พิมพ์หน้านี้
|
ผมได้ทราบข่าวว่า มีมาไซมุดเข้าไปในรูหายใจตอนที่ผมกำลังจะปิดประตูปากอุโมงค์ช่วงเย็นวันเสาร์ (เนื่องจากเหมืองเราไม่มีการทำงานวันอาทิตย์ มาไซคงกะว่าถ้ามุดเข้าไปตั้งแต่เย็นวันเสาร์ จะได้มีเวลาขโมยจนถึงรุ่งสางวันจันทร์) เมื่อรู้ข่าว เราก็เกณฑ์คนงานเหมืองมาเฝ้ารูหายใจไว้ 30 คน แล้วเปิดประตูปากอุโมงค์ ให้คนงานบางส่วนเข้าไปตรวจสอบลูกกรงเหล็กภายในเหมือง เมื่อพบว่าลูกกรงยังไม่ถูกตัด เราจึงให้คนงาน 3-4 คนมุดเข้าไปทางรูหายใจเพื่อไปตามจับมาไซที่มุดเข้าไป ขณะนั้นเป็นเวลาเริ่มพลบค่ำแล้วครับ ริมรั้วเหมือง ก็มีมาไซมามุงดูอยู่ เข้าใจว่ามาไซกลุ่มนี้ก็คงจะรู้ว่ามีพวกตัวเองอยู่ในรูหายใจด้วย หลังจากคนงานเหมืองเข้าไปในรูหายใจได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มีเสียงตะโกนออกมาว่า สามารถจับตัวคนที่มุดเข้าไปในรูหายใจได้แล้ว ตอนนั้นเหมืองเริ่มมืดแล้วครับ มองอะไรแทบจะไม่เห็นแล้ว ก็มีคนมากระซิบบอกให้ผมออกมาจากบริเวณตรงนั้นก่อน เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัยได้ ผมจึงเดินออกมาจากบริเวณนั้น โดยไปนั่งรออยู่ในรถกระบะที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร ผ่านไปประมาณ 15 นาที คนงานเหมืองก็วิ่งกรูกันขึ้นมาเหมือนผึ้งแตกรัง พร้อมมีเสียงตะโกนว่า มาไซบุกเหมืองแล้ว ตอนนั้นก็มีคนขับรถขึ้นมาที่รถพร้อมขับพาผมหนีออกมาจากบริเวณนั้น ระหว่างทางที่ขับขึ้นมา ก็จะเห็นคนงานเหมืองวิ่งไม่คิดชีวิตอยู่สองข้างทาง คนขับรถพาผมมาส่งที่บ้านพักซึ่งห่างจากรูหายใจประมาณ 400 เมตร เมื่ออยู่คนเดียว ในบ้านพัก ผมไม่กล้าเปิดไฟ แต่ก็ได้เอาปืนจากในตู้มาวางใกล้ๆมือไว้ก่อน จนเมื่อเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เหตุการณ์เริ่มสงบ ก็มีคนงานพาคนเจ็บมาที่บ้าน จากการสำรวจดู คนที่บาดเจ็บมากที่สุดถูกมาไซเอามีดฟันเฉี่ยวหัว เลือดอาบ ที่เหลือก็บาดเจ็บเล็กน้อย โดนไม้ตีบ้าง หกล้มหัวเข่าเปิดบ้าง ก็ต้องให้รถพาคนเจ็บหนักๆเข้าไปพบหมอที่ตัวอำเภอคืนนั้นเลย กว่าจะได้รับการรักษาคงทรมานหน้าดูครับ เพราะตามกฎหมายที่นี่ ถ้ามีบาดแผลตีรันฟันแทง ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน (เพราะ เค้ากลัวเราเป็นผู้ร้ายที่หนีคดีมา) แล้วจึงจะไปรักษาได้ สรุปว่า คนที่โดนมาไซฟันหัวต้องเย็บ 3 เข็ม สาเหตุที่มาไซบุกเหมืองเป็นอย่างนี้ครับ พวกมาไซนี่จะรักพวกพ้องมาก ถ้ามีเรื่องกันระหว่างคนนอกกับมาไซ พวกเค้าจะเข้าข้างพวกเดียวกันก่อนเสมอ โดยไม่สนใจเหตุผลอื่น เหตุการณ์นี้ก็เช่นกัน เมื่อมีมาไซถูกจับในเหมือง พวกมาไซก็จะมาบุกเหมืองเพื่อช่วยเพื่อนเค้า ซึ่งก็ช่วยไปได้นะครับ จริงๆมาไซคงอาศัยความมืดซุ่มเตรียมพร้อมโจมตีอยู่แล้วละ เห็นคนงานเหมืองที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า น่าจะมีมาไซไม่ต่ำกว่า 50 คน อาวุธพร้อม กรูกันเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง เนื่องจากเป็นคดีอาญา ตอนหลังก็มีตำรวจเข้ามาสอบสวนเหตุการณ์ในเหมืองด้วย มาไซนี่กลัวตำรวจนะครับ ในขณะเดียวกัน เราซึ่งเป็นคนต่างชาติก็จะไม่ชอบให้มีตำรวจเข้ามายุ่มย่ามหรอก เวลาตำรวจมาเค้าต้องให้เราขับรถไปรับนะครับ (ไป-กลับ เสียเวลา 2 ชั่วโมง) แถมถ้าตำรวจรู้จักเราแล้ว วันดีคืนดี รถเราผ่านหน้าป้อมตำรวจก็โบกรถเราให้จอด ขอสตางค์ค่าน้ำบ้าง บางทีก็มีฝากลูกฝากหลานเข้ามาทำงานในเหมืองบ้าง มีครั้งนึง รถกระบะผมเคยต้องไปช่วยตำรวจขนศพผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้ง 4 ศพก็มีมาแล้วครับ หลังจากที่มีตำรวจเข้ามาตรวจสอบสภาพในเหมือง การรบกวนจากมาไซก็เพลาๆลงไปครับ แต่มันก็คงจะเป็นช่วงสั้นๆเท่านั้นแหละ เพราะ ตำรวจเค้าอยู่ไกลครับ ไม่ได้มาได้บ่อยๆ ผมคิดว่า เมื่อเรื่องมันซาๆ ไปแล้ว พวกมาไซก็คงจะกลับมากวนอีก เรื่องแบบนี้ต้องทำใจยอมรับให้ได้ครับ ถ้าคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ อย่างไรก็แล้วแต่ ตั้งแต่ที่เกิดเหตุคืนนั้นเป็นต้นมา ผมต้องเอาปืนไปนอนเป็นเพื่อนทุกคืนนะครับ |
| Masai | ||
มาไซในหลายๆ อิริยาบทครับ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||