พิมพ์หน้านี้
|
รับน้องรุนแรง-เรื่องปกติ? ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ติดตามข่าวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงจะเห็นพ้องไปในทางเดียวกันว่า นอกจากข่าวที่ทำให้สะเทือนใจคนไปทั่วประเทศอย่าง เที่ยวบินมรณะสายการบิน วันทูโก แล้ว ข่าวที่ตีคู่มาสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้พบเห็นไม่น้อยกว่ากันคือ ข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงของวัยรุ่น ทั้งข่าวนักเรียนสองสถาบันยกพวกตีกัน อีกข่าวหนึ่งคือ การรับน้องที่โหดเกินปกติผิดมนุษย์มนา ข่าวดังกล่าวเริ่มตันที่ รุ่นพี่ของโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่ง ได้พารุ่นน้องกว่า 40 ชีวิต ไปเที่ยวทะเลที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเมื่อคืนวันที่ 17 กันยายน 2550 ได้มีการจัดเล่นรอบกองไฟ รุ่นพี่สั่งให้รุ่นน้องวิ่งที่ชายหาด พร้อมทั้งกระโดดเอาหัวทิ่มหาดทราย เท่านั้นยังไม่พอ ยังสั่งให้รุ่นน้องกระโดดลงไปในกองไฟที่เพิ่งมอด ก่อนสั่งให้กลิ้งบนกองไฟคนละ 2-3 รอบ ผลปรากฏว่ารุ่นน้อง 3 คน บาดเจ็บมีถึงขั้นเข้าห้อง ไอ.ซี.ยู. รายหนึ่งมีอาการโคม่า ศรีษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ยังไม่รู้สึกตัว เบื้องต้นแพทย์กล่าวว่าเป็นตายเท่ากัน ข่าวเหล่านี้เป็นข่าวที่พบเห็นได้เป็นประจำแทบจะเรียกได้ว่าเป็นปกติในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยหลังจากที่มีการรายงานข่าว ทางสถาบันของนักศึกษาก็จะออกมาแสดงความรับผิดชอบ ผ่านการบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น จนเกิดเป็นเรื่องพิพาทกันระหว่างโรงเรียนและครอบครัวและอีกภาพที่จะเห็นคือ ภาพการร้องไห้คร่ำครวญของผู้เป็นผู้ปกครองของเด็กผู้เคราะห์ร้าย ภาพการขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยสรุปตั้งแต่ปี 2541-2548 มีรุ่นน้องเสียชีวิตจากการกระทำที่รุนแรงของรุ่นพี่จำนวน 3 ราย ฆ่าตัวตาย 2 ราย สติฟั่นเฟือน 1 ราย และเกิดอาการกลัววิตกกังวลไม่กล้าไปเรียนอีก 1 ราย ต่อกรณีการสูญเสียดังกล่าว ไม่เคยมีรุ่นพี่คนใดได้รับโทษทางกฎหมาย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็พยายามปกปิดอย่างเต็มที่ แต่เมื่อตกเป็นข่าวก็ออกมาแก้ตัวอย่างแกนๆ และรับผิดชอบจ่ายเงินแก่ญาติของผู้เสียหายบ้างพอเป็นพิธี การจะหยุดเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นและสร้างความสะเทือนใจอีก ควรจะเริ่มจากการ คิดแล้วทำ ในทุกฝ่าย ครั้งหนึ่งเคยมีการส่งหนังสือเวียนจากคณะกรรม ฝ่ายที่ควรจะออกมาช่วยกัน คือผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ต้องหยุดจากการพัฒนาทางด้านวัตถุ เช่น สร้างอาคารสถานที่เรียน มาเป็นการพัฒนาด้านจิตใจของนักศึกษา ให้เห็นในสิ่งที่ดีของการรับน้องอีกแบบหนึ่ง มหาวิทยาลัยต้องเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมการรับน้องที่ดีงาม บอกถึงจุดประสงค์ของการรับน้องให้นักศึกษาเข้าใจ ดูแล ติดตามความเคลื่อนไหวของการรับน้อง อาจรวมไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการรับน้องก็น่าจะดี เพื่อที่ปัญหาเหล่านี้จะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำซากจนทำให้เป็นเรื่องปกติ |