พิมพ์หน้านี้
|
ไม่เคยคิดว่าจะเจอกับตัวเองครับ ตอนไปอยู่เหมืองใหม่ๆ ถ้าวันไหนไม่ลงไปใต้ดิน เวลาเดินไปไหนมาไหนในเหมือง ผมจะใส่รองเท้าแตะครับ สบายดี อากาศในเหมืองค่อนข้างแห้ง ฝุ่นเยอะ เดินไปก็เตะฝุ่นไปเรื่อย จนวันนึงรู้สึกเจ็บที่นิ้วชี้ที่เท้า เลือดออกซึมๆ ก็ปล่อยไว้ ไม่ได้ทายาอะไร คิดว่าคงไปเดินเตะหิน หลังจากนั้น แผลเหมือนตกสะเก็ด เป็นหนังแข็งๆ ใกล้ๆเล็บ ปล่อยไปนานวันเข้า ก็เริ่มเป็นตุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนวันนึง นั่งอยู่หน้าปากทางลงเหมือง ลูกน้องมาเห็นเข้า ถามว่าไปโดนอะไรมา เราก็ว่าเตะหินมามั้ง ไอ้ลูกน้องตัวดี มันบอกไม่ใช่ ว่าแล้วก็ไปเด็ดหนามแข็งจากต้นไม้มา สะกิดตรงตุ่มนั้น เดี๋ยวเดียว มีน้ำใสๆออกมาครับ ทีนี้ลูกน้องได้ใจเอาหนามสะกิด แหวกๆ เข้าไปใหญ่ สุดท้าย มันบอกว่า ดู-ดู้ ดูดู้ เป็นภาษาพื้นเมือง แปลว่าแมลงครับ ปรากฏว่ามีแมลงไปอาศัยอยู่ใต้เล็บเท้าผม แมลงตัวนี้มันมีชื่อเฉพาะเป็นภาษาพื้นเมืองว่า Fungza (ฟุ้งซ่าน?) ธรรมชาติจะอยู่กับฝุ่น หายไปเมื่อมีฝน จะเข้าไปฝังตัวอยู่ตามบริเวณผิวหนังที่อ่อนๆของเหยื่อ โดยถ้าฝังตัวเข้าไปได้แล้ว มันก็จะเจริญเติบโตอยู่ตรงนั้น ออกไข่ ออกลูก ออกหลาน ก็ตรงนั้น แล้วไอ้ตุ่มใสๆ ที่มันอยู่ เมื่อแตกออก ก็จะมีตัวอ่อนไปฝังตัวในผิวหนังบริเวณใกล้เคียงได้ สุดท้ายก็จะมีตุ่มใสๆ หลายๆตุ่มกระจายเต็มเท้าไปหมด คนที่นี่เค้าเจอเป็นเรื่องปกติครับ เพราะฉะนั้น เค้าก็จะระวังตัว ตรวจดูนิ้วเท้า ง่ามนิ้วเป็นระยะ ถ้ามีตุ่มผิดปกติขึ้นมา เค้าก็เอาหนามมาบ่งออก แล้วก็เอาหินบี้ตัวแมลงซะ แต่เมืองไทยไม่มีแบบนี้นี่ครับ เราก็ไม่รู้ ปล่อยไว้จนตุ่มเริ่มใหญ่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นอะไรมากกว่านี้ครับ แมลงตัวนี้ไม่มีเชื้อโรค ถ้าเอามันออกไปได้ ทายาเบทาดีนบ่อยๆก็หาย ที่เหมืองจะมีหมอมาเยี่ยม ทุก 2 อาทิตย์ครับ เป็นหมอมาจากสถานีอนามัยในหมู่บ้านมาไซ ผมกับคุณพ่อจะเรียกแกว่า หมอตัวเหม็น เหม็นมากครับ ขอบอก เวลาแกมานั่งในห้องรับแขกที่บ้าน เราต้องเปิดประตู หน้าต่างทั้งหมดเพื่อระบายอากาศ แต่หมอเป็นคนดีนะครับ นอกจากเรื่องตัวเหม็นแล้ว อย่างอื่นน่ารักมากครับ (จริงๆ ที่นี่ก็ตัวเหม็นทุกคนนะ อย่างที่เคยเล่า น้ำไม่ค่อยมี ผมยังอาบน้ำอาทิตย์ละครั้งเลย นานสุดเคยมีสองอาทิตย์ครั้ง แต่คุณหมอนี่สุดเหม็นครับ เหม็นยิ่งกว่าเหม็น) ตอนที่หมอมา ก็เลยได้โอกาส ให้แกดูแผลให้ แกก็เลยให้ยามาทาน ก็รับไว้ แต่ไม่กล้ากินครับ ดูวันหมดอายุแล้วเหลืออีกสองเดือนจะหมด ตอนแรกจะฉีดยาแก้อักเสบให้ด้วยนะครับ แต่ผมปฏิเสธ คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า เคยเห็นในโรงพยาบาลในเมือง เวลามีการย้ายคนไข้ออกจากเตียงไป แล้วมีคนใหม่เข้ามานอน ไอ้สายยางน้ำเกลือจากคนไข้เก่า ก็ฉีดจึ้กเข้าไปกับคนไข้ใหม่โดยไม่ต้องเปลี่ยนเข็ม (อันนี้เป็นประสบการณ์ของคุณพ่อที่บังเอิญไปพบเห็นมานะครับ โรงพยาบาลอื่นอาจดีกว่านี้ก็ได้) นอกจากนี้ คนงานเหมืองเคยเล่าให้ฟังว่า ผู้หญิงบริการที่นี่ไม่ชอบให้ลูกค้าใช้ถุงยางอนามัยนะครับ เค้ามีความเชื่อว่า ถุงยางอนามัยที่มีขาย เป็นของ Recycle จากประเทศยุโรป และจะทำให้คนใช้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เนื่องจากความยากจน ผู้หญิงบริการที่นี่ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นโรคเอดส์ ก็ยังคงประกอบอาชีพอยู่ ทำให้ประเทศนี้มีคนป่วยเป็นโรคเอดส์เยอะมาก เป็นหลักเปอร์เซนต์ทีเดียว ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะครับ คิดดูถึงอัตราการขยายตัวของผู้ติดโรค และการเสียชีวิตภายในอีกห้าปี สิบปีข้างหน้า ประชากรประเทศนี้จะเหลือกี่คนละครับ |
| Masai | ||
มาไซในหลายๆ อิริยาบทครับ |
||
|
View All |
||