พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้จะมาเล่าเรื่องคนอื่นๆบ้างครับ ขอเริ่มจากผู้จัดการเหมืองก่อนละกัน มหาวิทยาลัยที่แทนซาเนียในสมัยก่อนไม่มีสาขาวิศวกรรมเหมืองแร่ครับ คนที่จะเรียนสาขานี้ต้องไปเรียนที่เมืองนอก ผู้จัดการเหมืองคนนี้ก็เหมือนกัน เข้าใจว่าจบจากประเทศแซมเบียครับ ผู้จัดการเหมืองคนนี้เค้าทำงานที่เหมืองนี้มาประมาณ 15 ปีแล้ว เข้าๆออกๆ เหตุก็เพราะขโมยพลอยเก่ง แต่เนื่องจากเป็นคนเก่งเหมือง พอถูกเจ้าของเหมืองคนเก่าไล่ออกไป พอมีเจ้าของเหมืองคนใหม่เข้ามาก็รับเข้ามาทำงานอีก สลับไปสลับมาอย่างนี้ ตอนที่คุณพ่อเข้ามารับงานเหมืองนี้ก็เหมือนกัน ก็ไปดึงเข้ามา โดยจะให้เงินเดือนเพิ่มสองเท่าและโบนัสพิเศษถ้าได้พลอยดี แต่เค้าต้องสัญญาว่าจะไม่ขโมยพลอย แต่ทำไปทำมาก็ลายออกครับ แผนสูงเสียด้วย ทำไงรู้มั้ยครับ ตัวผู้จัดการเหมืองก็ไปนัดแนะกับหัวขโมยมาไซ เสร็จแล้วตัวผู้จัดการเหมืองก็ทำการซ่อนพลอยของดีไว้ใต้ดิน ในตำแหน่งที่นัดแนะกันไว้ แล้วก็ร่วมมือกับยาม ปล่อยให้มาไซลงมาทางรูหายใจเพื่อเอาพลอย พอเรื่องแดงขึ้นมา ก็เฉไฉชวนคนงานเหมืองก่อหวอดสไตรค์หยุดงาน ไม่ยอมรับความผิด โดยอ้างว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกิดจากการบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของยามตัวเค้าไม่เกี่ยว สุดท้ายเหตุการณ์ครั้งนั้น จบลงด้วยการที่คุณพ่อปิดเหมืองเป็นเวลาเกือบเดือน ให้คนงานทุกคนกลับบ้านทั้งหมด หลังจากเหตุการณ์สงบลงจึงค่อยเปิดเหมืองใหม่ โดยตอนที่เปิดใหม่นี้ก็ไม่ได้รับผู้จัดการเหมืองคนนี้เข้ามาทำงานอีก และคนงานก็ไม่กล้าสไตรค์หยุดงานอีกเลย ตัวแสบอีกคนคือผู้จัดการทั่วไปครับ เคยมีคนดำพูดถึงผู้จัดการทั่วไปคนนี้ว่า เหมือนกบที่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้กลางอากาศ อธิบายได้ว่า เวลากบมันกระโดดลอยตัวจากพื้น เราสามารถคาดเดาได้ใช่มั้ยครับว่ามันจะลงที่ตรงไหน แต่กับผู้จัดการทั่วไปคนนี้ เป็นเหมือนกบที่แม้ว่าจะลอยอยู่กลางอากาศแล้ว มีความสามารถพิเศษ หมุนตัวกลับ หรือ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาได้กลางอากาศ ไม่สามารถกำหนดจุดลงจอดได้ครับ เรียกว่าปลิ้นปล้อนสุดชีวิตกันทีเดียว สมัยก่อนที่ยังทำงานในเหมือง ผู้จัดการทั่วไปคนนี้ก็มีการตุกติกเข้ากระเป๋าตัวเองอยู่เนืองๆ (อย่างที่เคยเล่าครับ เนื่องจากเจ้าของเหมืองไม่เคยจ่ายเงินเดือนใคร ดังนั้นคนดีๆก็ไม่มีใครอยู่ด้วยได้ คนอยู่ได้ก็เฉพาะคนที่มีความสามารถหาเศษหาเลยได้เท่านั้น) วิธีการหาเศษหาเลยของผู้จัดการทั่วไป มีหลายวิธีครับ ตั้งแต่มุบมิบเงินสดเบิกล่วงหน้าเวลาไปซื้อของเข้าเหมือง แต่บางครั้งก็ถึงขนาดว่า รับเงินจากเจ้าของเหมืองเพื่อไปจ่ายค่าเช่าเหมืองที่กรมทรัพย์ฯ แล้วไม่จ่ายแต่เก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเองทั้งหมด แล้วก็ทำหลักฐานเท็จโดยถ่ายเอกสารใบ Certificate เช่าเหมืองใบเก่า แก้วันที่เป็นของใหม่ก็ทำมาแล้วครับ เนื่องจากตัวผู้จัดการทั่วไปมีความประพฤติไม่ดี ตอนที่คุณพ่อเข้ามารับงานเหมืองจึงไม่ได้รับผู้จัดการทั่วไปคนนี้เข้ามาทำงานด้วย แต่มันไม่จบเท่านั้นครับ เพราะอีตาผู้จัดการทั่วไปนี่ผูกใจเจ็บต้องการแก้แค้น ตอนที่ผมไปอยู่ใหม่ๆ ยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน ผู้จัดการทั่วไปมันก็แจ้งตำรวจจับผม ข้อหาเข้าไปทำงานในเหมืองโดยมีแค่ Visa นักท่องเที่ยว ผมก็ต้องไปโรงพักเจรจากับตำรวจหลายชั่วโมงกว่าจะเอาตัวรอดออกมาได้ นอกจากนี้ ยังเคยใส่ความว่าทางผมไม่เคยดูแลข้าวของเครื่องใช้ รถยนต์ในเหมือง (เจ้าของเหมืองต่างหากครับ ไม่เคยดูแล ตอนเข้าไปอยู่ใหม่ๆ ถ่ายน้ำมันเครื่องปั๊มลมที มีน้ำปนอยู่ตั้ง 20 ลิตร ต้องมายกเครื่อง เอาประเก็นจากเมืองไทยไปเปลี่ยนกันให้วุ่นวายไปหมด) ทีนี้พอเจ้าของเหมืองคิดว่าเราไม่ดูแลเครื่องจักรกล รถยนต์ รถแทรคเตอร์ ตัวเจ้าของเหมืองก็บอกว่าจะมายึดคืนให้หมด สุดท้ายอะไรต่างๆที่เรากะว่าจะซ่อม เราก็เลยไม่ซ่อมจริงๆซะเลย เพราะไม่รู้ว่าลงทุนซ่อมไปแล้วจะถูกยึดคืนไปเมื่อไหร่ (ยางเส้นใหญ่รถแทรคเตอร์ หมดสภาพแล้ว แต่เส้นนึงเป็นหมื่นบาท ก็ต้องทนปะกันไป วันเว้นวัน ปะครั้งนึงใช้เวลาสามสี่ชั่วโมง ถ้ารั่วกลางทางระหว่างไปเอาน้ำที่หมู่บ้าน ก็ต้องเอารถกระบะไปช่วย แบกยางกลับมาที่เหมือง แล้วแบกกลับไปใส่ใหม่ ผมเคยครั้งนึง ยางแบนตอนบ่ายโมง กว่าจะซ่อมเสร็จกลางป่าก็สองทุ่ม ทุลักทุเลน่าดู) จนถึงปัจจุบันนี้ไอ้ผู้จัดการทั่วไปก็ยังคงตามรังควานเราอยู่ครับ ก็ต้องแก้ปัญหากันเป็นคราวๆไป |
| Masai | ||
มาไซในหลายๆ อิริยาบทครับ |
||
|
View All |
||