พิมพ์หน้านี้
|
แผนที่ชุมชนคนกับป่า เครื่องมือยกระดับความเป็นอยู่ชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
แผนที่ทำกินฝีมือชาวบ้าน
ชาวบ้านห้วยปูลิง วิชาการหนุนชาวบ้านห้วยปูลิง พัฒนาโปรแกรมฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น ทำแผนที่ชุมชนคนกับป่า ใช้ ข้อมูลเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาที่ดินและความยากจน ยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนคนอยู่กับป่า สกว.หนุนขยายผลอีก 6 ตำบลของอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน "คนกับป่า" "ป่ากับคน" เป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แม้จะมีกฎหมาย กฎระเบียบออกมาให้เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายปฏิบัติก็ยังเกิดปัญหากระทบกระทั่งกับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า ปรากฏให้เห็นเสมอ ชาวบ้านต้องการสิทธิที่ดินทำกินและอยู่อาศัย ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ก้าวหนึ่งของทางออกในเรื่องนี้คือการมีข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันอันเกิดจากการทำงานหรือประสานงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ และภาควิชาการ เพื่อเป้าหมายคนอยู่ได้และป่าก็อยู่ได้อย่างยั่งยืน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดินแดนแห่งเทือกเขาสลับซับซ้อน ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา เผชิญปัญหาดังกล่าวเช่นกัน และหนึ่งในความพยายามหาทางออกเพื่อคลี่คลายปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่า ซึ่งถูกฝ่ายรัฐมองว่าเป็นการ รุกป่า นั้น ชาวบ้านตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง ซึ่งนำโดย ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และ อบต. ได้พยายามทำความชัดเจน โดยก่อนหน้านี้มีการทำโมเดลหรือแบบจำลองพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของชุมชนออกมา แต่ปัญหาก็คือโมเดลนี้เป็นการจำลองแบบประมาณการไม่สามารถระบุและยืนยันอย่างเป็นทางการกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลภายนอกให้เข้าใจได้ ชุมชนตำบลห้วยปูลิงจึงร่วมมือกับภาควิชาการคือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในโครงการนำร่องเรื่อง การพัฒนาและใช้ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยดำเนินการนำร่องใน 3 หมู่บ้านของตำบลห้วยปูลิง มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านต่าง ๆ ของชุมชน ทั้งข้อมูลครัวเรือนและข้อมูลทรัพยากร จนได้ฐานข้อมูลที่แสดงตัวตนของชุมชนตั้งแต่อดีตที่ในผืนป่าแห่งนี้บรรพบุรุษของเขามาตั้งรกรากอยู่มากว่า 150 ปี มีวิถีชีวิตหาอยู่หากินอยู่กับป่า และปัจจุบันก็ยังดำเนินวิถีตามแบบสืบทอดกันมา ทั้งเรื่องของการทำเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ประเพณี วัฒนธรรมต่าง ๆ ขณะเดียวกันชุมชนก็มีความเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่เป็นปัญหาและต้องการแก้ไขโดยฉพาะเรื่องสุขภาพและความยากจน สำหรับเรื่อง ที่ดิน ซึ่งเป็นปัญหาความไม่มั่นคงของพวกเขานั้น คณะวิจัยที่นำโดย ผศ.ดร.ศักดิ์ดา จงแก้ววัฒนา ผู้ประสานงาน สำนักประสานงานเครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ภาคเหนือตอนบน สกว. ผศ.ดร.สาวิตร มีจุ้ย นักวิจัยจากสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลำปาง ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และคณะได้พัฒนาโปรแกรมระบบการจัดเก็บและเรียกใช้ฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น สำหรับใช้ในการตัดสินใจการแก้ปัญหาชุมชนด้านต่าง ๆ โดยได้มาจากการเข้าสำรวจเชิงพื้นที่ ทั้งที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย การสอบถามข้อมูลปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ทำการสำรวจทุกครัวเรือน จนได้ฐานข้อมูลด้านต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลการเดินเท้าสำรวจเชิงพื้นที่ทำกินของชุมชนร่วมกันระหว่างชาวบ้านและนักวิชาการ เพื่อกำหนดจุดพิกัดหรือขอบเขตที่แท้จริง แล้วนำมาลงโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น จากนั้นโปรแกรมจะทำการประมวลผลออกมาเป็นแผนที่การใช้ที่ดินและทรัพยากรด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ทำไร่หมุนเวียนซึ่งสามารถระบุขอบเขตได้ชัดเจนและเป็นจริงออกมาในแผนที่ซึ่งสามารถอธิบายกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม โปรแกรมดังกล่าว อบต.สามารถนำไปใช้ในการวางแผนเพื่อการพัฒนาชุมชนได้ต่อไป นอกจากนี้ชุมชนยังสามารถเรียกใช้และแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้เอง โดยทีมวิจัยจะอบรมเรื่องเทคนิควิธีการใช้งานให้แก่เจ้าหน้าที่ของชุมชนต่อไป ผศ.ดร.ศักดิ์ดา กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้มอบโปรแกรมระบบการจัดเก็บและเรียกใช้ฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น ให้กับ อบต.ห้วยปูลิง เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชนต่อไป และจะขยายผลในการนำไปใช้กับอีก 6 ตำบลในอำเภอเมือง คือ ตำบลปางหมู ผาบ่อง หมอกจำแป่ ห้วยโป่ง ห้วยผา และเทศบาลเมือง เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนโดยชุมชนเอง ขณะเดียวกันข้อมูลที่ได้ยังนำไปสู่ความร่วมมือและการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบายที่มีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่ดินซึ่งต้องใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงและความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งนี้ ตัวอย่างข้อมูลที่ได้จากโปรแกรมระบบฯดังกล่าวของตำบลห้วยปูลิงซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องในโครงการ คือ ชุมชนตำบลห้วยปูลิง อยู่กับป่า อาศัยป่า รักษาป่า เพื่อความอยู่รอดของตน โดยพบว่า เป็นชุมชนที่ไม่ค่อยมีความมั่นคงทางด้านอาหารหลัก (ผลิตข้าวไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในชุมชน) มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภค ไม่เกิน 10 ตัวต่อครัวเรือน มีสัตว์เศรษฐกิจอยู่บ้างเช่น วัว ควายแต่ จะขายเมื่อจำเป็นต้องใช้เงินเท่านั้น ส่วนใหญ่มีรายจ่ายสูงกว่ารายรับ โดยมีรายจ่ายมากกว่า 1,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่มีรายรับเฉลี่ยต่ำกว่า 500 บาทต่อเดือน มีหนี้สินในครัวเรือนส่วนใหญ่เกิน 10,000 บาท (กู้จากกองทุนหมู่บ้าน) มีการศึกษาระดับประถมศึกษา มีรายได้จากการรับจ้าง รองลงมาเป็นการเลี้ยงสัตว์ มีปัญหาสุขภาวะในครัวเรือนคือ โรคทางเดินหายใจ พลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในครัวเรือน คือ ไม้ฟืน พลังงานให้แสงสว่างในครัวเรือน ได้จากแผงรับแสงดวงอาทิตย์ ระบบการประปา ใช้ประปาภูเขา มีน้ำตลอดปี สาเหตุที่ชุมชนห้วยปูลิง มีวิถีดำรงชีวิตพื้นฐานอยู่ได้ คือ อาศัยอาหารจากในป่า อยู่อย่างอัตภาพของตน มีสังคมเกื้อกูลช่วยเหลือกัน กระแสบริโภคนิยม ยังขยายไม่ครอบคลุม ดังนั้นแนวทางการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนตำบลห้วยปูลิง ควรกำหนดนโยบายพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต (ปัจจัยสี่ + พลังงานและสุขภาวะในครัวเรือน) โดยใช้ระบบการเกื้อกูลช่วยเหลือกันภายในหมู่บ้าน และระหว่างหมู่บ้าน ระบบการแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่เกินพอระหว่างหมู่บ้านเน้นรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง เร่งสร้างเสริมภูมิคุ้มกันกระแสบริโภคนิยมจากภายนอก เป็นต้น.
|
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||