|
วันก่อนอ่านข่าวเรื่องไอคิวเด็กไทยโดยเฉลี่ยต่ำลงเรื่อยๆล่าสุดเหลือ 90-91 ก็ให้ย้อนนึกไปถึงพี่น้องในครอบครัวของตัวเองในอดีต และล่าสุด รุ่นถัดมาคือน้องน๊อตที่เพิ่งไปทดสอบมาเมื่อเดือนก่อน
ถ้าสมัยของตัวเองกับพี่ๆทำนั้น เราเองจำไม่ค่อยได้แล้วเพราะตอนนั้นยังเด็ก จำได้แต่ที่พ่อบอกในภายหลัง ว่า เราจะราวๆ 112 เท่าพี่คนกลาง ส่วนพี่คนโต 120 ตัวเลขนี้อาจจำคลาดเคลื่อนแต่น่าจะแถวๆนี้แหละไม่น้อยกว่านี้
ตอนนั้นไม่รู้ความหมาย รับรู้แค่ว่า พี่คนโตมากสุด ซึ่งสัมพันธ์กับการเรียน เค้าเรียนดีสุดในบ้าน ไปสอบเข้ารร.สวนกุหลาบเข้าเรียนมอต้นได้ก็ไปอยู่กรุงเทพฯแต่นั้นเลย
ส่วนพี่คนกลางก็สอบเข้ารร.เตรียมทหารได้เมื่อจบมอต้นแล้ว แล้วท้ายสุดคือเราเอง หลังจบมอต้นก็สอบติดรร.เตรียมอุดมฯพญาไท
แต่ตัวเราเองเราคิดว่า ไอคิวอีคิว นอกจากอยู่ที่สารพันธุกรรมแล้ว ยังอยู่ที่สิ่งแวดล้อม และการเลี้ยงดู รวมถึง ระบบการศึกษาและโรงเรียน นอกจากขึ้นกับพ่อแม่ผู้ปกครองแล้วก็ยังขึ้นกับครูบาอาจารย์ ว่าจะยินยอมให้สมองพวกเค้าเติบโตได้อย่างเสรีหรือปิดกั้นกันด้วยการครอบงำ
ผ่านมาถึงน้องน๊อต เหตุที่ต้องไปเข้าทดสอบไอคิวอีคิว ก็ด้วยว่า รร.ที่ได้สอบเข้าเรียนมอปลายแห่งนี้นั้น จัดสอบเข้าห้องความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์ ดูจากคะแนนสอบเข้า ว่า เด็กเด่นหรือมีคะแนนสูงสุดด้านใด ก็จะดึงเด็กไปสอบเพิ่มอีกคือวิชาคณิตศาสตร์ และน้องน๊อตก็ผ่านการสอบได้คะแนนเป็นอันดับ 1 79 % ขั้นตอนต่อไปเขาจึงให้ไปทดสอบไอคิวอีคิวที่โรงพยาบาล การทดสอบนี้ ต้องไปที่แผนกจิตเวชเลยทีเดียว และทำการทดสอบโดยนักจิตวิทยา มีแบบทดสอบหลายอย่างหลากหลาย ทั้งถามปากเปล่า ให้ตอบในกระดาษ และให้ลงมือทำ ทั้งยังมีบางช่วงดึงผู้ปกครองคือมารดา เข้าไปไถ่ถามถึงวัยเด็ก เลยไปถึงตอนคลอด
ขนาดนั้นเลย .... ผลที่ได้รับ คือ 128 ส่วนทดสอบไอคิวด้านภาษา 133 โดยที่ เกณฑ์ ตั้งแต่ 130 ขึ้นไป เขาจัดเป็นฉลาดเลิศ 128 จะเรียกว่า ฉลาดมาก นี่ก็เพิ่งทราบว่าเขาจัดแบบนี้ ครั้นมาดูข่าว เด็กไทยเฉลี่ย ไอคิว 90-91 ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน ที่ควรจะเป็น 100 ขึ้นไป เห็นแล้วอาจไม่เข้าใจลึกซึ้งนัก แต่ก็ได้แง่คิดบางอย่างกับตัวเองเหมือนกัน
แต่อย่างน้อยเขาก็บอกว่า อย่างพี่เราน่ะ เขาเรียกฉลาดมาก เอ..เราคิดว่า ภาษาไทยคำว่าฉลาดนั้น มันกว้างไปไหม เพราะเราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนะ เพราะบางอย่างเราก็โง่ๆไงไม่รู้ ที่แน่ๆ พ่อแม่น้องน๊อต มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และการเลี้ยงดูค่อนข้างอิสระไร้การครอบงำแบบไร้เหตุผล ปล่อยให้มีการคิดอย่างอิสระ แต่ให้การดูแลอยู่ห่างๆ ผิดกับ เราและพี่ๆที่คนใกล้ชิดอย่างแม่ของเราจะหัวโบราณแบบสุดกู่และศึกษาไม่สูง ก็อาจมีผลต่อระดับไอคิวได้ เพราะท่านเป็นแม่บ้านใกล้ชิดลูกกว่าพ่อ นี่ก็แค่วิเคราะห์ไปตามเนื้อผ้ามิได้เจตนาลบหลู่ ระบบการศึกษาทุกวันนี้ แม้ดูก้าวไกลกว่าเดิม แต่วัฒนธรรมการดูแลศิษย์ ในโรงเรียนรัฐฯ ค่อนข้างยังคล้ายยุคก่อนอยู่มาก เราก็คิดนะว่า การเลี้ยงดูในครอบครัวจะมีผลแค่เพียงส่วนหนึ่ง อีกส่วนคือจากระบบการศึกษา โรงเรียนและสังคมคนรอบข้าง รวมถึงการมอมเมาจากสังคมอีกด้วย จึงเป็นอันไม่แปลกใจว่า ทำไมเด็กไทยจึงมีไอคิวเฉลี่ยน้อยไปหน่อย ซึ่งสัมพันธ์กับความก้าวหน้าของประเทศ อนาคตประเทศไทยคงค่อยๆเดินแบบเต่าคลาน เพราะสังคมประเทศใดจะเป็นเช่นไรก็อยู่ที่คนส่วนใหญ่เป็นอย่างไรนั่นเอง
|