• chettapat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jaywis2000@yahoo.co.uk
  • วันที่สร้าง : 2008-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 28531
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
เชษฐภัทร วิสัยจร
ฝึกหัดการแต่งกลอน ฝึกหัดวรรณคดีวิพากษ์ วิจารณ์หนัง การเมืองและกีฬา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chettapat
วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม 2551
Renaissance Man
Posted by chettapat , ผู้อ่าน : 164 , 22:41:10 น.   | หมวดหมู่ : รอยคำรอยคิด  
พิมพ์หน้านี้


เคยมีคำกล่าวว่า

ถ้าหากใครมีความถนัดด้านสายวิทย์ ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ก็จะขาดหายไป

ในทางตรงกันข้าม หากแม้ว่าใครมีทักษะในทางวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ความสามารถทางด้านมนุษยศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ก็จะแปรผกผัน





น้อยคนนักที่จะมีความสามารถทั้งทางด้านศาสตร์และศิลป์

ภาษาอังกฤษนิยามบุคคลจำพวกนี้ที่มีความสามารถ "รอบด้าน" เยี่ยงนี้ว่า "Renaissance Man"

คนที่ศึกษาประวัติศาสตร์มาพอสมควรคงจะทราบว่า

ยุค renaissance เป็นยุค ๆ หนึ่งหลังจาก ยุคกลาง (medieval) ที่ความคิดที่สุดโต่ง บวกกับผลประโยชน์ทางการเมืองบางประการของคริสตจักร (republica christiana) ได้ทำลายความเจริญทางศิลปวัฒนธรรมแห่งยุคสมัยกรีกโรมัน ไปจนสิ้น



ปราชญ์ทั้งหลายต่างอุปมาอุปไมยว่า ศิลปวิทยาการในยุคคลาสสิค ก่อนที่คริสตศาสนาจะครอบงำผู้คนในโรมจนมืดบอดได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็ในยุค Renaissance นี้เอง

ดูเอาง่าย ๆ จากรากคำ

คำว่า Re แปลว่า "หวนกลับมาอีกครั้ง" (ยกตัวอย่างเช่น re wind คือการหมุนเทปกลับ)

คำว่า Naissance แปลว่า "การเกิด" (คำว่า nation แปลว่า ชาติ ที่หมายรวมได้ทั้งชาติที่เป็นรัฐ และชาติกำเนิด ในภาษาฝรั่งเศสคือคำว่า naitre)

เพราะฉะนั้น renaissance จึงเป็นคำที่เหมาะสมในการนิยามความเป็นมาและเป็นไปของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ

ส่วนคำว่า "renaissance man" คือคำที่ใช้พรรณนาความสามารถของบุคคลอันเป็นผลผลิตแห่งยุค ซึ่งโดยมากแล้วจะเก่งทั้งทางด้าน "ศาสตร์" และ "ศิลป์" ไม่ว่าจะเป็น Michelangelo หรือ Leonardo Da Vincie (ผู้โด่งดังจนมีคนนำมาทำเป็นภาพยนตร์แล้ว)



คุณลักษณะของ Renaissance Man หากจะพูดแบบภาษา "เดะๆ" ก็คือ เขาเรียนได้ทั้งแผนวิทย์และแผนศิลป์

Leonardo เป็นทั้งศิลปิน เป็นทั้งจิตรกร ผู้วาดภาพ Monalisa อีกทั้งยังเป็นนักคณิตศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ ผลิตอะไร ออกแบบอะไรต่อมิอะไรให้เราทึ่ง

ถ้าผมจำไม่ผิด Leonardo Davinci นอกจากเขาจะค้นคิดรหัสลับเฟลอร์เดอลีร์แล้วยังเป็นผู้ออกแบบเครื่องร่อน ให้ Otto Lilianthal ได้แรงบันดาลใจ ไปสร้างเครื่องร่อนเหาะไปเหาะมา จนกระทั่งประสบอุบัตเหตุ ตกจากท้องฟ้าหัวกระแทกกระทันพื้นจนเสียชีวิต ร้อยสองร้อยปีให้หลัง

แต่อย่างน้อยสิ่งที่ renaissance man คนนี้คิดไว้ ก็กลายมาเป็นต้นแบบของเครื่องบินให้เราใช้โดยสารกันในปัจจุบัน



___________________________



ผมเป็นคนหนึ่งที่เรียนเลขห่วยมาก ฟิสิกส์เคมี ยังไม่ได้เรื่อง (เพราะโดดเรียนเตะบอลตลอด) เกรดเฉลี่ยอย่างดีสุดก็ไม่เกิน 2.1

แต่โชคดีที่เผอิญคุณแม่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ทำให้ คะแนนภาษาอังกฤษยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (แม้จะไม่เข้าเรียน) จนสอบไปเอเอฟเอสได้

เมื่อกลับมาจากชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยน ผมก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปเรียนศิลป์ฝรั่งเศส

และสามารถสอบเข้าเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแถว ๆ อังรีดูนังต์ได้สำเร็จ



ดูเหมือนว่าผมจะมีความสามารถในด้าน "ศิลป์" กับเขาบ้างระดับหนึ่ง เนอะ

แต่ความสามารถทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์เนี่ยแทบเป็นศูนย์

ไม่ต้องไปพูดถึงความรู้ด้านการคำนวณ ที่ถ้าจะเทียบระดับมันสมองแล้ว ผมห่วยแตกกว่าเด็กม.สาม ที่คิดเลขกราฟพาราโบล่า ยังคิดไม่เป็น

ขนาดพวกอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ อย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ ไอพอดฟังเพลง ผมยังโลเทคเสียจนทำอะไรไม่เป็น



แสดงว่า ชีวิตนี้ผมหมดสิทธิ์เป็น renaissance man นะสิ

บางครั้งบางทีก็อดน้อยอกน้อยใจไม่ได้ที่สาว ๆ ไม่ค่อยจะชื่นชอบ "ผู้ชายผู้มีความละเอียดอ่อนงานศิลป์" เท่าที่ควร แม้ความสามารถของเขาจะเอกอุเพียงใด แต่หากจะเทียบกับ "หนุ่มวิศวะมาดเท่" สักคนมันก็ เทียบกันไม่ติดชนิดไม่เห็นละอองฝุ่น

จนผมเองอดจะคิด "กลับตัวกลับใจ" หันกลับมาเรียนคณิตฯ ฟิสิกส์ เคมี อย่างเอาจริงเอาจัง ระดับมันสมองโง่ ๆอย่างผม จะสามารถ เรียกร้อง ใบปริญญา วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต มาประดับบารมีเท่ ๆ กับเขาได้ไหม?

พอจะเป็นไปได้ไหม ที่ผมจะเป็นบุรุษผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านศาสตร์และศิลป์ในคราเดียว

แต่คิดไปคิดมาก็ลังเล

จำเป็นด้วยเหรอที่เราจะต้องทำอย่างงั้น

เพราะ อย่างน้อย renaissance man อย่าง Leonardo Da Vinci มันก็คงเล่นไอพอด ไม่เป็น พอ ๆ กับผมนี่แหละ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
pimandpim วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 13.44 น.
http://www.oknation.net/blog/ommamm

ความสามารถทางการคิดเลขเป็นศูนย์เหมือนกันค่ะ แต่ตอนเด็กๆ เคยได้คะแนนสอบเลขในใจเต็ม !!! (สมัยนี้ยังมีหรือเปล่า) พอโตขึ้นมาเรื่อยๆ ก็ปฏิเสธการคิดเลขไปเรื่อยๆ เช่นกัน

ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ เพราะชอบได้รู้ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยรู้เคยเห็น วิทย์กายภาพสมัยนู้นเลยเหมาะกับคนไม่ชอบเลขแต่ชอบรู้

สมัยเรียนสนิทสนมเป็นเพื่อนฮาเฮกับชาววิศวะที่อยู่ใกล้ๆ เห็นเครื่องคิดเลขที่เพื่อนเหล่านี้ใช้กัน ก็ตกใจแล้ว พวกเราขอแค่มีบวกลบคูณหารไว้ใช้ให้ไม่ต้องนับนิ้วก็พอ แล้วก็ไม่ยักกะเคยมองบรรดาชายหนุ่มเหล่านี้เป็นบุคคลสมบูรณ์แบบเลย

ชีวิตอยู่ดีมีสุขได้โดยไม่ต้องพัวพันกับตัวเลขค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
pimahn วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 20.40 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

อืม เท่าที่ผมเจอมานะ พี่ชายของผมจบปริญญาเอกวิศวกรรมศาสตร์จากเยอรมนี
เล่นกีต้าร์ และ แต่งเพลง มีวงดนตรีเล่นเป็นงานอดิเรกในภัตตาคารด้วย

เพื่อนผมที่เป็นวิศวกรอีกหลายคน คนหนึ่งเล่นเปียโน อีกคนหนึ่งเล่นขลุ่ย
อีกคนหนึ่งเล่นไวโอลิน อีกคนเป็นมือเบส อีกคนเป็นมือกลอง
ทุกคนเป็นวิศวกรทั้งหมดเลยครับ และตั้งวงดนตรีด้วยกัน

ระบบการศึกษาที่เยอรมนี ลูกสาวผมเรียนสายวิทย์ ต้องเรียนภาษาต่างประเทศ
อย่างน้อย สามภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาเลี่ยน
ส่วนสายศิลป์ ต้องเรียนภาษาต่างประเทศ อย่างน้อย สี่หรือห้าภาษา

ผมว่า อยู่ที่การฝึกฝนมาแต่วัยเด็กมากกว่านะครับ
ไม่ได้อยู่ที่พรสวรรค์สักเท่าใดเลย
เด็กๆที่นี่ ต้องเรียนวิทย์ วาดรูป ดนตรี และ ภาษากันทุกคน
ถ้าใจรักใจชอบ ก็เก่งได้ครับ ไม่สำคัญว่า จะเป็นวิศวกร หรือ นักภาษาศาสตร์
ก็สามารถเก่งได้หลายๆทาง ถ้าใจรักเสียอย่างนะครับ

ชวนไปอ่านธรรมะครับ

http://www.oknation.net/blog/pimahn/2008/05/11/entry-1
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 23.24 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อืมมม
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน