• chettapat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jaywis2000@yahoo.co.uk
  • วันที่สร้าง : 2008-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 152
  • จำนวนผู้ชม : 16317
  • จำนวนผู้โหวต : 191
  • ส่ง msg :
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน 2551
โหยหาในรักหรือเป็นแค่ราคะ: Summer Palace
Posted by chettapat , ผู้อ่าน : 273 , 13:45:43 น.   | หมวดหมู่ : แผ่ผืนหนัง  
พิมพ์หน้านี้


ภาพยนตร์เรื่อง Summer Palace เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แม้จะผ่านเวที การประกวดที่เป็นที่ยอมรับอย่าง "เทศกาลหนังเมืองคานส์" มาแล้ว แต่ ก็ไม่วายโดนห้ามฉายในหลายประเทศ ด้วยข้ออ้างที่ว่า ในหนังมีเนื้อหาเกี่ยวการร่วมเพศที่โจ๋งครึ่มอยู่หลายต่อหลายฉาก

จนผม อดจินตนาการไปไม่ได้ว่า ฉากอย่างว่า นั้นคงจะดูรุนแรง พิศดาร ขนาดไหนกัน

อาจจะมากกว่า หลาย ๆ เรื่องที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฉาย อย่าง Lust and Caution หรือ หนังตะวันตก Basic Instinct หรือเปล่า

หรือไม่งั้น ก็คงจะระดับใกล้เคียงกับ Eyes Wide Shut หรือไม่ก็ The Lover หรือเปล่านะ

แต่เท่าที่ดูมา จากความเห็นส่วนตัว เนื้อหาทางเพศ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ได้รุนแรงมากไปกว่า หลาย ๆ เรื่อง ที่กล่าว ๆ มาแล้วเลย

เพียงแต่ ความเข้มข้น ของอารมณ์ของหนังนั้น ค่อนข้างจะบีบคั้นและสะเทือนใจกว่าทุกเรื่อง

----------------
Summer Palace ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ ก่อนและหลัง เหตุการณ์นองเลือดที่เทียนอันเหมิน

เนื้อหา ในเรื่องความรัก ความใคร่ ได้ถูก บอกเล่า โดยชีวิตของหญิงสาวสวยจากเมือง ถูเหมิน ติดชายแดน จีน เกาหลีเหนือ ผู้หนึ่ง ที่ชื่อว่า อวี้ หง

อวี้ หง มีแฟนอยู่แล้ว แต่เธอ ต้องตัดใจจาก "รักครั้งแรก" ของเธอ เมื่อ ได้รับการตอบรับ ให้เข้าไปศึกษา ในมหาวิทยาลัย ปักกิ่ง

เป็นเพราะผม ไม่ค่อยได้มีความรุ้เกี่ยวกับประวัติการเมืองและเศรษฐกิจจีนในช่วง ปี 1988-89 เท่าไหร่ ทำให้ไม่สามารถนึกภาพเมืองจีนในตอนนั้นได้ชัดเจนนัก

แต่เท่า ที่ฟัง มา ในห้องเรียน ของ อ.ลิขิต แบบหลับ ๆ ตื่น ๆ ท่านบอกว่า แม้ว่า การปกครองจะเป็นคอมมิวนิสต์ แต่สถานภาพทางเศรษฐกิจของจีนช่วงหนึ่งปีก่อน การนองเลือดเทียนอันเหมิน นั้นดูมีความเป็นทุนนิยม ค่อนข้างสูง

หลายชาติต่างต้องการเข้ามาลงทุนในจีน เพราะประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่ ดูดีมีอนาคต

และสิทธิเสรีภาพ + กลไกตลาดที่ทำงานอย่างเต็มที่นี่เอง ก็เหมือนจะกลายเป็น "ตัวเร่ง" ที่นำไปสุ่การเรียกร้องประชาธิปไตยของ นักศึกษา ซึ่งตามมาด้วยการปราบรามใช้ความรุนแรงของรัฐ จนนองเลือดในที่สุด

จน จีนเหมือนต้องปิดประเทศ และหลาย ๆ ชาติ ที่ร่ำ ๆ ว่าจะลงทุน ก็ กลายเป็นว่าต้องถอนตัวออกไป โดยนำ ประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนมาเป็นข้ออ้าง

--------------------

ชีวิตของอวี้หง เอง ก็คงคล้าย กับสถานการณ์ในประเทศจีนก่อน เหตุการณ์ เทียนอันเหมิน
ชีวิตเธอ ดูมีอนาคต เมื่อได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย

แต่พอเธอมาอยู่ในเมืองหลวง ด้วยความที่มีเสรี และ หลงใหลระเริงไปตามสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ในความเป็นตัวตนของเธออย่าง โดยเฉพาะความอิสระทางเพศกับแฟนหนุ่มคนใหม่ สุดฮอตในมหาวิทยาลัย อย่างเจ้า เหว่ย

จนสุดท้าย เสรีที่มีมากเกินไป ก็เหมือนกับจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลาย จนทำให้เธอไม่สามารถเรียนต่อได้

-----------------------------

หลังจากการทลายของกำแพงเบอร์ลิน การล่มสลายของสหภาพโซเวียต และ การที่ฮ่องกงกลับมาเป็นของจีน

ภาพยนตร์ก็ดำเนินมาถึงส่วนที่สองของชีวิตอวี้ หง

แม้อายุจะล่วงเลยมาถึงวัย 26 แล้ว แต่เธอยังคงคิดถึง เจ้า เหว่ย ซึ่งตอนนี้ย้ายไปอยู่เยอรมันแล้ว

จนบางครั้งดูเหมือนกับว่า ในเวลาที่เธอเหงา เธอสามารถจะอ้าแขนรับผู้ชายคนอื่น ๆ แล้วก็หลับตาจินตนาการถึงแฟนคนที่เธอ "รัก" ที่สุด ทั้งที่เธอ เอง ก้ไม่แน่ใจว่านั่นใช่ความรักหรือเปล่า

มาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าหากจะมองว่า เน้อหาสาระของหนังเปรียบความรัก และความใคร่ เป็นเสมือน ทุนนิยมแบบไม่บันยะบันยัง ก็คงจะเปรียบได้ดีที่เดียว

ในทำนองเดียวกัน เจ้าเหวยก็เป็นอีกคน ที่ยังคงจมจ่อมอยู่กับความสุขในอดีต เขายังคงคิดถึงอวี้หงอยู่ ในทุกขณะจิต

จับใจความตอนเขาพูดคุยกับเพื่อนสาว ชาวโปแลนด์ ที่ ย้ายเข้ามาอยู่เยอรมนี หลังสงครามเย็น ว่า

หญิงสาวชาวโปล: Hast du eine Freudin? คุณมีแฟนไหม
เจ้า เหว่ย: Ja มีครับ
หญิงสาวชาวโปล: Wo ist sie? เธออยู่ไหนเหรอคะ
เจ้า เหว่ย: Schon weit เธออยู่ไกลมาก
หญิงสาวชาวโปล: Wo???? China ที่ไหน เหรอ เมือง จีนหรอคะ
เจ้า เหว่ย: Ich weisse auch nicht aber sie ist schon weit ผมก้ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่เธออยูไกลเหลือเกิน

-------------------

อวี้หงกล่าวไว้ในหนังว่า "หากจะเปรียบ ความรักเป็นเหมือน บาดแผล ความรักจะนำความสุข มาก็ต่อเมื่อ บาดแผลยังสดอยู่"

ผมเลยสงสัยแบบ positive speaking ต่อไปว่า ความสุขที่ว่า นั่นย่อมมีความทุกข์แอบแฝง คือ ทุกข์เพราะกลัวว่า เราจะสูญเสียความสุขนั้นไป

แม้กระนั้นก็ดี บ่อยครั้ง ในยามที่เราหวนย้อนนึกถึงความทุกข์ในอดีต เรากลับนึกถึงมันด้วยความสุข ที่แฝงซ่อนอยู่ ถึงแม้ว่า ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ นั้นเราอาจไม่คาดคิดเลย ว่าวันหนึ่ง เมื่อแผลสด แห้ง กลายเป็นแผลเป็นแล้ว มันอาจกลับกลายเป็นความสุข

ถึงขนาดนี้แล้ว
ถ้า บาดแผลนั้นแห้งจนเป็นแผลเป็น ความรู้สึกตรงนั้นจะยังเรียกได้ว่าเป็นความรักหรือเปล่า?

แล้วถ้า เราต้องการที่จะย้อนหาถึงความสุขนั้น เราก็คงต้องเอามีดไปกรีดซ้ำที่แผลเป็นสินะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
tummeng วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 16.45 น.

เล่าได้ดีค่ะ ชอบอ่านจังเลย
ความคิดเห็นที่ 5
ธี_คำภรณ์ วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sangdoremon
ชีวิตคือการเรียนรู้ อยู่เพื่อเรียนรู้ชีวิต: กลุ่มเขียนข้าว

ความรักนั้นมีหลายนิยาม
มีบางยามเรียกว่าเสียสละ
มีบางครั้งเรียกว่าไร้สาละ
มีบางคราเรียกว่าความสวยงาม

.......เข้ามาเยี่ยมบ้านครับ....
....นิยามรักไม่เคยตายตัว....
....หากเราเข้าใจคุณค่าของความรัก...
...ความรักนั้นก็จะทำให้เรามีแต่สุข...
....แต่ขอเน้นว่า ต้องเป็นความรักของจริง..


.........ธี คำภรณ์.........
ความคิดเห็นที่ 4
peace-corner วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 15.32 น.
http://www.oknation.net/blog/writtaholic
แค่จะเขียนตามอัตภาพ...

หากจะเปรียบ ความรักเป็นเหมือน บาดแผล ความรักจะนำความสุข มาก็ต่อเมื่อ บาดแผลยังสดอยู่"


.................................


ประโยคนี้ทำให้หนังน่าสนใจมากเลยค่ะ

จริงๆ จะมีความรักอย่าไปกลัวทุกข์เลยค่ะ
มันก็เงาตามตัวของความสุขเค้าล่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
Augustman วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 15.03 น.
http://www.oknation.net/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

ไม่เคยดูหนังทำนองนี้แฮะ...คงน่าดูแน่เลย

ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 14.12 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ความคิดเห็นที่ 1
redribbons07 วันที่ : 28/06/2008 เวลา : 13.56 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

ถ้าเอามีดกรีดซ้ำคงเหวอะหวะ หาความรักไม่เจอแล้ว ค่ะ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน