พิมพ์หน้านี้
|
แพปลาชุมชน....อนาคตที่วาดได้
...ชาวประมงเวลาจะซื้อเครื่องมือประมงมากู้เงินออมทรัพย์ แต่พอออกเลได้สัตว์น้ำมาเอาไปขายให้เถ้าแก่ เจอปัญหาถูกกดราคาบ้าง ถูกเอาเปรียบบ้าง...เราเลยคิดว่า ทำไมเราไม่รับซื้อเอง... นี่คือ แนวคิดเริ่มต้นของแกนนำ อันเป็นที่มาของการก่อตั้ง แพปลาชุมชน บ้านหัวหิน อำเภอละงู จังหวัดสตูลในปี พ.ศ.2549 จ๊ะแหม่ม หรือ ศิริวรรณ วัจนเทพินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย การศึกษากระบวนการถอดบทเรียนการบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์บ้านหัวหิน งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้จัดการกลุ่มแพปลา เล่าว่า จากเดิมทางชุมชนได้มีการรวมตัวก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน และสร้างสวัสดิการชุมชน เมื่อดำเนินการไประยะหนึ่งทางกลุ่มประสบปัญหาสมาชิกค้างชำระหนี้เป็นจำนวนเงินกว่าหนึ่งแสนบาท จากปัญหาดังกล่าวนำไปสู่การทำวิจัยเพื่อถอดบทเรียนการบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นในปี พ.ศ.2546 ซึ่งการทำวิจัยในครั้งนั้นทำให้ ทางกลุ่มทราบถึงเหตุที่มาของปัญหา และได้นำมาปรับปรุงแก้ไขการบริหารจัดการกลุ่มให้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้ชุมชนเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนากิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกในชุมชนมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในกิจกรรมดังกล่าว คือ การก่อตั้งกลุ่มแพปลาชุมชน นั่นเอง กิจกรรมแพปลาชุมชน ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549 ด้วยการตั้งเป็นกลุ่มใหม่ มีเงินกองทุนเริ่มต้น 44,000 บาท ซึ่งมาจากการระดมหุ้นจากสมาชิก จำนวน 36 ราย โดยในจำนวนนี้มีกลุ่มออมทรัพย์เป็นสมาชิกผู้ลงหุ้นใหญ่ ทั้งนี้เนื่องจากในระยะหลังกลุ่มฯ มีเงินออมที่เหลือจากการกู้ยืมของสมาชิกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทางกลุ่มได้นำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคาร จึงเกิดแนวคิดว่า น่าจะนำเงินก้อนนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชุมชนด้วยการลงทุนทำธุรกิจแพปลาชุมชน ...เป้าหมายถึง แพปลาเถ้าแก่ คือ กำไร แต่เป้าหมายของแพปลาชุมชน คือ ประโยชน์ของสมาชิกทุกคน และชาวบ้าน ประเด็นหลัก คือ การช่วยแก้ปัญหาหนี้สิน จากข้อมูลในการทำวิจัย เราพบว่า ชาวบ้านมีรายได้เพียงหน้าเดียว ในขณะที่รายจ่ายมีหลายหน้า ส่วนใหญ่รายได้น้อยกว่ารายจ่าย นอกจากนั้นยังพบอีกว่า ที่มาของหนี้สินที่สำคัญประการหนึ่ง คือ หนี้สินที่เกิดจากการซื้อเครื่องมือหากิน โดยเฉพาะอวน ซึ่งราคาแพง ที่ผ่านมาชาวบ้านมักจะไม่มีเงินจะให้เถ้าแก่ซื้อมาให้ แล้วหักเงินจากสัตว์น้ำที่นำไปขายให้ ปัญหาก็คือ บางครั้งกว่าเถ้าแก่หามาให้ช้า ฤดูกาลเปลี่ยน อวนชนิดนั้นก็ใช้ไม่ได้ กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า อีกทั้งยังมักจะถูกกดราคาสัตว์น้ำ ทั้งซื้อให้ราคาต่ำ และใช้วีธีการคัดขนาดไม่ตรงกับขนาดที่แท้จริง เป็นต้น... ป๊ะพูน หรือ คุณตาพุ่ม อย่างดี ผู้อาวุโสของชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญของชุมชน กล่าวถึงเป้าหมาย ดังนั้น กิจกรรมหลักของกลุ่มแพปลาจึงมี 2 ส่วน คือ การรับซื้อสัตว์น้ำจากสมาชิกกลุ่ม และชาวบ้านทั่วไป โดยการรับซื้อสัตว์น้ำของกลุ่มแพปลาชุมชน จึงเปิดโอกาสให้สมาชิกร่วมกันกำหนดขนาดสัตว์น้ำแต่ละเกรดร่วมกัน ส่วนราคารับซื้อต่ำกว่าราคาตลาด 2 บาท อีกส่วนหนึ่งคือ การสมาชิกยืมเงินเพื่อนำไปซื้อเครื่องมือประมง และผ่อนใช้ให้กับทางกลุ่ม โดยทางกลุ่มจะหักเงินจากยอดขาย 10% จนกว่าจะครบ สำหรับผลกำไรนั้นจะถูกจัดสรรออกเป็น 4 ส่วน คือ 40% ปันผลให้กับสมาชิกผู้ถือหุ้น 35%เฉลี่ยคืนให้กับผู้นำสัตว์น้ำมาขายให้กับทางกลุ่มทั้งที่เป็นสมาชิก และไม่ได้เป็น ตามสัดส่วนของยอดขาย 20% กันไว้เป็นทุนสำรอง และ 5% บริจาคเพื่อทำกิจกรรมพัฒนาชุมชน และการฟื้นฟูทรัพยากร หลังจากที่เราทำไป 6 เดือน แล้วสรุปผลการดำเนินงาน พบว่า ทั้งชาวบ้าน และสมาชิกต่างได้รับประโยชน์จาก แพปลาชุมชน อย่างมาก เพราะชาวบ้านสามารถขายสัตว์น้ำได้ในราคาที่เป็นธรรม อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากผลกำไรอีกทางหนึ่ง ซึ่งเดิมชาวบ้านจะไม่ได้รับประโยชน์จากผลกำไรที่เกิดขึ้นเลย ที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน เราพบว่า สมาชิกที่ยืมเงินไปซื้อเครื่องมือประมง สามารถชำระเงินคืนได้ บางรายภายใน 3 เดือนเท่านั้น ไม่ต้องเป็นหนี้ ในส่วนของ กลุ่มออมทรัพย์ ก็เห็นผลชัดเจน เพราะกำไรที่ได้รับปันผลสูงถึง 10% ในขณะที่ฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยเพียง 2% ซึ่งผลกำไรที่ได้จะถูกนำไปเฉลี่ยเป็นเงินปันผลให้กับสมาชิกลุ่มออมทรัพย์อีกั ประโยชน์ในข้างต้น ทำให้ชาวบ้านนำไปขยายผลปากต่อปาก ผลก็คือ ปัจจุบัน มีชาวบ้านนำสัตว์น้ำมาขายให้กับทางกลุ่มแพปลาชุมชนมากขึ้น และจากความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ได้นำไปสู่การก่อตั้งกลุ่มร้านค้าชุมชนขึ้นมาอีกกลุ่มหนึ่ง เนื่องจาก จากแกนนำชุมชนเห็นว่า ปัจจุบันชาวบ้านต้องซื้อของอุปโภค บริโภค อยู่แล้ว รวมถึงเครื่องมือประมงโดยมีหลักในการบริหารจัดการเดียวกัน หลักการของเรา คือ เงินจะหมุนอยู่ในชุมชน แทนการไหลออก เรากำลังขยับจากการออม ไปสู่การทำธุรกิจชุมชน และเงินที่หมุนอยู่ในชุมชน จะย้อนกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งช่วยยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือน การสร้างสวัสดิการให้กับผู้ด้อยโอกาสในชุมชน รวมถึงการมีกองทุนเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง ซึ่งเป็นฐานอาชีพของชุมชน จากการทำมันทำให้เรามองเห็นอนาคตของเราได้รางๆ... จ๊ะแหม่มย้ำถึงหลักการอย่างมาดมั่น เพราะ...แม้จะเป็นอนาคตที่มองเห็นได้เพียงรางๆ ..หากแต่เป็นอนาคตที่ พวกเขาวาดได้ด้วยตัวเอง .
|
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||