• อานานนนนน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anan@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 20427
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
ชาวสวน
แหล่งข้อมูลเพื่อชาวสวน ,เกษตรกร ,ชาวไร่,ชาวนา ,และคนทำมาหากิน เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรและเป็นอยู่อย่างพอเพียง ซึ่งเป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่ของประเทศ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chawsaun
วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม 2550
ชุ ม ช น อ ยู่ ดี มี สุ ข
Posted by อานานนนนน , ผู้อ่าน : 359 , 18:47:02 น.  
พิมพ์หน้านี้


“ประชาคมหมู่บ้าน” ก้าวแรก “แผนแม่บท” สู่ชุมชน “อยู่ดีมีสุข”  บทเรียนจาก อบต.แม่โปง อ.ดอยสะเก็ด  จ.เชียงใหม่ 

สกว.สำนักงานภาคเหนือ

กรอบของยุทธศาสตร์ “อยู่ดีมีสุข” ภายใต้นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันกำหนดไว้ว่า ชุมชนท้องถิ่นที่สามารถเขียนโครงการของบประมาณสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาภายในชุมชนได้นั้น  ต้องเป็นชุมชนเข้มแข็ง และต้องมีแผนแม่บทในการพัฒนาชุมชนของตนเองอย่างชัดเจน

กรอบดังกล่าว โดยเฉพาะการจัดทำแผนแม่บทชุมชน ในสายตานักพัฒนาอาจไม่ใช่เรื่องยาก  เพียงแค่ระดมคนในหมู่บ้านมากำหนดทิศทางร่วมกัน แล้วให้ผู้รับผิดชอบร่างแผน จากนั้นนำไปเขียนโครงการเพื่อของบประมาณสนับสนุน

หากสิ่งที่ ทองสุข ธาตุอินจันทร์ อดีตผู้ใหญ่บ้านป่าไผ่ หัวหน้าโครงการวิจัย : การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยใช้จารีตประเพณีดั้งเดิม กรณี บ้านป่าไผ่ ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด

จ.เชียงใหม่  ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่โป่ง บอกว่า เมื่อครั้งที่ทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ลงไปสำรวจเพื่อหาข้อมูลว่า เพราะเหตุใดหลายชุมชนในพื้นที่ดอยสะเก็ดจึงถูกจัดอยู่ในชุมชนเกรด C หมายถึงชุมชนที่ยังไม่ผ่านกรอบตามยุทธศาสตร์อยูดีมีสุข ขณะที่บ้านป่าไผ่ ต.แม่โป่ง ถูกจัดให้เป็นชุมชนเกรด A

ซึ่งการลงพื้นที่ของนักวิชาการเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นความต่างบางประการระหว่างบ้านป่าไผ่ และหย่อมบ้านอื่น ๆ แม้จะอยู่ในเขตการปกครองเดียวกัน

ต่อประเด็นนี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่โป่งบอกว่า....

“เพราะบ้านป่าไผ่ หมู่ 2 ตำบลแม่โป่งได้ผ่านการทำแผนแม่บทชุมชนมานาน...ผมนำชาวบ้านมาร่วมกันทำแผนแม่บทชุมชนขึ้นมาตั้งแต่ปี 2544 ตอนที่ย่างก้าวเข้ามาสู่กระบวนการวิจัย...ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สกว. กระบวนการวิจัยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้มาแสดงความคิดเห็นร่วมกัน แก้ไขปัญหาของชุมชนร่วมกัน และมาลงมติร่วมกัน  เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่นโยบายอยู่ดีมีสุขลงมาที่ชุมชน จึงนำเอาแผนแม่บทที่ทำเอาไว้มาต่อยอด” 

อดีตพ่อหลวงบ้านป่าไผ่ แกนนำคนสำคัญที่นำพาชุมชน “ป่าไผ่” ก้าวขึ้นมาเป็นชุมชนตัวอย่าง อีกทั้งยังเป็น “แหล่งเรียนรู้” ในวิถีการดำเนินชีวิตตามปรัชญาพระราชทาน “เศรษฐกิจพอเพียง” ให้แก่ชุมชนใกล้เคียงยังบอกอีกว่า การขึ้นมาสู่จุดนี้ของชุมชน หมายถึงการเป็นตัวอย่างและต้นแบบให้แก่ชุมชนอื่น ๆ เข้ามาเรียนรู้นั้น เป็นเพราะความร่วมแรงร่วมใจกันของหลาย ๆ ภาคส่วนในชุมชนที่เข้ามาร่วมกันถกเถียง และแสดงความคิดเห็นผ่าน “เวทีประชาคมของหมู่บ้าน” ซึ่งเป็นที่ ๆ ทุกคนในชุมชนจะมีส่วนเข้ามาร่วมในการกำหนดอนาคตของตน ซึ่งเวทีประชาคมของบ้านป่าไผ่จะประกอบด้วย พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ โรงเรียน ชาวบ้าน แกนนำชุมชน

“เราทำเวทีประชาคมตั้งแต่เริ่มงานวิจัยเมื่อปี พ.ศ. 2544 และก็ทำกันมาต่อเนื่องมิได้ขาด...เป็นการทำเวทีประชาคมที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มทุกองค์กร...ผมคิดว่าไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตามถ้าเราทำงานผ่านเวทีประชาคมมันจะแก้ไขปัญหาความคิดเห็นไม่ตรงกันได้มากมายที่เดียว” นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่โป่งกล่าวสรุป

อย่างไรก็ตามข้อกังวลของ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่โป่ง คือ จะทำอย่างไรให้ทุก ๆ ท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่โป่ง หันมาให้ความสนใจในงานวิจัยมากขึ้น...นั้นจึงทำให้นายกฯทองสุข พยายามผลักดันเรื่องนี้สู่ที่ประชุม กระทั่งสามารถผลักดันเข้าสู่ข้อบัญญัติขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่โป่ง โดยเน้นแนวทางการทำแผนแม่บทชุมชนด้วยกระบวนการวิจัย

 “เพราะผมมองว่า “งานวิจัย” เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ชวยให้ขุมชนเข้มแข็ง ฉะนั้นปีนี้ผมจึงได้ผลักดันเข้าข้อบัญญัติว่า ตำบลแม่โป่งจะจัดสรรงบประมาณเรื่องการจัดการวิจัยชุมชน โดยเน้นเรื่องการจัดทำแผนชุมชน หรือปรับปรุงแผนแม่บทชุมชนที่เข้ากรอบตามยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ซึ่งไม่น่าจะยากเพราะสามารถเข้ามาเรียนรู้ แนวทางและกระบวนการได้ที่บ้านป่าไผ่ ที่ผมพยายามผลักดันเรื่องนี้ก็เพราะต้องการให้พี่น้อง หรือชุมชนอื่น ๆ ได้นำแนวทางแบบที่เคยใช้และประสบความสำเร็จในบ้านป่าไผ่ไปใช้”นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่โป่งกล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.โกวิทย์ พวงงาม นักวิชาการด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า เวทีประชาคมเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างมากของการปกครองส่วนท้องถิ่น และกลไกสำคัญในการผลักดันให้เกิด “เวทีประชาคมหมู่บ้าน” ก็คือ อบต.

“อบต.เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชน  เพราะฉะนั้น อบต. อาจต้องปรับวิธีคิด ด้วยการลงไปร่วมรับฟังความเห็นของชุมชนให้มากขึ้น....การรับฟังความเห็นอาจทำให้หลายวิธี แต่วิธีที่ได้ผลที่สุดคือเวทีประชาคมหมู่บ้าน  ถ้าบ้านไหนยังไม่เกิด อบต.ต้องลงมาสนับสนุนหรือเป็นแกนนำในการทำเวทีประชาคมหมู่บ้าน” 

ทั้งนี้  อบต.อาจนำเอาข้อมูล ความคิดเห็น หรือ ข้อสรุปจากเวทีประชาคมหมู่บ้านไปแปลงเป็นนโยบายเพื่อพัฒนาชุมชนต่อไป

 

 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31