือพม่าครับ...
ความคิดเห็นที่ 50
BlueHill วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ลองอ่านและศึกษาบทความของอาจารย์ ประสาร มฤคพิทักษ์ เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดูครับจะเห็นถึงประโยชน์อย่างเอกอุของป่าชายเลน

"สึนามิยอมจำนน ป่าชุมชนชายเลน"



เมื่อไม่นานมานี้ผมร่วมกับคณะนักเขียน นำโดยคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เดินทางไปบริเวณพื้นที่ชายฝั่งอันดามันที่ประสบภัยสึนามิ จุดแรกที่เริ่มต้นไปสัมผัสคือเกาะพีพี ดอน(พีพีใหญ่)

ตามตัวเลขเป็นทางการ บริเวณเกาะพีพี มีคนตาย 697 คน บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน สูญหายพันกว่าคน เหตุที่บริเวณนี้มีคนตายมากเพราะป่าชายเลนถูกทำลายลงไปเกือบหมด เนื่องจากมีพ่อค้ามาซื้อที่ น.ส.3 ใกล้บริเวณนั้น แล้วปลูกเพิงพักคนงานก่อสร้างโดยต้องโค่นต้นโกงกางทิ้งไป ร่องน้ำก็หายไปด้วย ป่าชายเลนกลายเป็นที่ทิ้งเศษวัสดุก่อสร้าง เป็นกระต๊อบ และที่ทิ้งขยะ เหมือนกับเป็นสลัมชายทะเล เมื่อสึนามิมา ทั้งเพิงพักคนงาน เศษวัสดุ รวมทั้งผู้คนถูกคลื่นซัดไปรวมอยู่ในบ่อบำบัดน้ำเสีย ศพนับร้อยจมอยู่ก้นบ่อ

มหาวิบัติตรงจุดนี้ เป็นเพราะป่าชายเลนถูกทำลาย ต่างกับบริเวณที่ป่าชายเลนยังอุดมสมบูรณ์หลายแห่งที่เป็นปราการรับแรงปะทะของสึนามิไว้ได้ค่อนข้างดี

คุณพิศิษฎ์ ชาญเสนาะ นายกสมาคมหยาดฝน เล่าให้ฟังว่า ที่อ่าวพังกา บริเวณเกาะมุก จ.ตรัง มีป่าชายเลนเป็นป่าโกงกางราว 200 ไร่ ชาวบ้านทำป่าชุมชนมาหลายปีแล้ว มีอยู่บริเวณหนึ่งซึ่งไม่มีต้นโกงกาง ตรงนั้นมีบ้านอยู่ 14 หลัง พอคลื่นมา พัดเอาบ้านเรือนพังพินาศหมด ในขณะที่บ้านอีก 80 หลังคาเรือน มีป่าโกงกางที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษาไว้เกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อย เพราะแนวป่าชายเลนช่วยทอนกำลังคลื่นยักษ์ครั้งนี้เอาไว้

คุณพิศิษฎ์เล่าด้วยว่า ที่บ้านในไร่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นั้น จากชายหาดถัดขึ้นมาเป็นสันทรายธรรมชาติบนสันทรายมีไม้ตระกูลสนยาวเกือบกิโลเมตร หลังสันทรายเป็นคลองขนานสันทรายไปออกทะเล จากคลองถัดเข้าไปด้านในเป็นป่าชายเลน ถัดขึ้นไปอีกจึงเป็นหมู่บ้านในไร่ ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้านมีขุมเหมือง บริเวณนั้นเป็นทะเลน้ำตื้น คลื่นสึนามิซัดเข้าฝั่งจึงเป็นคลื่นใหญ่มาก ด่านแรกปะทะเข้ากับสันทราย แล้วลงไปสู่คลอง แรงคลื่นต่อเนื่องซัดเข้าใส่ป่าชายเลน แล้วไปสิ้นฤทธิ์ที่ขุมเหมือง บ้านในไร่ที่น่าจะเสียหายมหาศาลเพราะคลื่นลูกใหญ่และรุนแรงมากกลับส่งผลเสียหายไม่มากนัก ต่างกับบริเวณเขาหลักที่พินาศย่อยยับอย่างที่เห็น นี่ก็เป็นผลพวงจากการทำป่าชุมชนของชาวบ้านที่รักษาป่าชายเลนเอาไว้

บ้านบางเบน ต.ม่วงกลาง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งโดนคลื่นสึนามิอย่างรุนแรงไม่แพ้ที่อื่น

อาจารย์เปลื้อง คงแก้ว กวีและปราชญ์สำคัญคนหนึ่งของ จ.ตรัง อธิบายที่มาของชื่อเกาะพีพีว่า พีพีนั้นไม่ใช่ภาษาอังกฤษ มันเป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง เดิมขึ้นอยู่บนเขา มีต้นโกงกางยืนอยู่เป็นเพื่อนใกล้เคียงกัน

วันหนึ่ง โกงกาง ก็เอ่ยปากชวนพีพีว่า

"อยู่บนเขานี่มันร้อนเหลือกำลัง"

"จะหนีไปไหนล่ะ" พีพีถาม

"ไปอยู่ทะเลกันดีกว่า อยู่ใกล้น้ำ เย็นสบายดี" โกงกางตอบ

"เฮ่ย! ไม่ไปหรอก คลื่นลมแรงจะตาย จะไปอยู่ได้ยังไง" พีพีเถียง

"ไม่ต้องกลัวหรอก ข้าจะปกป้องแกเอง" โกงกางรับอาสา

"แกจะปกป้องข้ายังไง"

"ข้าก็จะอยู่ด้านหน้าติดทะเล แกเข้าไปอยู่ด้านในข้างหลังข้า คลื่นลมมาอย่างไร ข้าจะปิดกั้นไว้ ไม่ให้ระคายผิวแกเป็นอันขาด" โกงกางเอ่ยปากรับประกัน

ทั้งพีพี และโกงกาง พากันลงจากเขามาอยู่ด้วยกันที่ชายทะเล วันหนึ่งมีคลื่นใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง ลมพัดแรงมาก โกงกางได้ยินเสียงคลื่นลมแรงเช่นนั้นก็ตกใจกลัว จึงรีบหยั่งรากลงไปในดินตมอย่างรวดเร็ว ทำเวลาแข่งกับคลื่นที่กำลังซัดเข้ามา ทำให้ต้นโกงกางมีรากเยอะแยะมากมายที่หยั่งยึดดินไว้อย่างเหนียวแน่นเพื่อให้สามารถยืนหยัดต้นรับแรงปะทะของคลื่นลมได้อย่างมั่นคง

นิทานของอาจารย์เปลื้อง ทำให้คิดนึกได้ว่ารากโกงกางนับแสนนับล้านราก ที่ยึดโยงดินเป็นขุมตาข่ายทั่วบริเวณผืนป่าชุมชนชายเลนที่ทอนกำลังสึนามิจนอ่อนแรง

คุณูปการของป่าชุมชนชายเลนยิ่งใหญ่ออกปานนี้ ส.ส.และ ส.ว.จะใจจืดใจดำเหนี่ยวรั้ง พ.ร.บ.ป่าชุมชนไว้ได้อย่างไร
ความคิดเห็นที่ 49
roselobster วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 15.56 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
RosELobsteR->>สิ่งที่คุณเห็นและสิ่งที่ฉันเป็น

" มนุษย์ตกเป็นเหยื่อธรรมชาติ หรือเหยื่อตัวเอง "

...............

เป็นเหยื่อของธรรมชาติ..

ที่มีผลมาจากตัวมนุษย์กระทำขึ้นเองมากกว่าค่ะพี่

เพราะมนุษย์เป็นผู้ทำลายล้าง...ให้ธรรมชาติลงโทษเราเอง
ความคิดเห็นที่ 48
kokoyadi วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 15.54 น.
http://www.oknation.net/blog/kokoyadi

เดิมตอนเด็กๆ เคยเรียนว่า ป่าชายเลนมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

แต่ไม่รู้สึกว่า นี่คือ คุณประโยชน์...

แต่พออ่านแล้ว นี่ล่ะ โคตรประโยชน์มหาศาลเลยครับ

(บทความเจ๋งมากๆครับ)

ป.ล. แอบกวนพี่ไว้ที่ http://www.oknation.net/blog/red-devils/2008/05/12/entry-1 ... เยี่ยมและสวนได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 47
วิตามินบี วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 15.39 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


ว่าจะลองไปเที่ยวป่าชายเลน
แถวจันทบุรีค่ะ
เพื่อนไปเที่ยวมาบอกว่าเค้าอนุรักษ์ไว้เป็นที่ท่องเที่ยว
พอมาอ่านเรื่องป่าชายเลนของบล็อกพี่ว่ามีความสำคัญมากขนาดนี้ บีเลยอยากไปขึ้นมาเลย
อ่านอย่างเดียวก็แค่รู้ ต้องไปศึกษาของจริง
จะได้รับป่าชายเลนมากขึ้นเนอะ
ความคิดเห็นที่ 46
น้ำอมฤต วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 11.02 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

...มนุษย์ตกเป็นเหยื่อธรรมชาติ หรือเหยื่อตัวเอง...?

น่าขบคิดตาม

และหว้งว่า คนไทยคงให้ความสำคัญต่อป่าชายเลนมากขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยเท่า

ช่วยกันป้องกันเถิดค่ะ
ความคิดเห็นที่ 45
กระบี่ทูเดย์ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 10.51 น.
http://www.oknation.net/blog/krabitoday



ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 44
paedophile วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 08.47 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ดินดีเพราะป่าปก

ป่ารกเพราะเสือยัง

ดินดีเพราะหญ้าบัง

หญ้ายังเพราะดินดี
ความคิดเห็นที่ 43
ทราย วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 08.23 น.
http://www.oknation.net/blog/coolnews

ทุกสิ่งที่เราทำ
เปลี่ยนแปลงโลกเสมอ

คิดรักษาธรรมชาติ ทุกนาทีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 42
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 07.27 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

ผมรักต้นไม้
ลูกผมรักต้นไม้ ทุกคนรักต้นไม้
เรามปลูกต้นไม้กัน....
เรารอให้รัฐมากระตุ้นมาทำแทนไม่ได้ดอก
ความคิดเห็นที่ 41
ลิลิตดา วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 02.44 น.
http://www.oknation.net/blog/phenvipa

คุณชาลีคะ
เป็นบทความที่ดีมากค่ะ และช่วยกระตุ้นจิตสำนึกให้หลายๆคนกลับมาสำนึกกันอีกครั้ง ว่าภัยธรรมชาติหลายๆข้อเกิดจากความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ และความ"ไม่รู้-ไม่เข้าใจ" ของชาวบ้าน คงไม่ต้องรอรัฐบาล ผู้ที่ทำหน้าที่สื่อมวลชนช่วยกันเขียนช่วยกันย้ำ ดีที่สุดแล้ว...เขียนอีกค่ะ เขียนบ่อยๆ..ดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 40
น้องจ๋า วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 21.10 น.
http://www.oknation.net/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

หวังว่าคงไม่สายเกินไปนะคะ ที่จะรักษาป่าชายเลน
ความคิดเห็นที่ 39
ลูกตอ วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 19.22 น.
http://www.oknation.net/blog/nuprae

อ๊ะ ดี ข๊ะ ...


+++ ขอบ คุง ที่ เม้น หัย
ความคิดเห็นที่ 38
walkaway วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/ake-yanee

มนุษย์มีความเห็นแก่ตนเป็นพื้นฐาน..เมื่อเติบโตขึ้นก็อยากได้อยากมี..การอนุรักษ์ป่า..ควรที่จะเริ่มต้นจากเด็ก..ให้ได้รับความรู้และการศึกษาสิ่งเหล่านี้ว่ามีผลกระทบมากน้อยเพียงใด..เพราะหากบอกให้ผู้ใหญ่(บ้านเมือง)ทำ..คงยาก..ด้วยว่ามีความรู้กันถ้วนทั่ว..ดูตัวอย่างสึนามิที่ญี่ปุ่นจะมีการศึกษาและให้ความรู้กับเด็กตั้งแต่เล็กๆเลย..ให้รับรู้ถึงผลกระทบอันร้ายแรงที่จะได้รับรวมทั้งการเตรียมรับมือเช่นกัน..ความคิดเห็นที่23น่าสนใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 37
BlueHill วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 17.59 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ หวังว่าทุก ๆ คอมเมนท์มในบล็อกนี้ จะสะกิดใจให้คนไทยเราหันมาให้ความสำคัญกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นครับ

วันนี้ไปเจอเพลง Donate for Relief Cyclone in Myanmar ที่ขับร้องโดย Mar Mar Aye นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชาวพม่าซึ่งขณะนี้เธอลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ เห็นว่าต้องช่วยกันเผยแพร่ จึงนำมาให้ฟังกันครับ

ผมแปลไม่ออกครับ ใครมีความรู้ภาษาพม่า ช่วยถอดความให้ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ
ความคิดเห็นที่ 36
ครูเก๋ วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 17.18 น.
http://www.oknation.net/blog/clear

เห็นด้วยค่ะคุณพี่ชาลี ว่าแต่จะมีซักกี่คนคะที่คิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไปๆมาๆก็จะเป็นแบบไฟไหม้ฟางเหมือนที่พี่มาลีนัตน์บอกนั่นแหละคะ
ความคิดเห็นที่ 35
มีนา วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 16.16 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

อย่างที่เคยมีการพูดกันอยู่เสมอว่า
โลกเราสร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติและมนุษย์ไว้แล้ว

แต่มนุษย์ก็เป็นผู้ทำลายสมดุลนั้นเอง
สุดท้ายผู้ก่อและไม่ได้ก่อก็ต้องได้รับผลกระทบนั้นไปด้วย
ความคิดเห็นที่ 34
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 15.42 น.