| Ankor Wat | ||
เสียมเรียบ นครวัต นครธม บันทายศรี บายน |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
ยูโร 2004 ที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ ถือว่าเป็นฟุตบอลรายการใหญ่ที่ทีมชาติอังกฤษหมายมั่นปั้นมือว่าจะประสบความสำเร็จให้ได้ เพราะ นอกจากจะมี กุนซือชั้นนำ อย่าง สเวน โกรัน อิรีกสัน คุมทัพ แล้ว แผงกลางของอังกฤษ แต่ละคน ยังประกอบไปด้วย แข้งระดับคุณภาพคับแก้ว อย่างเดวิด เบ็คแฮม แฟรงก์ แลมพาร์ด หรือ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด นัดที่น่าจดจำที่สุดสำหรับทีมชาติอังกฤษ ที่พบกับทีมชาติฝรั่งเศสแชมป์เก่า แล้วคนยิงก็ดันเป็นนักเตะระดับซีเนดีน ซีดาน ซึ่งปั่นฟรีคิก ลูกนั่นเข้าไป รู้สึกว่า กำแพงจะตั้งหลวม ๆ ด้วย ถ้าจะไม่ผิด เมื่อสตีเว่น เจอร์ราร์ด ทำเฟอะฟะ คิดว่า กองหน้าฝรั่งเศส เป็นเลดลี่ย์ คิง เลยจ่ายบอลไปให้ กระชากเข้าไปในเขตโทษ แล้วโดน เดวิด จาเมส รวบล้ม ลงไป ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที พอเอาลูกบอลมาตั้งแล้วเขี่ยไม่กี่วิ ก็หมดเวลาทันที ทำให้อังกฤษแพ้ฝรั่งเศสไปแบบเจ็บแสบ 2-1 ------------------------------- จะอย่างไร ก็ตาม อังกฤษ ก็เอาตัวรอด ชนะ โครเอเชีย และสวิตเซอร์แลนด์ในอีกสองนัดที่เหลือได้ และเข้ารอบแปดทีม ไปแพ้จุดโทษ โปรตุเกส เจ้าภาพ หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1 แล้ว ต่อเวลา ก็ไปเสมอ กันอีก 2-2 ในความคิดเห็นส่วนตัว -------- แต่ในยูโร 2004 นี้ ปรากฎการณ์ที่ทั่วโลกจะต้องจดจำและกล่าวขวัญไปอีกนาน ก็คือ ทีมที่เป็นแชมป์เป็นทีมนอกสายตาอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิง แทคติก การตั้งรับ แล้วโต้กลับ หรือยิงนำ แล้ว เล่นเกมส์รับของนั่นดูจะเป็นยุทธิวิธีที่ทีม ที่ชอบเล่นเกมส์บุก ถึงกับแหยงไปเลย |