| แมลงที่สวยที่สุดในโลก | ||
เคยมีคนพูดว่า ผีเสื้อเปรียบเสมือนอัญมณีแห่งพงไพรที่คอยประดับดาป่าให้สวยงาม แม้คนหยาบกร้าน...ยังเห็นเช่นนั้น |
||
|
View All |
||
| My first bungy jump at Kawarau Bridge . | ||
Here is a short video of my first bungy jump. It's from the Kawarau Bridge just outside of Queenstown, New Zealand |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
ขณะที่คนไทยเรากำลังวิพากษ์วิจารณ์ ก่นด่าประณามในกรณี"วิกฤติการณ์เขาพระวิหารและนพดล ปัทมะ" โดยที่ยังไม่ดำเนินการใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรมและอย่างเร่งด่วนในอันที่จะแสดง"จุดยืนร่วมกัน"ของประเทศไทยต่อกรณีที่ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น ทางฝ่ายประเทศกัมพูชา ได้เปิดเกมรุกหนักขึ้นอีกแล้วครับ เป็นเกมรุกที่หากประเทศไทยเราตั้งรับไม่ดี รัฐบาลยังทำอะไรไม่เป็นโล้เป็นพาย ประเทศไทยเราอาจจะพลาดพลั้งอีกครั้ง... เสียค่าโง่อีกครั้ง .. ถึงคราวที่คนในชาติต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ละทิ้งอคติที่มีต่อกัน หันหน้ามาช่วยกันคิดช่วยกันทำ เพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของคนไทยเราตามสิทธิที่จะพึงดำเนินการได้ และบนพื้นฐานการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับประเทศเพื่อนบ้าน ในเว็บไซต์ของสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ซึ่งพาดหัวข่าวเรื่อง "Cambodian official hails inscription of Preah Vihear Temple as World Heritage Site" ได้อ้างคำพูดของนาย นายเมือง สอน ประธานกองทุนอารยธรรมเขมร (Meoung Son, president of the Khmer Civilization Fundที่) ว่า รัฐบาลกัมพูชามีแผนจะสร้างพิพิธภัณฑ์ปราสาทพระวิหารขึ้นมาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจากนั้น กัมพูชายังจะขอให้ไทยส่งมอบโบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับปราสาทหลังนี้คืนให้กัมพูชานำไปจัดแสดง
http://news.xinhuanet.com/english/2008-07/08/content_8511609.htm นายเมือง สอน ประธานกองทุนอารยธรรมเขมร กล่าวว่าจะสร้างพิพิธภัณฑ์ปราสาทพระวิหารในวงเงิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 650,000 บาท) พร้อมทั้งร้องขอให้ทางประเทศไทยส่งมอบศิลปะวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับประสาทพระวิหารคืนให้ทางเขมรนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่อไป นายเมือง สอน ซึ่งนั่งเก้าอี้ประธานบริษัทท่องเที่ยวยูเรเชีย เทรเวล อีกตำแหน่ง ยังแสดงความหวังว่าปราสาทพระวิหารจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในอนาคต คำพูดของนายเมือง สอน ที่ปรากฎในข่าว มีสั้น ๆ เท่านี้ ไม่ทราบว่าเป็นทัศนะส่วนตัวหรือเป็นนโยบายที่มาจากรัฐบาลฮุนเซน แต่...คนไทย รัฐบาลไทย ไม่ควรนิ่งนอนใจกับเรื่องนี้นะครับ แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางกัมพูชาแสดงท่าทีขอคืนโบราณวัตถุศิลปะยุคขอมที่อยู่ในฝั่งไทย แต่เมื่อประธานกองทุนอารยธรรมเขมร ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงที่ปราสาทพระวิหารได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปอย่างสด ๆ ร้อน ๆ จึงเป็นเรื่องที่มิอาจนิ่งดูดายได้อย่างเด็ดขาด ตอนนี้ ผมยังสับสนอยู่มากว่าหน่วยงานไหนจะออกมา"พูด"หรือ"ทำ" ในเรื่องนี้ รัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กรมศิลปากร หน่วยงานไหนครับ **************************************************
กัมพูชาขอให้ไทยมอบคืนโบราณวัตถุ รับตั้งพิพิธภัณฑ์ปราสารพระวิหาร คลิ๊กชมคลิปวิดีโอ รายการเก็บตกจากเนชั่น เช้าวันนี้ (10 ก.ค. 51)
********************************************************************* ไทยท้าขอรายชื่อโบราณวัตถุพระวิหาร จากเว็บไซต์คมชัดลึก http://www.komchadluek.net/2008/07/10/x_main_a001_210665.php?news_id=210665 แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมศิลปากร แสดงความเห็นกรณีการทวงคืนโบราณวัตถุจากปราสาทพระวิหารว่า หากย้อนดูคำสั่งศาลโลกเมื่อปี 2505 จะเห็นเนื้อหาหลัก 3 ประการ คือ 1.ให้พื้นที่เฉพาะตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา 2.ให้ประเทศไทยสั่งถอยกำลังทหารและตำรวจออกจากพื้นที่บริเวณนั้น และ 3.ให้ไทยส่งมอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องคืนกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลไทยช่วงนั้นก็ได้ปฏิบัติตามทุกอย่าง จากนั้นก็ไม่เคยมีการเรียกร้องหรือร้องเรียนในเรื่องนี้จากรัฐบาลกัมพูชามาก่อน นักโบราณคดีกล่าวอีกว่า หากฝ่ายใดเชื่อว่ามีโบราณวัตถุจากปราสาทพระวิหารหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ก็ต้องทำตามกติกาทวงคืนโบราณวัตถุที่ทำกันจนเป็นหลักสากล คือ ต้องแสดงรายละเอียดของรายการโบราณวัตถุที่ต้องการทวงคืน พร้อมแสดงหลักฐานว่าเป็นโบราณวัตถุของประเทศตนจริง เช่น เทวรูป รูปเคารพ ฯลฯ ว่าสร้างขึ้นสมัยใด รวมถึงรายละเอียดขนาดและรูปร่าง และที่สำคัญคือ ต้องมีการสืบข้อเท็จจริงให้พร้อมว่าสมบัติชิ้นนั้นอยู่ในประเทศใด หรือมีการแสดงโชว์ตั้งวางประจำไว้ในสถานที่ใด "การทวงคืนโบราณวัตถุจากประเทศอื่นนั้น จะต้องมีรายละเอียดหลายขั้นตอน ไม่เคยมีใครทวงคืนด้วยปากเปล่าโดยไม่มีหลักฐาน ก็เหมือนที่ไทยทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เพราะมีหลักฐานว่าโบราณวัตถุชิ้นนั้นเป็นของประเทศเราจริง และถูกลักลอบเอาออกนอกประเทศไปวางโชว์ที่อื่น ถ้ากัมพูชาจะกล่าวถึงประเด็นนี้ ก็ต้องส่งรายละเอียดรายการโบราณวัตถุที่เชื่อว่ามีหลงเหลืออยู่ในประเทศไทยมาให้ดู พร้อมทั้งแสดงหลักฐานว่ามีโบราณวัตถุที่กล่าวอ้างถึงวางอยู่ในประเทศไทยตรงจุดไหน เพราะเรื่องโบราณวัตถุเป็นสิ่งมีค่า จะมากล่าวอ้างหรือทวงคืนแบบปากเปล่าไม่ได้" นักโบราณคดีกล่าว นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดียังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า โครงการก่อสร้างหรือจัดทำพิพิธภัณฑ์ภายในปราสาทพระวิหาร โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำโบราณวัตถุไปวางโชว์นั้น ตามข้อเท็จจริงแล้วพื้นที่ปราสาทพระวิหารที่เป็นของกัมพูชานั้น ไม่ใช่พื้นที่กว้างขวางหรือใหญ่โตมากพอที่จะทำพิพิธภัณฑ์ หรือหากต้องการสร้างจริง คณะกรรมการมรดกโลกก็คงไม่ยินยอม เพราะจะทำให้เค้าโครงโบราณสถานดั้งเดิมเสียหายได้ หากจะสร้างภายนอกที่ยังเป็นเขตพื้นที่พิพาทกับไทยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เผยอดีตกษัตริย์"สีหนุ"ไม่คิดทวงคืน เช่นเดียวกับ อ.พิสิฐ เจริญวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคด้านโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ แห่งองค์การรัฐมนตรีศึกษา ประจำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แกนนำนักโบราณคดีที่ดำเนินเรื่องนำทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์คืนจากสถาบันศิลปะชิคาโกของอเมริกา ให้ข้อมูลว่า ในปีที่ศาลโลกสั่งให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชานั้น หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์เขมรในเวลานั้น ซึ่งสมเด็จพระนโรดม สีหนุ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ไม่ต้องการทวงคืนโบราณวัตถุใดๆ จากไทย แปลง่ายๆ คือ ไม่ต้องอะไรคืนทั้งสิ้น นอกจากนี้ แล้วโบราณวัตถุเป็นสิ่งของที่มักถูกขโมยหรือลักลอบเอาออกจากแหล่งโบราณสถานอยู่แล้ว ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่มีการทำบัญชีหรือขึ้นทะเบียน จึงไม่มีใครรู้ว่าโบราณวัตถุแต่ละชิ้นของประสาทพระวิหารไปอยู่ที่ใดในโลกบ้าง "ตอนนี้ทั้งไทยและกัมพูชากำลังตีประเด็นเรื่องมรดกโลกผิด เพราะไม่เข้าใจเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกว่า มาจากอนุสัญญาคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก พวกเราลืมคำว่า คุ้มครอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขึ้นทะเบียน จุดประสงค์เพื่อให้ช่วยกันคุ้มครองและอนุรักษ์ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการค้า การท่องเที่ยว หรือผลประโยชน์ทางการเมือง ถ้าเข้าใจประเด็นนี้ก็จะรู้ว่าทุกคนมีหน้าที่ช่วยกันคุ้มครอง ไม่ใช่แย่งชิงผลประโยชน์เพื่อประเทศตัวเอง ทางออกที่ดี คือการใช้หลักวิชาการหรือความรู้ทางประวัติศาสตร์มาอธิบาย และทำความเข้าใจว่า ทุกคนต้องช่วยกันดูแลปราสาทพระวิหาร ไม่ต้องสนใจแค่เรื่อง 1 ประเทศ 2 ประเทศ หรือ 7 ประเทศ ที่จะมาดูแล แต่ควรให้ความสำคัญกับวิธีการอนุรักษ์คุ้มครองว่าจะทำอย่างไรให้ดีที่สุดมากกว่า" นายพิสิฐกล่าว ทั้งนี้ ศิลปะโบราณวัตถุที่สร้างสมัยปราสาทพระวิหารนั้น เรียกว่า "ศิลปะสมัยเกลียง" ตอนปลาย หรือ "ศิลปะปาปวน" ตอนต้น คือประมาณ 1,000 ปีที่แล้ว |