พิมพ์หน้านี้
|
โคพื้นเมือง: โอกาสตลาด บนวิถีความพอเพียง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)
วิถีชีวิตเกษตรกรเลี้ยง โคพื้นเมือง พึ่งพาธรรมชาติ สอดคล้องหลักเศรษฐกิจพอเพียง ชี้เนื้อวัวที่ได้ยังมีคุณภาพเจ๋งไขมันน้อย โปรตีนสูง เหมาะกับทำอาหารนานาชนิด โดยเฉพาะเมนูอาหารไทย หนุนเปิดช่องทางตลาดใหม่ สร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภค การเลี้ยงสัตว์ เป็นอาชีพที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาหลายชั่วอายุคน โดยเฉพาะการเลี้ยงโคพื้นเมือง อาชีพที่เกี่ยวเนื่องทั้งสังคม ชุมชน และวิถีชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ อดีตการเลี้ยงโคมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แรงงานด้านการเกษตรเป็นหลัก เมื่อใช้งานจนอายุมากแล้วจึงปลดจำหน่ายเป็นโคเนื้อ ต่อมาเมื่อมีการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรมากขึ้น ทำให้การใช้แรงงานจากโคลดน้อยลง ปัจจุบันรูปแบบการเลี้ยงจึงเปลี่ยนเป็นการเลี้ยงเพื่อจำหน่าย เนื่องจากความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น รศ.ดร. ญาณิน โอภาสพัฒนกิจ ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ประสานงานวิจัยเรื่องการผลิตโคพื้นเมืองและโอกาสทางการตลาด ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)กล่าวว่า โคพื้นเมืองมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรส่วนใหญ่ในประเทศ มีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วนนับตั้งแต่เกษตรกรรายย่อยไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม โดยเกษตรกรรายย่อยกว่า 1 ล้านครอบครัวทั่วประเทศ เลี้ยงโคพื้นเมืองและโคลูกผสมในระบบปล่อยแทะเล็มตามธรรมชาติ สร้างรายได้จุนเจือครอบครัว อีกทั้งยังใช้แรงงานในครัวเรือนเลี้ยง ทำให้มีต้นทุนในการผลิตต่ำหรือแทบจะไม่มีเลยหากเทียบกับโคพันธุ์ต่างประเทศ นอกจากนี้โคพื้นเมืองยังเป็นสัตว์ที่เลี้ยงได้ง่าย มีความแข็งแรง คล่องแคล่ว ทนต่อสภาพอากาศร้อน สามารถปล่อยให้หากินตามทุ่งหญ้าสาธารณะ ทนต่อโรค แมลงและสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดี อีกทั้งยังมีความสมบูรณ์พันธุ์สูงคือถึงวัยเจริญพันธุ์เร็วโดยโคพื้นเมืองเพศเมียที่ปกติจะเป็นสัดสม่ำเสมอ ผสมติดและคลอดลูกง่าย เลี้ยงลูกเก่ง ให้ลูกดกและอายุยืน รศ.ดร.ญาณิน กล่าวอีกว่า การเลี้ยงโคพื้นเมืองของชาวบ้านยังเป็นเหมือนกระปุกออมสิน ที่คอยค้ำจุนฐานะหรือโครงสร้างพื้นสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งบางครั้งประเมินเป็นตัวเงินไม่ได้ สร้างความมั่นคงทางสภาพครอบครัวและสังคมชุมชนโดยมีโคพื้นเมืองเป็นสื่อกลางที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกัน เกิดการรวมกลุ่ม จนสามารถพัฒนาเป็นชุมชนแบบพึ่งตนเอง นอกจากนี้การเลี้ยงโคพื้นเมืองยังอาศัยพืชอาหารสัตว์ตามธรรมชาติในที่ดินสาธารณประโยชน์หรือฟางที่เป็นผลพลอยได้จากการปลูกข้าวเป็นอาหารหยาบหลักที่สำคัญ วิถีการเลี้ยงแบบนี้ยังเอื้อต่อระบบนิเวศน์ ก่อให้เกิดการเกื้อกูลซึ่งกันและกันกับการปลูกพืช เนื่องจากมูลสัตว์ที่เกิดจากการเลี้ยงโค สามารถใช้เป็นปุ๋ยคอกสำหรับใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกทางการเกษตรทดแทนปุ๋ยเคมี ช่วยแก้ปัญหาความยากจน หากทุกฝ่ายเร่งส่งเสริมการสร้างตลาดใหม่สำหรับเนื้อโคพื้นเมือง ก็จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้น และยังเหมาะเป็นอาชีพเสริมสำหรับเกษตรกรรายย่อย อีกทั้งแนวทางการวิถีผลิตเช่นนี้ยังสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย ด้านตลาดเนื้อโคพื้นเมืองในประเทศไทย รศ.ดร.จุฑารัตน์ เศรษฐกุล ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ประสานงานวิจัยเรื่องการขยายโอกาสธุรกิจเนื้อโคไทย กล่าวว่า ระบบการผลิตโคพื้นเมืองเป็นตัวอย่างหนึ่งของแนวทางเลี้ยงที่เป็นธรรมชาติ ทั้งสภาพพื้นที่และวิถีการเลี้ยงแบบปล่อย ทำให้โคกินหญ้าเป็นอาหารตามธรรมชาติและสมุนไพรที่ขึ้นทั่วไป พืชสมุนไพรเหล่านี้ยังเป็นอาหารสำคัญที่โคกินเข้าไปแล้วมีประโยชน์ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยลดลง และไม่ต้องพึ่งพิงยาปฏิชีวนะในการรักษาโรคต่างๆ ส่งผลให้สามารถได้ผลผลิตเนื้อที่มีคุณภาพ ไร้สารตกค้าง เปิดตลาดใหม่สู่ผู้บริโภคเนื้อที่รักสุขภาพ สำหรับตลาดของโคพื้นเมืองนั้นยังคงเป็นตลาดระดับล่างที่ผู้บริโภคคือผู้ที่ซื้อเนื้อจากตลาดสดหรือเขียงเนื้อในตลาดทั่วไป โดยโคพื้นเมืองเหล่านี้จะได้รับการขุนด้วยอาหารข้นและอาหารหยาบเป็นระยะเวลาสั้นๆก่อนส่งโรงฆ่าประมาณ 3-4 เดือน ลักษณะเด่นของเนื้อโคพื้นเมืองเหล่านี้จึงมีโปรตีนสูงและไขมันน้อย จุดเด่นด้านคุณภาพเนื้อโคพื้นเมือง เช่น เส้นใยกล้ามเนื้อละเอียดและมีลักษณะเนื้อสัมผัส (texture) แน่น(firm) และค่อนข้างแห้งมีผลทำให้การสูญเสียน้ำจากชิ้นเนื้อน้อย ความสามารถในการอุ้มของโปรตีนในเนื้อสูง ไขมันแทรกในเนื้อและไขมันระหว่างก้อนกล้ามเนื้อมีน้อยมาก ซึ่งจะส่งผลดีคือ พลังงานที่ได้จากการบริโภคเนื้อต่ำเป็นแหล่งอาหารโปรตีนเพื่อสุขภาพ สีของเนื้อแดงเข้มเป็นมันวาว เหมาะสมสำหรับการนำไปปรุงอาหารไทย ได้แก่ แกงมัสมั่น แกงเนื้อ พะแนงเนื้อ แกงป่า กะเพราเนื้อ ลาบเนื้อ อีกทั้งเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อ ได้แก่ ลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์ตะวันตก เช่น salami , air dried beef (แฮมดิบรมควัน) ด้านคุณค่าทางโภชนาการในเนื้อโคพื้นเมือง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการวิจัยเพื่อหาจุดเด่นขององค์ประกอบในเนื้อโคพื้นเมือง ผลงานจากการวิจัยที่มีรายงานพบว่า เนื้อโคพื้นเมืองมีระดับไขมันแทรก( intra-muscular fat )เพียงประมาณ 1 % (ในเนื้อสันนอก 100 กรัม) ในขณะที่เนื้อโคขุนโพนยางคำ หรือเนื้อโคขุนเลือดชาร์โลส์เล่ระดับสูง มีปริมาณไขมันแทรกถึง 10 % (ที่ระดับคะแนนไขมันแทรก 4 ) และสูงถึง 15 % ( ที่ระดับไขมันแทรก 5 ) ส่วนเนื้อโคขุนบราห์มันเลือดสูง มีปริมาณไขมันแทรกประมาณ 3 % ด้านปริมาณโปรตีนในเนื้อโคแต่ละพันธุ์ไม่แตกต่างกัน เฉลี่ยอยู่ที่ 20 % ซึ่งทั้งคุณค่าทางอาหารและคุณค่าทางโภชนาการเหล่านี้ ทำให้เนื้อโคพื้นเมืองเป็นชิ้นเนื้อที่มีคุณภาพ เหมาะสำหรับการนำไปปรุงอาหารแทบทุกประเภท ดังนั้นแนวทางการส่งเสริมผลิตภัณฑ์เนื้อโคพื้นเมืองเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภคให้รู้จักเนื้อโคพื้นเมืองมากขึ้น พร้อมทั้งเร่งหาช่องทางการตลาด และสร้างมาตรฐานการผลิตให้เป็นที่ยอมรับต่อไป
|
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |