พิมพ์หน้านี้
|
"ดร.สุเมธ" เผยคนไทยสอบตกเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาเผย คนไทยสอบตกเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พสกนิกรชาวไทยอยากเห็นในหลวง แต่ไม่เคยมองว่าพระองค์ทรงสอนอะไรบ้าง แถมถูกค่านิยมฝรั่งเข้าครอบงำความคิด ชี้คนไทยโชคดีมากแล้วที่หากินปลูกผักบนแผ่นดินจนเป็นครัวของโลกได้ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 กันยายน ที่บริเวณชั้น 1 ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มาร่วมเสวนาในงาน พ.ศ.พอเพียง ในหัวข้อ "มีสุขและทันสมัย ต้องเฮ็ดจั่งซี่" โดยมีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจและร่วมรับฟังการเสวนาเป็นจำนวนมาก ดร.สุเมธ กล่าวในตอนหนึ่งของการเสวนาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาตั้งแต่ปี 2517 กระทั่งเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 คนไทยก็ไม่นำไปปรับใช้ และในปี 2541 พระองค์ก็ได้รับสั่งอีกครั้งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเรื่องนี้หากตนเป็นอาจารย์สอนก็คงให้ "F" (สอบตก) แก่นักเรียนไปแล้ว "ที่ผ่านมา พวกเราคนไทยทุกคนอยากที่จะเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์เสด็จฯ ไปที่ไหน ชาวไทยก็จะแห่ร่วมรับเสด็จ แต่กลับไม่มองพระเจ้าอยู่หัว ไม่มองว่าพระองค์ทรงสอนอะไรบ้าง เพราะเราไปมองแต่ฝรั่ง ถูกค่านิยมของฝรั่งเข้ามาครอบงำความคิดของคนไทย เช่น คำว่าธรรมาภิบาล หากมีคำนี้แล้วก็ต้องมีวงเล็บไว้ด้านหลังคือ Good Governance นี่คือเราถูกครอบงำ และเมื่อเราถูกต่างชาติครอบงำจนกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แล้ว ชาติของเราก็จะประสบความย่อยยับอันเนื่องมาจากความไม่เป็นตัวของตัวเอง" ดร.สุเมธ กล่าว เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า เมื่ออายุ 10 ขวบ ตนต้องไปเรียนอยู่เมืองนอก และกลับมาทำงานในประเทศมาตอนอายุได้ 30 ปี โดยลืมรากเหง้าไม่ได้ว่าตนเองเป็นคนไทย แต่นักเรียน นักศึกษาในปัจจุบันกลับไปยึดค่านิยมจากต่างชาติ โดยเฉพาะในเรื่องปฏิบัติและการแต่งตัว เพราะฉะนั้นการแต่งตัวก็ควรจะแต่งให้ถูกกาละเทศะ ทำอะไรจะต้องไม่ลืมรากเหง้าว่าตนเองเป็นคนไทย ดร.สุเมธ ยังได้กล่าวถึงเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า โลกใบนี้กำลังจะพังพินาศเป็นครั้งที่ 6 หลังจากที่เมื่อ 4,600 ล้านปีก่อนแตกมาแล้ว 5 ครั้ง โดยในช่วง 400 ปีหลังพบว่าแตกมาแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งนั่นหมายถึงพืชและสัตว์ก็แตกและหดหายตามไปด้วย นอกจากนี้ นักวิชาการยังระบุอีกว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีสงครามเกิดขึ้น นั่นก็คือ สงครามการแย่งน้ำ เพราะทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย ทั่วโลกขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ "ขณะนี้มนุษย์กำลังกินโลกในอัตรา 3:1 คือกินไป 3 ส่วน แต่ชดเชยโลกได้แค่ 1 ส่วน โดยมนุษย์ไม่ได้มองสภาพแวดล้อมอย่างเป็นเหตุเป็นผล แต่กลับมองด้วยความโลภ ต้นไม้ 1 ต้น เราไม่ได้มองว่ามันมีประโยชน์ว่าเป็นแหล่งผลิตออกซิเจน หรือเป็นแหล่งดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มองเพียงว่าต้นไม้ลูกบาศก์เมตรละเท่าไร ไม่ได้น้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงรับสั่งให้เดินทางสายกลาง หากกินไป 1 ก็ต้องชดเชยกลับคืนมา 1" เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าว ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า เรื่องการเมืองก็เช่นเดียวกัน ต้องยึดทางสายกลาง เพราะหากบริโภคมากเกินไปก็อาจจะเกิดสำลักได้ อย่าเพ้อฝัน หรืออย่าไปสร้างอะไรให้มันดีเกินเหตุ อะไรที่ดีแล้วหากไม่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปสร้างให้มันดีทั้งหมด อย่าให้มันเกิดประชาธิปไตย ซึ่งประชาธิปไตยก็คือ ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ตรงนี้ทุกคนจะต้องนำไปไตร่ตรอง ดร.สุเมธ ยังได้กล่าวอีกว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้บอกว่าไม่ให้คนไทยรวย แต่การที่รวยนั้นต้องรวยแบบยั่งยืน ไม่ใช่รวยวันเดียวและพรุ่งนี้กลายเป็นหนี้ ซึ่งการรวยแบบนี้เรียกว่า "รวยแบบสมัยใหม่" คือไปกู้เงินเขามาแล้วเอามาปั่น ผลสุดท้ายก็ต้องกลายเป็นหนี้เอ็นพีแอลในที่สุด ซึ่งขัดกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่สอนให้รวย แต่จะต้องรวยแบบยั่งยืน "ประเทศไทยถือว่าโชคดีเป็นอย่างมาก เราสามารถหากินในผืนแผ่นดินเรา สามารถปลูกผักเพื่อบริโภค ที่เหลือยังสามารถนำไปขายได้ จนไทยกลายเป็นครัวของโลก แม้ว่าเราจะไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมัน น้ำมันไม่สามารถบริโภคได้ แต่เราเป็นแหล่งปลูกข้าวของโลก สามารถบริโภคและจำหน่ายได้ เพราะฉะนั้นเราอย่าไปติดกับขบวนการของต่างชาติ จงอยู่ได้ด้วยตัวเอง อยู่ด้วยความรู้ ความรอบคอบ มีสติ สุดท้ายเราก็จะมีภูมิคุ้มกันให้กับตัวเราเอง" ดร.สุเมธ กล่าว
ที่มา ... สำนักข่าวเนชั่น / 8 กย.50 |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||