• chedtha
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-18
  • จำนวนเรื่อง : 75
  • จำนวนผู้ชม : 51643
  • จำนวนผู้โหวต : 2764
  • ส่ง msg :
chedtha
เก็บภาพจากเยอรมนีมาให้ชม ภาพวิวทิวทัศน์ ภูเขา เทือกเขา หุบเขา ทะเลสาบ แม่น้ำ ปราสาท พระราชวัง โบสถ์ สถาปัตยกรรม งานเทศกาล ศิลปะ วัฒนธรรม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chedtha
วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน 2551
ไปชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ชีวิตชาวนา Freilichtmuseum Neuhausen ob Eck - Germany ตอนที่ 1
Posted by chedtha , ผู้อ่าน : 815 , 05:41:02 น.   | หมวดหมู่ : เที่ยวเยอรมนี  
พิมพ์หน้านี้


ไปชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ชีวิตชาวนา
Freilichtmuseum Neuhausen ob Eck - Germany


พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ชีวิตชาวนา นี้ อยู่ชานเมืองทุทท์ลิงเง่น (Tuttlingen)
เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง 7 แห่ง ของรัฐบาเด้นวือร์ทเทมแบร์ก
(Baden-Württemberg)





เปิดเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1988 มีพื้นที่ประมาณ 18 Hectares หรือ
113 ไร่ อยู่ในสวนธรรมชาติ ลุ่มแม่น้ำดานูบตอนต้น มีผู้เข้าชมปีละประมาณ 90,000 คน

มีบ้านชาวนา 24 หลัง มาจากเขต Schwäbische Alb (ชเวบิชเช่ะ อัลบ์)
Ostschwarzwald (โอสท์ชวาร์สวาลด์) หรือ Black Forest และจากโบเด้นเซ ตะวันตก
(westlicher Bodensee)

หมู่บ้านพิพิธภัณฑ์ชีวิตชาวนาแห่งนี้ มีทั้งโบสถ์ ภัตตาคาร โรงเรียน ศาลากลาง
และ อุตสาหกรรมพื้นบ้านต่างๆ เช่น โรงเลื่อย กังหันน้ำ โรงสี
ซึ่งสิ่งก่อสร้างต่างๆที่เห็นนี้ ได้รื้อถอนมาจากบ้านชาวนาเก่าๆใน Black Forest
แล้วนำมาประกอบสร้างใหม่ที่นี่ การตกแต่งภายใน ก็ทำเหมือนต้นแบบทุกอย่าง

สัตว์เลี้ยงต่างๆในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เช่น วัว ลา หมู แกะ แพะ ไก่ ห่าน กระต่ายบ้าน
ล้วนแต่เป็นพันธ์ุมาจาก Black Forest ทั้งนั้น

ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ดูเหมือนเป็นหมู่บ้านชาวนา ที่มีการใช้ชีวิตจริงๆอยู่ที่นี่
ได้เห็นงานฝีมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรเครื่องกลที่ชาวนาในสมัยก่อนใช้กัน





โปรดคลิกที่่นี่ เพื่อชมภาพครบส่วน เห็นด้านขวาของภาพจนสุด

1. บ้านชาวนาหลังนี้ เป็นบ้านที่อยู่ตรงทางเข้าพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
ยกมาจากเมือง Schömberg (เชิมแบร์ก)








2. ตามหน้าต่าง มักปลูกดอกไม้ไว้ประดับหน้าต่างบ้าน








3. บ้านชาวนาหลังนี้ เป็นบ้านที่อยู่ตรงทางเข้าพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
ยกมาจากเมือง Schömberg (เชิมแบร์ก)








4. Holzherd เป็นเตาใช้ไม้เผาไฟ ทำให้เตามีความร้อน ให้หุงต้มอาหาร
ควันไฟออกไปตามปล่องไฟสีดำ







5. เครื่องชั่งน้ำหนักสมัยก่อน







6. ตัดไม้มาทำฟืน







7. บ้านชาวนาจาก Black Forest







8. บรรยากาศบ้านชาวนาบนเนินเขา ท่ามกลางละอองฝน







9. ถนนในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง







10. Wasserrad (วาสเซอร์ราด) เป็นเครื่องกำเนิดพลังงานจากน้ำไหลที่ใช้กันมาก
ในยุโรปสมัยกลาง ซึ่งน้ำที่ไหลลงมาทำให้กงล้อหมุนต่อเนื่อง ทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้า
ทำให้มอเตอร์หมุน ใช้ในในโรงสี โรงเลื่อย และอุตสาหกรรมต่างๆ






11. ภาพถ่ายจากภายในห้อง พลังงานน้ำ ทำให้ฟันเฟืองหมุน และผลิตกระแสไฟฟ้า






12. เครื่องตัดหญ้า ที่ใช้ม้าลาก เป็นเครื่องตัดหญ้าที่ใช้กันในสมัยก่อน







13. บ้านชาวนาหลังนี้ ยกมาจากเมือง Schonach (โชนัค) ใน Black Forest








14. บ้านชาวนาหลังนี้ ยกมาจากเมือง Schonach (โชนัค) ใน Black Forest







15. ภายในโรงสีข้าวสาลี







16. ภาพนี้อธิบายให้เห็นถึงการถ่ายเทพลังงานน้ำหมุนล้อ ทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้า
ส่งต่อไปหมุนเครื่องสีข้าวสาลี






17. เครื่องสีข้าว







18. การถ่ายเทพลังงาน โดยใช้สายพานนำพลังงานจากที่หนึ่ง
ไปยังอีกที่หนึ่ง








19. ภาพนี้ แสดงให้เห็นถึงข้าวสาลีที่ใส่ไปแล้วถูกขัดสี มีช่องลมเป่าเปลือกข้าว
ส่งต่อไปรวมกันไว้อีกที่หนึ่ง ข้าวสาลีที่สีได้ จะกองรวมกันอยู่ในที่รองรับด้านล่าง







20. จากภาพนี้ จะเห็นการส่งต่อพลังงานด้วยล้อและฟันเฟือง







21. น้ำพุที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มักทำเป็นท่อไม้ครอบไว้ มีก๊อกให้น้ำไหลออกมา
และมีอ่างไม้รองรับน้ำ







22. Mühle (มือเล่ะ) โรงสีข้าว มองจากด้านนอก จะเห็นท่อน้ำยาวต่อไปยังโรงสี
พลังงานน้ำไหลไปตามท่อ ไปหมุนล้อ ทำให้ล้อและฟันเฟืองหมุน เกิดพลังงานไฟฟ้า
ไปใช้ในการสีข้าว







23. ที่เห็นทั้งหมดนี้ คือ เครื่องซักผ้าสมัยก่อน มีทั้งแบบกาละมังซักผ้าด้วยมือ
และแบบที่เป็นเครื่องซักผ้าโบราณ







24. ท่อน้ำสมัยโบราณ ทำด้วยไม้ เป็นราง ให้น้ำไหลลงไปหมุนล้อและฟันเฟือง







25. เครื่องซักผ้าสมัยโบราณ ใส่ผ้าเข้าไปในกล่องข้างใน แล้ว ใช้มือหมุน







26. เครื่องซักผ้าโบราณแบบใช้ไฟฟ้า ทำให้เครื่องหมุนปั่่นผ้าในเครื่อง







27. เครื่องซักผ้าสมัยก่อน ที่ใช้ไฟฟ้า ทำให้แกนภายในหมุนปั่นผ้า







28. ล้วนแต่เป็นเครื่องซักผ้ารุ่นโบราณ








29. บ้านชาวนาหลังนี้ ยกมาจากเมือง Schonach (โชนัค) ใน Black Forest
ส่วนล่างสุดที่เห็นเป็นหินนั้น คือห้องใต้ดิน ด้านนี้ มองเห็นประตูทางเข้า
แต่อีกด้านหนึ่ง ฝังอยู่ใต้ดินทั้งหมด เนื่องจากเป็นบ้านที่ปลูกไว้บริเวณเชิงเขา







30. จะเห็นว่า พื้นที่ด้านซ้ายมือ จะมองไม่เห็นส่วนของห้องใต้ดินที่จมอยู่ในดิน
พื้นที่ด้านขวามือ จะเห็นส่วนของห้องใต้ดินโผล่อยู่เหนือพื้นดินบางส่วน
ด้านซ้ายสุด เป็นเนินเขา บ้านหลังนี้ ใหญ่มาก มีคอกเก็บม้าได้มากกว่าสิบตัว
เลี้ยงม้าไว้ที่ห้องด้านติดกับเนินเขา มีประตูใหญ่ให้ม้าเข้าออกได้






31. ห้องเล็กๆที่เห็นนี้ คือ ตู้เย็นสมัยโบราณ สำหรับเก็บผักสดได้นาน
ห้องนี้้ เย็นเพราะมีน้ำอยู่ใต้ห้อง ขอนไม้ใหญ่ที่เห็น คืออ่างน้ำ
ด้านล่างขวาของขอนไม้นี้ คือท่อระบายน้ำ เมื่อต้องการเปลี่ยนน้ำใหม่ก็เปิดท่อนี้ให้น้ำไหลออก







32. ระเบียงบ้านชั้้นบน อยู่ติดกับเนินเขา มองเห็นทางขึ้นเขา







33. บ้านหลังใหญ่ที่เห็นนั้น เป็นโรงเลื่อยไม้ ซึ่งผนังบ้านด้านข้าง สามารถเปิดออกได้
เพื่อเอาไม้ยาวๆ ใส่เข้าไปในรางเลื่อย







34. เครื่องซักผ้าอีกแบบหนึ่ง มีที่สำหรับแปรงผ้าให้สะอาด








35. บ้านตรงข้าม เป็นโรงเลื่อยไม้







36. ทางขึ้นเขาที่อยู่ใกล้ๆกับตัวบ้าน







37. ตู้เย็นหน้าบ้าน สำหรับเก็บผักผลไม้ให้สดได้นาน 3-7 วัน






38. ส่วนนี้ เป็นประตูหลังบ้าน ที่ใหญ่ สำหรับม้าเข้าไปในโรงม้า
มีสะพานจากตัวบ้านเชื่อมต่อ กับทางเดินขึ้นเขา






39. ประตูสำหรับเข้าบ้าน ด้านขวาสุดเห็นส่วนของห้องใต้ดินเล็กน้อย






40. เครื่องจักรสำหรับตัดฟืน







41. รถโบราณ ใช้สายพานต่อกับเครื่องตัดฟืน เพื่อให้เครื่องตัดฟืนทำงาน







42. รถโบราณสำหรับต่อพลังงานให้เครื่องจักรได้ด้วย







43. ภาพภายในโรงเลื่อยไม้ เอาต้นไม้ใหญ่ๆวาง มีเลื่อยไฟฟ้า เลื่อยไม้เป็นแผ่นๆ







44. ไม้ท่อนที่จะตัด จะยึดไว้ให้มั่นคงเพื่อไม่ให้เลื่อนได้ ขณะที่เลื่อยไฟฟ้ากำลังเลื่อยไม้







45. เลื่อยไฟฟ้าสมัยโบราณ กำลังเลื่อยไม้ โดยใช้พลังงานไฟฟ้า จากนำ้ไหลหมุนกงล้อ








46. กงล้อ และ ฟันเฟืองที่ทำให้เลื่อยไฟฟ้าทำงาน







47. เลื่อยไฟฟ้า และ รอยไม้ที่ถูกตัดออกเป็นแผ่นๆแล้ว







48. ไม้ที่ตัดแล้ว เอาออกมาไว้นอกโรงเลื่อย







49. ผนังด้านข้างของอาคาร เปิดเอาไม้ท่อนใหญ่ยาวเข้าไปได้