| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
ป่าชายเลน : เกราะป้องกันภัย"คลื่นยักษ์-พายุร้าย" ธรรมชาติสร้างสมดุล แต่กำลังถูกทำลาย ...มนุษย์ตกเป็นเหยื่อธรรมชาติ หรือเหยื่อตัวเอง...?
ข้อมูลจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แสดงถึงจำนวนประชากรพม่าทั้งสิ้น 1.7 ล้านคนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ได้รับผลกระทบจากภัยพายุนาร์กีส
เชื่อว่าสายตาทั่วทุกมุมโลกกำลังจับจ้องไปยังประชาชนพม่า ภาวนาขออย่าให้มีผู้ประสบภัยจำนวนมาก หลังจากพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มใส่เขตชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า เมื่อตอนเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายมหาศาลให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินในบริเวณนั้น จนถึงขณะนี้ ทางการพม่าระบุว่า มียอดผู้เสียชีวิตประมาณ 2.2 หมื่นคน สูญหาย 4 หมื่นคน ไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่าหนึ่งล้านคน ขณะที่ฑูตสหรัฐประจำพม่าบอกว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะสูงถึง 1 แสนคน ท่ามกลางความช่วยเหลือของนานาชาติที่กำลังหลั่งไหลเข้าไปยังผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน หลังจากเผด็จการทหารพม่ายอมเปิดไฟเขียวตั้งแต่เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม หลายคนสงสัยว่า ทำไมคนพม่าถึงเสียชีวิตมากขนาดนี้ แล้วเราจะหาทางป้องกันได้อย่างไรบ้างจากภัยธรรมชาติที่ดูเหมือนว่าระยะหลังที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่มนุษยชาติ ผมสะกิดใจคำกล่าวของ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่แถลงหลังเกิดโศกนาฎกรรมในพม่าไม่กี่วัน ว่า การทำลายป่าโกงกางแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ทำให้แนวป้องกันภัยพายุร้ายในบริเวณดังกล่าวได้สูญสิ้นไป นำมาซึ่งความสูญเสียมากกว่าที่ประเมินกันไว้
สุรินทร์ พิศสุวรรณ ดูเหมือนดร.สุรินทร์กำลังจะบอกว่า ถ้ามีป่าโกงกางเป็นแนวป้องกันภัยตามธรรมชาติ คนพม่าจะไม่ตายมากขนาดนี้ ความเสียหายจะไม่รุนแรงขนาดนี้ เพราะป่าโกงกางใช้ป้องกันคลื่นลมและพายุร้ายได้เป็นอย่างดี แม้จะเกิดความสูญเสียบ้าง แต่คงไม่มากมายขนาดนี้ "การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ทำให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ยังผลให้เกิดการตัดป่าโกงกางผืนใหญ่ออกไปจำนวนมาก ซึ่งแต่เดิมนั้น ป่าโกงกางทำหน้าที่เป็นปราการป้องกันพายุร้ายได้เป็นอย่างดี...มนุษย์ตกเป็นเหยื่อโดยตรงของพลังธรรมชาติ " ดร.สุรินทร์ กล่าว ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าเองโดย Maung Maung Swe รัฐมนตรีกระทรวงบรรเทาทุกข์ ก็ออกมายอมรับว่า สาเหตุที่คนตายกันมากนั้นเป็นเพราะคลื่นที่มีความสูง 3.5 เมตรที่ถาโถมเข้ามาใส่ชายฝั่งกลืนกินหมู่บ้านกว่าครึ่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบต่ำ ไม่ได้มีสาเหตุจากพายุที่มีความเร็วของลมถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาพความเสียหายบางส่วนในพม่าที่เกิดจากพายุร้ายนาร์กีส ผมจำได้แม่นว่า เมื่อครั้งเกิด เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันเมื่อปลายปี 2547 ก็มีการพูดถึงกันในแวงวงนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมว่า หากมีป่าชายเลนเป็นแนวป้องกันในทุกพื่นที่บริเวณชายฝั่งที่คลื่นยักษ์พัดเข้ามา จะทำให้สถานการณ์ผ่อนหนักเป็นเบา ความสูญเสียจะบรรเทาเบาบางลงไม่มากก็น้อย ผลศึกษาวิจัยก็พบว่า บริเวณที่มีป่าโกงกางหรือป่าชายเลน ได้รับความเสียหายน้อยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จากวันนั้นถึงวันนี้ 4 ปีแล้ว ยังไม่สายเกินไปที่เราคนไทยจะหันมาทำความเข้าใจกับประโยชน์ของป่าชายเลนหรือป่าโกงกางกันให้มากขึ้น งานวิจัยชิ้นหนึ่งของ World Conservation Union ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม 2548 ระบุว่า ผืนป่าโกงกางช่วยปกป้องชีวิตชาวบ้านหลายหมู่บ้านในศรีลังกา ไม่ให้ล้มตายไปจากภัยคลื่นยักษ์สึนามิ นอกจากนั้น ยังมีการเปรียบเทียบความสูญเสียจากหมู่บ้าน 2 แห่งที่โดนคลื่นยักษ์กระหน่ำเหมือนกัน ปรากฎว่า หมู่บ้านที่ป่าโกงกางตั้งเป็นกำแพงธรรมชาติต้านทานสึนามิ มีคนตายแต่ 2 คน ส่วนอีกหมู่บ้านใกล้ ๆ กันซึ่งไม่มีป่าโกงกาง มียอดคนตายกว่า 6,000 คน แม้การทำลายป่าโกงกางไม่ได้เกิดขึ้นในพม่าหรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงภูมิภาคเดียวเท่านั้น แต่ก็มีข้อมูลยืนยัน เอเชียมีการทำลายป่าโกงกางมากที่สุด จากการทำวิจัยเมื่อไม่กี่ปีมานี้ของ องค์การอาหารและการเกษตร (FAO) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาติ (ยูเอ็น) พบว่า ผืนป่าโกงกางทั่วโลกได้ถูกทำลายลงไป 3.6 million hectares ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา แยกเป็นสัดส่วนของภูมิภาคเอเชียถึง 1.9 million hectares สาเหตุหลักก็มาจากการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อสร้างบ่อเลี้ยงปลาและฟาร์มกุ้ง รองลงก็ได้แก่การขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และจำนวนประชากรที่เพิ่มซึ่งต้องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าโกงกางทั้งสิ้น
ป่าโกงกาง : กำแพงธรรมชาติที่ยั่งยืน หันมาดูสถานการณ์ในพม่ากันบ้าง Mette Wilkie เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรป่าไม้ของ FAO ชี้ว่า ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี มีการทำลายล้างผลาญป่าโกงกางกันมากเกินไป จนแทบไม่มีผืนป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์เหลืออยู่เลยในอาราบริเวณดังกล่าว เว็ปไซต์ของศุนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ของภูมิภาคอาเซียน ระบุว่า แม่น้ำอิระวดีเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีโคลนตมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะการตัดไม้ทำลายป่า และการทำเกษตรอย่างหนักตามริมตลิ่ง ผืนดินนอกเขตป่าสงวนถูกดัดแปลงเพื่อใช้งานด้านเกษตรกรรม และป่าชายเลนที่อยู่ในเขตป่าสงวนก็กำลังสูญหายไปอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์นี้อ้างรายงานฉบับหนึ่งที่ระบุว่า หากป่าชายเลนยังถูกทำลายในอัตราเดียวกันกับเมื่อปี 2520 และปี 2533 ป่าชายเลนทั้งหมดจะสูญหายไปจากโลกภายใน 50 ปี อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมทั่วโลกแล้วก็ไม่ถือว่าจะเลวร้ายไปทั้งหมด FAO ประเมินว่า ในแต่ละปีอัตราการทำลายป่าโกงกางลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 187,000 hectaresต่อปีในช่วงทศวรรษ 1980 ลดลงเหลือ 102,000 hectaresต่อปีในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ยิ่งไปกว่านั้น ในบางประเทศเช่นบังคลาเทศ ได้ขยายการปลูกโกงกางอย่างต่อเนื่อง เพราะตระหนักถึงบทบาทสำคัญของป่าโกงกางที่ช่วยลดหรือบรรเทาการทำลายล้างที่เกิดจากพายุร้าย ด้วยเหตุผลนี้รัฐบาลบังคลาเทศได้จึงพิทักษ์ผืนป่าชายเลนของตนไว้อย่างเข้มแข็ง ป่าซันดาร์บันส์ ในบังคลาเทศ เป็นพื้นที่สามเหลี่ยมปากน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยที่ปกคลุมด้วยป่าถึง 54 เกาะ มีพื้นที่ป่าโกงกางอยู่ถึง 100,000 hectares ซึ่งรัฐบาลบังคลาเทศใช้ผืนป่าอันมีค่าแห่งนี้เป็นปราการธรรมชาติตั้งปะทะกับลมมรสุม หลังจากในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา มีชาวบังคลาเทศเสียชีวิตจากพายุไซโคลนไปแล้วประมาณ 300,000 คน
ภาพถ่ายดาวเทียมของนาซา แสดงพื้นที่ป่าซันดาร์บันส์ ทำหน้าที่กันชนทางธรรมชาติ รัฐบาลบังคลาเทศตระหนักดีว่า หากปราศจากซึ่งป่าโกงกางเป็นแนวกันชนต้านปะทะลมแล้ว พายุแต่ละลูกที่ขึ้นฝั่งอ่าวเบงกอล อาจสร้างความสูญเสียมากกว่าเดิม เพราะเบื้องหลังป่าชายเลนผืนใหญ่นั้น มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก ดังที่ผมเคยพูดไว้เสมอว่า "ธรรมชาติสร้างสมดุลทุกเผ่าพันธุ์ เรียงร้อยบนผืนดิน " โลกได้สร้างเกราะขึ้นมาป้องกันภัยพายุร้าย ซึ่งเกราะดังกล่าวก็คือ ป่าชายเลนที่กำเนิดมาคู่โลกตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ แต่ขณะนี้ป่าชายเลนในเมืองไทยเรา ถูกทำลายไปมากจนน่าเป็นห่วง ทำให้เกราะเกิดรอยรั่ว ไม่สามารถป้องกันภัยร้ายจากพายุหรือคลื่นยักษ์ได้ เท่าที่ผมทราบมา ภาครัฐและเอกชนไทยได้เร่งมือกันปลูกป่าชายเลน บริเวณชายฝั่งทะเล 6 จังหวัดภาคใต้ที่เคยเกิดเหตุการณ์สึนามิ (พังงา ระนอง ภูเก็ต กระบี่ สตูล ตรัง) เพื่อเป็นกำแพงป้องกันคลื่นยักษ์ แต่ในส่วนตัวผม อยากให้รัฐบาลและภาคเอกชน ทุ่มเทงบประมาณและสรรพกำลังลงไปมากกว่านี้ ต้องทำงานแข่งกับเวลา เราไม่อาจรู้ได้ว่าภัยธรรมชาติจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ สึนามิผ่านไปแล้ว ไซโคลนนาร์กีสผ่านไปแล้ว ผมได้แต่หวังว่าคนไทยเราจะรักษ์ป่าชายเลนขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย... ****************** Donate for Relief Cyclone in Myanmar by Mar Mar Aye .....................................
|