• อานานนนนน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anan@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 24612
  • จำนวนผู้โหวต : 48
  • ส่ง msg :
ชาวสวน
แหล่งข้อมูลเพื่อชาวสวน ,เกษตรกร ,ชาวไร่,ชาวนา ,และคนทำมาหากิน เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรและเป็นอยู่อย่างพอเพียง ซึ่งเป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่ของประเทศ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chawsaun
วันเสาร์ ที่ 8 กันยายน 2550
ประยงค์ รณรงค์ : “เศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนไม้เรียง”
Posted by อานานนนนน , ผู้อ่าน : 649 , 20:47:54 น.  
พิมพ์หน้านี้


บอกเล่าประสบการณ์ / เพื่อเกษตรกรไทย

ประยงค์ รณรงค์ : รางวัลแม็กไซไซ 

“เศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนไม้เรียง”

 

        ขณะที่รูปแบบการบริหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีลักษณะรวมศูนย์จากส่วนกลางอย่างสูง แล้วค่อยกระจายไปสู่ส่วนต่างๆ ภายใต้ธงนำของ "ระบบซีอีโอ" ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และวิตกกังวลว่า "ส่วนนำ" นับวันมีแต่จะทวีความแข็งแกร่ง เบ็ดเสร็จมากขึ้นทุกที ขณะที่ ส่วนล่าง มีแนวโน้มที่จะอ่อนแอลงตามลำดับ ไม่อาจพึ่งพาตนเอง กลับกลายเป็นเพียง "ผู้ใต้บังคับบัญชา" หรือผู้คอยรับฟังคำสั่งเท่านั้น สังคมที่ควรจะมีความหลากหลาย มีความเข้มแข็งในทุกระดับตั้งแต่รากหญ้า จนถึงระดับบน กลับกลายเป็นสังคมรวมศูนย์ ตกอยู่ภายใต้การนำของคนไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งเป็นสภาพที่หลายคนเป็นห่วง และเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีอะไรบางอย่างมาถ่วงดุลเอาไว้

        ดังนั้น การที่เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม มูลนิธิรางวัลรามอนแม็กไซไซ ประกาศมอบรางวัลแม็กไซไซ ปี 2547 ให้แก่คนรากหญ้าแท้อย่าง "ลุงประยงค์ รณรงค์" ชาวบ้านตำบลไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช จึงมีความหมายต่อสังคมไทยยิ่ง ความหมายที่ยืนยันว่า ในสังคมระดับล่าง ยังมีบุคคล กลุ่มบุคคล ที่สามารถเข้มแข็งด้วยตนเอง ไม่จำเป็นที่จะต้องมีใครชี้นิ้วสั่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "ลุงประยงค์ รณรงค์" นั่นเอง

        ลุงประยงค์ เกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2480 ที่บ้านเลขที่ 47 ม.5 ต.นากะชะ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช บิดาชื่อ นายห้วง รณรงค์ มารดาชื่อ นางแจ้ง รณรงค์ มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ลุงประยงค์ เป็นพี่คนโต แต่งงานกับนางแนบ มีบุตรด้วยกัน 5 คน จบการศึกษาเพียงชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านนาเส ม.5 ต.นากะชะ อ.ฉวาง เท่านั้น อาชีพหลักคือ ทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสวนยางพารา สวนสมรม ซึ่งมีทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง สะตอ สละ ขนุน จำปาดะ ซึ่งล้วนแล้วแต่ปลูกตามร่องยางพารา นอกจากนั้น ยังมีอาชีพเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นไก่พื้นเมือง ปลาน้ำจืด

        เดิมลุงประยงค์เป็นดั่งเกษตรกรของประเทศนี้ที่มีฐานะค่อนข้างมีฐานะยากจน หลังจากจบประถมปีที่ 4 ก็ต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน รับจ้างทำงานทุกอย่างที่จะทำได้ ไม่ว่างานหนักงานเบา เช่น รับจ้างตัดไม้ ดูแลช้างลากไม้ รับจ้างล่องแพซุงตามลำน้ำตาปี ทำแร่ดีบุก ชีวิตที่ลำบากนี้เอง ทำให้ได้เรียนรู้ ได้เห็นการต่อสู้ที่แย่งชิงผลประโยชน์ และได้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างคน ระบบ การประกอบอาชีพ การดิ้นรนเพื่อการอยู่รอด การมีโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกัน ประกอบกับมีนิสัยใฝ่รู้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จึงได้พัฒนาตนเองเป็นปัญญาชนท้องถิ่น ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมแก้ปัญหากับชาวบ้านในพื้นที่ สิ่งที่รับรู้และเผชิญปัญหามาตลอดก็คือเรื่องยางพารา

        ลุงประยงค์เล่าว่าชีวิตคนภาคใต้ผูกพันกับยางพารามานานนับร้อยปี แต่ไม่มีความมั่นคงในอาชีพหลักนี้เลย เพราะผลผลิตขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ ราคาที่ขึ้นอยู่กับตลาดโลก ความมั่นคงที่ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล เกษตรกรชาวสวนยางไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางอนาคตของตนเองเลย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของลุงประยงค์ในการมีบทบาทในฐานะผู้นำทางความคิด และผู้นำชุมชนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยได้ขอความร่วมมือกับผู้นำเกษตรกรชาวสวนยางในจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดทำแผนพัฒนายางพาราไทยขึ้น ด้วยการรวมกลุ่มสร้างความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายช่วยเหลือกัน เรียนรู้ร่วมกัน กำหนดทิศทางเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่เรียกว่า แผนแม่บทการพัฒนายางพาราไทยฉบับประชาชนขึ้น และนำไปสู่การตั้งเครือข่ายยางพารานครศรีธรรมราชขึ้น โดยได้เริ่มต้นจากชุมชนไม้เรียงบ้านเกิดนั่นเอง

        เครือข่ายยางพาราไม้เรียง ถือเป็นชุมชนต้นแบบการพัฒนายางพาราจนเป็นที่ยอมรับอย่างมาก มีโรงงานแปรรูปยางขนาดเล็กของชุมชนถึง 11 โรง เหล่านี้ทำให้สามารถแก้ปัญหาเรื่องราคาและอื่นๆ ได้ แต่กระนั้น ลุงประยงค์เห็นว่าเกษตรกรในภาคใต้ไม่ควรฝากความหวังไว้กับยางพาราเพียงอย่างเดียว เพราะยางพารากินแทนข้าวไม่ได้จะต้องทำยางให้เป็นเงิน แล้วเอาเงินไปแลกทุกอย่างที่ต้องกินต้องใช้ซึ่งเป็นทางอ้อม จึงได้วางโครงการสร้างการเรียนรู้ในชุมชนขึ้น เพื่อที่จะทำให้คนในชุมชนค้นพบตัวเอง ค้นพบความจริงจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นที่มาของแผน "แม่บทชุมชน" ในเวลาต่อมา

        ลุงประยงค์เล่าว่า แก้ปัญหายางพาราเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างในชุมชนได้ เพราะทุกปัญหาทุกเรื่องมีส่วนเชื่อมโยงกัน "ผมจึงได้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียงขึ้น เพื่อทำการศึกษาชุมชนในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ หนี้สิน ปัญหาและความต้องการของชุมชน จากข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ มาสรุปผล ทำให้พบว่าสาเหตุของปัญหาต่างๆ เกิดจากคนในชุมชนขาดความรู้ ขาดความสามารถในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนอย่างมากมาย ขณะเดียวกันก็มีคนจากภายนอกเข้ามาจัดการและเอาประโยชน์ไป ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ เหมือนกับเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้กับนายทุน สร้างความร่ำรวยเท่านั้น" "ทั้งหมดคือเหตุผลที่ทำให้เกิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนขึ้น เป็นศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียงเพื่อให้คนทั่วไปได้มีโอกาสเรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการจะรู้ ซึ่งก็พบว่าความรู้มีอยู่ทั่วไปเพียงแต่ชุมชนขาดการจัดการความรู้เท่านั้น"

        "ชุมชนไม้เรียงจึงได้จัดทำหลักสูตรในการพัฒนาอาชีพหลัก สร้างอาชีพรอง มีอาชีพเสริม ซึ่งเป็นเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริ เช่น หลักสูตรการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ หลักสูตรการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด หลักสูตรการเพาะเลี้ยงไก่พื้นบ้าน หลักสูตรการเพาะเลี้ยงเห็ดด้วยขี้เลื่อยไม้ยางพารา หลักสูตรการเพาะเลี้ยงสุกร หลักสูตรการผลิตอาหารสัตว์ หลักสูตรการแปรรูปข้าว หลักสูตรการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเพื่อสุขภาพขึ้น"

        "หลักสูตรอาชีพทั้ง 8 หลักสูตรนี้ เป็นการเรียนรู้โดยเน้นการปฏิบัติจริงเป็นหลักประกันความสำเร็จไม่เน้นประกาศนียบัตรซึ่งเป็นกระดาษ เป็นหลักสูตรที่ศูนย์กำหนดขึ้นจากความต้องการของชุมชน ภายใต้กรอบที่ว่า จะทำอะไรต้องเรียนรู้ก่อนจึงจะทำ และทำในสิ่งที่รู้แล้ว ผลจากการลงมือกระทำในแต่ละครั้ง จะต้องสรุปวิเคราะห์จึงจะได้เป็นความรู้จริง สามารถนำมาพัฒนาสิ่งที่ทำอยู่ให้เจริญก้าวหน้าได้"

        จากการเน้นเรื่องเศรษฐกิจชุมชนทั้งระบบของลุงประยงค์ ทำให้ชุมชนไม้เรียง มีความเข้มแข็งอย่างน่าพอใจ แม้ว่าผู้คนในชุมชนจะไม่ถึงกับร่ำรวยแต่อยู่ในสภาพพออยู่พอกิน มีความสงบสุข และได้กลายเป็นต้นแบบ ที่ชุมชนต่างๆ ได้นำไปเรียนรู้และนำไปปฏิบัติจำนวนมาก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่านี่จะถูกกลั่นออกมาจาก สมองและปัญญาของลุงประยงค์ ซึ่งมีความรู้เพียงชั้น ป.4 เท่านั้น

        ลุงประยงค์มีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ออกสู่สาธารณชนให้มากที่สุด และเป็นเวลาอันายาวนาน จึงทำให้เกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายทั้งในระดับชุมชน อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับชาติ และระดับนานาชาติ จนเกิดกิจกรรมความร่วมมือระหว่างองค์กรขึ้นหลายกิจกรรม โดยเฉพาะ "เครือข่ายยมนา" อันเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 3 กลุ่มอาชีพ คือ ยางพารา จำนวน 22 กลุ่มใน 10 อำเภอ, ไม้ผลจำนวน 3 ชมรม ใน 8 อำเภอ และกลุ่มทำนา จำนวน 6 กลุ่ม ใน 5 อำเภอ มาร่วมมือกัน จึงมีอักษรย่อของเครือข่ายว่า "ยมนา" ขณะนี้ได้มีกิจกรรมร่วมกันที่สำคัญคือ โรงงานผลิตแป้งขนมจีนในนาม บริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด นำข้าวคุณภาพต่ำราคาถูกจากชาวนาในลุ่มน้ำปากพนังมาแปรรูปเป็นแป้งขนมจีน จำหน่ายให้กับผู้ผลิตเส้นขนมจีนรายทั่วไป ซึ่งปัจจุบันสามารถผลิตแป้งขนมจีนได้วันละ 10 ตัน และขยายตลาดไปอีกถึง 7 จังหวัด นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ศึกษา เรียนรู้เรื่องการจัดการ ทรัพยากรที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรให้คุ้มค่า และเป็นต้นแบบวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย

       ถึงแม้ลุงประยงค์จะมีประสบการณ์ มีโอกาสที่จะหาผลประโยชน์ในการทำธุรกิจได้หลากหลาย แต่ลุงประยงค์ก็ไม่ทำ แต่กลับสละซึ่งผลประโยชน์ส่วนตัว มุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์กับคนรุ่นหลังตลอกเวลา โดยเน้นองค์ความรู้ 5 ด้านคือ องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการองค์กร องค์ความรู้ด้านการจัดทำแผนแม่บทชุมชน องค์ความรู้ด้านการจัดการยางพารา องค์ความรู้ด้านวิสาหกิจชุมชน และองค์ความรู้ด้านการจัดการศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ด้วยคุณูปการที่มากมายเหล่านี้นี่เอง ทำให้ลุงประยงค์ได้รับผลตอบแทนที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ นั่นก็คือรางวัลแม็กไซไซ ในปีนี้นั่นเอง

        ลุงประยงค์ กล่าวถึงรางวัลที่ได้อย่างถ่อมตนว่า เป็นผลพวงจากการทำงานหนักมาตลอด 20 ปี โดยได้ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการค้นคว้าหาความรู้ การผลักดันความร่วมมือ การก่อตั้งองค์กรความร่วมมือ ในชุมชนขึ้น ซึ่งตรงนี้ได้นำไปสู่การเขียนแผนแม่บทชุมชนไม้เรียง การจัดทำข้อมูลพื้นฐานของชุมชนจากปัญหาสู่กระบวนการเรียนรู้ของชุมชน จนถึงศูนย์การศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมชุมชนไม้เรียง กิจกรรมการเรียนรู้สู่เยาวชนในชุมชน กระทั่งมีส่วนร่วมในการร่าง พ.ร.บ.วิสาหกิจชุมชน พ.ร.บ.ยางแห่งชาติ ด้วย

        ก่อนที่จะได้รับรางวัลแม็กไซไซนั้น ลุงประยงค์ได้รับรางวัลและการยกย่องประกาศเกียรติคุณมากมาย ไม่ว่า ประกาศเกียรติคุณผู้นำอาชีพก้าวหน้าโดยคณะกรรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปี 2537 ประกาศเกียรติคุณคนดีศรีสังคม โดยคณะกรรมการคัดเลือกคนดี ปี 2540 ประกาศเกียรติคุณผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ปี 2544 ประกาศเกียรติคุณครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 1 โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และปี 2546 ได้รับปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

        ขณะที่บทบาทและหน้าที่ของคุณลุงประยงค์ในปัจจุบัน เป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อสังคม (SIF) ธนาคารออมสิน เป็นคณะกรรมการบริหารโครงการเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นคณะกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ อนุกรรมการประสานงานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ประธานคณะกรรมการบริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด (ธุรกิจชุมชน) ประธานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง วิทยากรกลางด้านการพัฒนาชุมชน แผนแม่บทชุมชน ธุรกิจ-อุตสาหกรรมชุมชนวิสาหกิจ กรรมการบริหารสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรรมการวิทยาลัยการจัดการทางสังคม ฯลฯ ลุงประยงค์ รณรงค์ จึงไม่ธรรมดาอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย

************************************

ประวัติ “ประยงค์ รณรงค์”

ปราชญ์ชาวบ้าน เจ้าของรางวัลแมกไซไซ

เกิดเมื่อ พ.ศ.2480 ปัจจุบันอายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 9 ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

เป็นบุตรของนายห้วง – นางแจ้ง รณรงค์ อาชีพทำสวน

ภรรยาชื่อ นางแบบ รณรงค์ มีบุตรธิดา จำนวน 5 คน คือ

                        1. นายเนาวรัตน์ รณรงค์ อาชีพรับราชการ

                        2. นายนรินทร์ รณรงค์ อาชีพธุรกิจส่วนตัว

                        3. นางจริยา โชคประสิทธิ์ อาชีพธุรกิจส่วนตัว

                        4. นายสาธิต รณรงค์ อาชีพธุรกิจส่วนตัว

                        5. นางสาวสุนิสา รณรงค์ อาชีพรับราชการ

การศึกษา

                        จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

                        นักธรรมโท

ผลงาน / เกียรติคุณ

                        พ.ศ.2530 ผู้นำอาชีพก้าวหน้าของกระทรวงมหาดไทย

                        พ.ศ.2537 คนดีศรีสังคม

                        พ.ศ.2540 เป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมไทย

                        พ.ศ.2544 ได้รับการยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 1 ของ สกศ.

"ประยงค์ รณรงค์"

วีรบุรุษรางวัลแมกไซไซ

                        สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน มูลนิธิหมู่บ้านพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.)ร่วมจัดงานแสดงความยินดีกับนายประยงค์ รณรงค์ เจ้าของรางวัลแมกไซไซ สาขาผู้นำชุมชน ที่ห้องประชุมการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

                        รางวัลแมกไซไซ ปี 2547 สาขาพัฒนาชุมชนถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของ ประยงค์ รณรงค์

ชีวิตจากบุคคลธรรมดาได้กลับกลายมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของสังคม เป็นที่ยอมรับว่าบุคคลผู้นี้สามารถใช้สติปัญญาที่มีพัฒนาชุมชนให้มีความยั่งยืนและเข้มแข็งได้

                        ลุงประยงค์ เป็นชาวบ้านธรรมดา อายุ 67 ปี คนตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เรียนจบชั้น ป.4 แล้วเรียนต่อในชีวิตจริงอย่างไม่รู้จบในสถาบันที่วันนี้เขาเรียกได้เต็มปากว่า “มหาวิทยาลัยชีวิต” เป็นผู้นำชุมชนไม้เรียงที่ไม่มีตำแหน่งทางการ แต่ได้รับการยอมรับจากคนไม้เรียง คนนครศรีธรรมราช และชุมชนทั่วประเทศว่าเป็น “ผู้นำ” ทางปัญญา ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนลุกขึ้นมาเรียนรู้และค้นหาทางออกเพื่อให้พึ่งพาตนเอง ไม่ใช่นั่งรอความช่วยเหลือจากรัฐหรือใครก็ได้

                        ต้นแบบผู้นำการเรียนรู้ นอกจากเป็นผู้นำที่เดินไปพร้อมกับชุมชนแล้ว ประยงค์ รณรงค์ ยังเป็น “ครู” ในความหมายที่ทันสมัย คือ เป็นครูที่ไม่ได้คิดแต่จะถ่ายทอดความคิดของตนเองให้คนอื่นอย่างเดียว แต่ยอมรับว่าทุกคนมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้ถ้าหากมีกระบวนการ และวิธีการที่เหมาะสม ทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งออกมาจากข้างใน ใช้วิธีการสังเคราะห์ ประมวลความคิด และประสบการณ์ต่างๆ ให้เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่ามีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นในชุมชน

                        ลุงประยงค์ ยังบอกอีกว่า รู้สึกตื่นเต้น ดีใจและคาดไม่ถึงในการได้รับรางวัล ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้ ตนได้ยึดหลัก คือ เป็นนักเรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตัวเอง ทั้งชวนผู้นำและชาวบ้านที่ไม้เรียงหาคำตอบพร้อมกัน พร้อมกับค้นหา “นวัตกรรม” ทางสังคม ที่เหมาะสมกับชุมชนตลอดมา และมีความคิด วางแผนดำเนินการทุกขั้นตอนจากชุมชน โดยคนในชุมชน และเพื่อชุมชน

                        เริ่มต้นจากการทำ “แผนแม่บทยางพาราไทย” กับผู้นำสวนยางนครศรีธรรมราชเมื่อปี 2549 และ “แผนแม่บทชุมชน” ในเวลาต่อมา ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบทางความคิดและแนวทางปฏิบัติให้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ทั้งราชการและเอกชนและสถาบันการศึกษา นำไปใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน กำหนดให้ทุกตำบลมีแผนชุมชน ภายใน 2-3 ปี

                        นายประยงค์ จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งของการจัดระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นของตนเอง ทำให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้นจริง มีรูปธรรมที่จับต้องได้ มีพื้นฐานมั่นคงและพัฒนาทั้ง 3 ระดับ คือ พึ่งตนเองระดับครอบครัว พึ่งพาอาศัยกันระดับชุมชนและเครือข่าย และนำผลผลิตบางตัวออกไปสู่ตลาดภายนอก เป็นต้นแบบของวิสาหกิจชุมชนในการจัดการทุนของเอกชน เพื่อพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน ทุนในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เงิน แต่หมายรวมถึง ทรัพยากร ผลผลิตความรู้ภูมิปัญญา และทุนทางสังคม

                        ด้านของปัญหาที่เกิดขึ้นในชนบทของไทย ถือว่ามีการตื่นตัวมาก ที่จะแก้ปัญหาให้กับตนเอง ส่งเสริมสนับสนุนให้พึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยคิดว่าตอนนี้ทั้งประเทศไทยกำลังตื่นตัว แต่จะต้องได้รับการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ในทุกๆด้าน เพื่อพัฒนาคนในชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง

                        การกำเนิดแผนแม่บทชุมชน จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ของคนในชุมชนเอง เป็นเครื่องมือให้เรารู้จักตนเอง รู้ถึงความสามารถ และศักยภาพที่เรามีอยู่ พร้อมทั้งหาข้อมูลเพิ่มเติมมาประกอบ ต้องมีรายละเอียด การกำหนดแผน จึงเกิดจากการทำข้อมูลจนกระทั่งทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อที่จะทำให้มีแผนแม่บทชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ

                        ลุงประยงค์ กล่าวอีกว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดขึ้นในชุมชนนั้น จะต้องเกิดการรวมตัวกัน เชื่อมกันเป็นเครือข่าย ทำให้คนไม้เรียงยอมรับว่ามีหูตากว้างไกลขึ้น ได้เห็นวิธีการผลิตและการดำรงชีพที่แตกต่างไปจากอาชีพทำสวนยางของตัวเอง ทำให้เห็นส่วนที่ไม่เหมือนของตัวเอง และสามารถนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้นได้การให้ในสิ่งที่ชาวบ้านอยากรู้ ย่อมประกันความสนใจในการเรียนรู้ของเขาได้

                        ชุมชนไม้เรียงสามารถแบ่งกลุ่มคนที่สนใจเรื่องอาชีพที่เหมือนๆกัน แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ซึ่งทำให้คนที่สนใจในเรื่องเดียวกันมาเจอกันและแลกเปลี่ยนช่วยเหลือกันได้สะดวก ส่วนการให้ในสิ่งที่ชาวบ้านควรรู้ จะเป็นการเปิดหูเปิดตาให้เขาได้ เพราะยุคนี้เป็นยุคการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด เราสามารถไปจากที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่งได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา

                        “การให้ในสิ่งที่ชาวบ้านอยากรู้และให้ในสิ่งที่เขาควรรู้ จึงจะเป็นการพัฒนาคนให้มีความสามารถในการแก้ปัญหาปากท้องและปัญหาอื่นๆ ของตัวเขาเองได้ แล้วยังส่งผลให้สามารถแก้ปัญหาร่วมกันของชุมชนได้ด้วย” ลุงประยงค์ กล่าว

                        สำหรับลุงประยงค์ ถือเป็นผู้นำชุมชนที่ได้รับการยอมรับจากชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และคนในชุมชนทั่วประเทศ ว่าเป็นผู้นำทางปัญญาคนหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนลุกขึ้นมาเรียนรู้และค้นหาทางออก ในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

 

 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30