| เสี้ยวหนึ่งของหลวงพระบาง | ||
ตลาดเช้าของหลวงพระบาง เปิดตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน มีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมทั้งเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด |
||
|
View All |
||
| คุณศุนันทวดีสัมภาษณ์บลูฮิล | ||
โรงเรียนบ้านพรุชิง |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ระยะหลังในการเดินทางไปกินลมชมวิวที่สถานตากอากาศบางปู เริ่มมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสถานตากอากาศแห่งนี้ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่มีเนื้อหาสาระมากขึ้น เพราะ.. บางปูได้กลายเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติบางปู ไปเสียแล้วครับ ตั้งแต่ผมจำความได้ บางปูก็มีชื่อเสียงในด้านแหล่งท่องเที่ยวชั้นแนวหน้าของสมุทรปราการ เพราะจะมีนกนางนวลอพยพเข้ามาในช่วงหน้าปลายฝนต้นหนาว ให้บรรดาตากล้องมืออาชีพและมือสมัครเล่นชักรูปกันเป็นพัลวัน และมีร้านอาหารที่มีผู้คนนิยมไปฟังเพลงและเต้นลีลาศ มาบัดนี้ นอกจากจะเป็นสถานตากอากาศแล้ว บางปูยังมีศูนย์ศึกษาธรรมชาติผุดขึ้นมาอีกแห่ง เป้าหมายนั้นก็คือ พัฒนาจากสถานที่พักผ่อนคลายร้อนคลายเครียดไปเป็นศูนยกลางการเรียนรู้ด้านธรรมชาติชานเมืองสำหรับเยาวชน เน้นรูปแบบการทำกิจกรรมในพื้นที่ภาคสนาม ซึ่งก็คือป่าชายเลน อาศัยธรรมชาติเป็นแรงกระตุ้นให้เยาวชนและบุคคลทั่วไป เกิดความมสนใจในเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนขึ้นมา สถานที่ตั้งก็อยู่ตรงปากทางเข้าร้านอาหารบางปู ด้านซ้ายมือของตัวสะพานสุขตานั่นแหละครับ หาง่ายไม่ยาก ขับรถเข้าไปก็เห็นแล้วครับ อยู่ดี ๆ ไฉนบางปูจึงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติขึ้นมา... คำตอบก็มีอยู่ว่า บางปูนั้นเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลใกล้ปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีธาตุอาหารอันอุดมสมบูรณ์สะสมอยู่ตลอดแนวหาดโคลน และเป็นอะไรต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นระบบนิเวศที่ซับซ้อน เป็นบ้านของนกน้ำ เป็นแหล่งหากินของนกชายเลนอพยพ และมีป่าชายเลนที่ช่วยรองรับน้ำในฤดูน้ำหลาก ป้องกันการพังทลายของดิน ลดความรุนแรงของพายุ เป็นแหล่งอาหารป้อนคนในเมืองใหญ่
ปลาตีน ( Mudskipper) เป็นสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก อยากรู้มากกว่านี้ ต้องไปเข้าห้องเรียนศึกษาธรรมชาติกันเองครับ
ภาพบน : แปลงปลูกป่าบริเวณป่าชานเลนของศูนย์ศึกษาธรรมชาติบางปู ภาพล่าง : โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ปล่อยก๊าซของเสียออกมา ภาพนี้ถ่ายจากตัวสะพานสุขตา
ถัดเข้าไปด้านในของพื้นที่เป็นดงแสมและดงต้นชะคราม (หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่าหน้าตาเป็นอย่างไร) ต้นแสมนี้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่ในบ่อกุ้งร้างระดับน้ำไม่ลึก เป็นแหล่งพักพิงและสร้างรวงรังของนกน้ำนานาชนิด โดยเฉพาะนกกาน้ำเล็กและนกยางที่มีอยู่จำนวนมากพอควรในบางปู ทั้งยังมีปลาตีน ปูแสม และปูก้ามดาบ อาศัยหากินอยู่ในแอ่งโคลนจำนวนมาก ในพื้นที่ 338 ไร่ของศูนย์ศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบบวงรอบระยะประมาณ 1,500 เมตร ก่อนจะมาสิ้นสุดที่หอชมเรือนยอด (เรือนส่องนกนั่นแหละครับ) สูง 8 เมตร สามรถชมทิวทัศน์ดงแสมและรับลมทะเลได้ เห็นบล็อกเกอร์หลายท่านมีโครงการที่จะปลูกป่าชายเลนกัน นึกขึ้นมาได้ว่าที่บางปูก็มีป่าชายเลน และมีนักสื่อความหมายจากศูนย์ศึกษาธรรมชาติบางปู คอยให้ความรู้เรื่องธรรมชาติและการอนุรักษ์ธรรมชาติแก่เยาวชนและบุคคลทั่วไปที่สนใจ ... น่าสนใจทีเดียว หากจะมาลงพื้นที่ศึกษารูปแบบการทำกิจกรรมของนักสื่อความหมายธรรมชาติที่บางปู เพื่อนำไปประยุกษ์ใช้สำหรับโครงการปลูกป่าชายเลน ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะการเดินทางไปปลูกป่าอย่างเดียวนั้น คงจะด้อยคุณค่าลงไป หากไม่ได้เรียนรู้และสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของชีวิตต่าง ๆ ในป่าชายเลน เรียกว่า ยังไม่ถึงเป้าหมายของการเดินทาง ก็ว่าได้กระมัง เราจะเห็นว่าป่าชายเลน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทยเราเหมือนป่าใหญ่และดอยสูง เพราะการลุยโคลนเข้าไปนั่น ไม่ใช่เรื่องสนุกของบางคน (แต่ผมชอบมาก) แถมยังมียุงชุกชุมอีกต่างหาก ... หรือว่าอยู่ใกล้เมืองใหญ่ จึงถูกผลักไสให้ห่างไกลนักท่องเที่ยวออกไปทุกที
ภาพบน : ผมขึ้นไปจับภาพนากุ้งเดิมจากชั้น 2 ของหอส่องนกที่สร้างขึ้นใหม่ ถ้าเป็นช่วงเดือนก.ย.-ก.พ. จะเห็นนกอพยพเต็มไปหมด ภาพล่าง : นกนางนวลหลงฝูง ไปยอมอพยพกลับถิ่นที่อยู่เดิม ตอนนี้ที่บางปูมีประมาณเกือบ 20 ตัว
หากเราพิจารณาทุกแง่มุมแล้ว จะเห็นว่า ป่าชายเลยมีความมหัศจรรย์ในตัวมันเองอยู่มาก แม้ไม่ได้เป็นปรากฎการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็มีรายละเอียดมากมายเชื่อมโยงกัน ที่บางปู ป่าชายเลนเป็นเสมือนเกาะเล็ก ๆ กลางมหาสมุทรที่ถูกห้อมล้อมด้วยโรงงานอุตสาหกรรมทั้งใหญ่และเล็ก ยิ่งขึ้นไปยืนบนหอส่องนกสูง 8 เมตร จะเห็นสภาพเช่นนี้ชัดเจน นกกาน้ำเล็กเป็นฝูงเกาะอยู่บนยอดเรือนต้นแสม ถัดออกไปเป็นโรงงานที่พ่นควันพิษออกมาเป็นขโมงโฉงเฉง เขียนอธิบายมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว ถ้าผมชวนไปปลูกป่าชายเลน จะไปด้วยกันไหม ใครสนใจ ยกมือขึ้นด้วยครับ ปลูกป่าอย่างเดียวก็ได้ประโยชน์ แต่ถ้าจะให้ได้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและการนำไปใช้ให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืน ขอแนะนำให้มีกิจกรรมสื่อความหมายธรรมชาติด้วยครับ
เข้าไปใจกลางป่าชายเลน ยังหลีกหนีไม่พ้นเลยครับ ต้นเทสโก้ โลตัส ช่างสูงใหญ่จริง ๆ ++++++++++++++++++++++ เพลง : ป่าของใคร ศิลปิน : ตุ๊ แครี่ออน จากอัลบั้มป่าตะโกน ขอขอบคุณศิลปินรักษ์ผืนป่าตะวันตก
|