• ปรัตยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 50165
  • จำนวนผู้โหวต : 668
  • ส่ง msg :
xbox commercial

อย่าจำกัดจินตนาการของคุณเอาไว้เพียงในโลกแห่งความเป็นจริง

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



วันพุธ ที่ 6 มิถุนายน 2550
Virtual World โลกเสมือนจริงลิงหลอกเจ้า
Posted by ปรัตยา , ผู้อ่าน : 523 , 09:56:12 น.   | หมวดหมู่ : ฝั่งฝันวันฟั่นเฟือน  
พิมพ์หน้านี้


คุณแน่ใจว่าคุณเป็นคนจริง ๆ หรือเปล่า? คุณอาจจะเป็นเพียงหุ่นกระบอกที่ชื่อมนุษย์ก็เป็นได้นะ หุ่นมนุษย์ที่ถูกเชิดด้วยคนอื่นอีกที หรือบางทีคุณอาจเป็นทามาก็อตจิในของเล่นรูปส้มแป้น หรือบางทีคุณอาจเป็นเพียงพลเมืองในเกมส์ SIM ชุดสร้างโลกก็เป็นได้นะ แท้จริงแล้วเราอาจจะอยู่ในโลกเสมือนที่ซ้อนกันอยู่หลายชั้นจนแยกไม่ออกว่าเราเป็นใครกันแน่ ไม่หรอก ผมไม่ได้พูดถึงหนังเรื่อง The Matrix หรอกครับ นั่นมันเหลือเชื่อเกินไป

เอาใกล้ ๆ ตัวกันดีกว่า เห็น ๆ กันเลย บล็อคโอเคเนชั่นที่หลาย ๆ คนเรียกว่าบ้าน ตกลงคุณเป็นใครกันแน่ระหว่างตัวละครที่เป็นเจ้าของบล็อคกับคนที่นั่งอยู่หน้าจอ คุณเป็นเขา หรือเขาเป็นคุณ? เวลาบล็อคคุณได้โหวตเพิ่มหรือมีคนมาคอมเมนต์เยอะชื่นชมเยอะ ๆ ใครดีใจกันแน่? เขาหรือคุณ? จะบ้าเหรอ? ใครจะไปแยกออกได้! username ของชั้นก็ต้องเป็นชั๊นอะดิ จะเป็นคนอื่นไปได้ไง?   แน่ใจเหรอครับว่าคุณกับเขาเป็นคน ๆ เดียวกันอย่างแท้จริง?

ในโลกภายนอกคอมพิวเตอร์ ภายนอกบล็อค เราอาจเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนน่าเบื่อคนหนึ่ง เป็นคนจุกจิกจู้จี้เรื่องมากคนหนึ่ง เป็นครูที่ลูกศิษย์ไม่รักคนหนึ่ง เป็นเจ้าของร้านเน็ต เป็นทนายความ เป็นคนที่ประสพความสำเร็จในชีวิต เป็นคนปากเหม็นอย่างร้ายกาจ เป็นไอ้ขี้แพ้ตลอดกาล เป็นนักข่าว เป็นเจ้าของเครือเนชั่น เป็นคนไม่รักเมีย เป็นนักเที่ยวตัวยง ฯลฯ แล้วในโลกอินเตอร์เน็ต ในบล็อค เราเป็นคนเดียวกันกับคนที่นั่งอยู่หน้าจอหรือเปล่า?

บางคนแยกตัวเองไม่ออก บางคนสับสนว่าตกลงตัวตนใหนกันแน่ระหว่างในเน็ตกับนอกเน็ตที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา บางคนแยกร่างชัดเจนบอกว่าคนละคนกันแน่นอน บางคนแยกร่างได้บางส่วนบอกว่าตัวตนในเน็ตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจิตใจของตัวตนที่แท้จริง

คนที่แยกตัวเองไม่ออกจะจริงจังกับตัวตนในเน็ตมาก เฝ้าทะนุถนอมเพาะสร้างตั้งแต่ยังเป็นโนเนม nobody ขึ้นมาจนเป็น somebody ถ้าคุณเผลอไปแตะต้องตัวตนในเน็ตของเขาหละก็ เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตเลยทีเดียวแหละ คนที่อยู่ในเน็ตโกรธ คนที่อยู่หน้าจอก็โกรธ คนที่อยู่ในเน็ตเสียใจ คนที่อยู่หน้าจอก็เสียใจ ในมุมกลับกัน ถ้าคนที่อยู่หน้าจอเสียใจ คนในเน็ตก็เสียใจ ถ้าคนที่อยู่หน้าจอโกรธ คนที่อยู่ในเน็ตก็จะโกรธ บางคนบอกว่าเป็นเพราะเค้าจริงใจต่างหาก เค้าไม่หลอกลวง เค้าเป็นคน ๆ เดียวกัน ถึงได้เป็นแบบนั้น

มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ หรือ? ที่ว่าสองคนนี้คือคน ๆ เดียวกัน ผมไม่ตอบ คำถามนี้ผมทิ้งเอาไว้ให้เพื่อน ๆ แต่ละคนตอบกันเอาเอง ...


ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบใหน แยกได้ แยกไม่ได้ แยกได้บ้างไม่ได้บ้าง หรือไม่แยกโว้ย (มีไรปะ) ชีวิตในโลกเสมือนที่ซับซ้อนนี้ก็ไม่ได้ดีไปหมด หรือเลวร้ายไปหมดหรอก บางวันตัวตนข้างนอกอาจเจอเรื่องเลวร้ายมากมาย ในขณะที่ตัวตนในเน็ตกลับโชคดีมีความสุข บางวันก็สุขทั้งคู่ บางวันก็ห่วยแตกทั้งคู่ ลองปล่อยให้ตัวตนในเน็ตของคุณโลดแล่นไปอย่างอิสระดูสิ แล้วคุณจะพบว่าในชั่วขณะหนึ่ง ตัวตนของคุณทั้งในเน็ตและนอกเน็ตนั้นแยกออกจากกันได้จริง ๆ อย่างมีเสรีโดยที่คุณไม่ต้องควบคุมมันอีกต่อไป ...

ABlindMind.mp3

"สิ่งจะงามอยู่กับใจ บอดที่ใจเห็นไปยังไรไม่มีวันงาม โลกจะสวยนั้นสวยไปตาม จิตที่งามมองโลกสดใสไปในทางดี"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31
apooh วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 17.44 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

มิชอบความสับสนเลยค่ะ ความสับสนทำให้ทุกอย่างดูน่างงไปหมด การหลอกไม่ว่าหลอกตัวเองหรือหลอกคนอื่นทำให้เกิดความสับสนค่ะ ไหนจาต้องมานั่งแยกแยะอีกว่าตอนไหนจะเอาหลอกตอนไหนจะเอาจริง ขจัดความสับสนด้วยการไม่หลอกค่ะ

ชอบเรื่องมาก และ ชอบความเห็น 12 มากพอกัน
ความคิดเห็นที่ 30
kikuno วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 08.43 น.
http://www.oknation.net/blog/konbini

บางทีรู้สึกสับสนมึนงง
นึกไม่ออกเลยว่า
หน้าตาในโลกเวอร์ชวลนี้
หน้าตาออกมาเป็นเช่นไร

แต่พอเดินไปส่องกระจกแล้ว
ก็เห็นว่าเีรายังหน้าตาเหมือนเดิม
ความคิดเห็นที่ 29
kikuno วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 10.52 น.
http://www.oknation.net/blog/konbini

ชอบความคิดที่เสนอมาค่ัะ
ความคิดเห็นที่ 28
pook วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 19.38 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
โทษของคนน่ารำคาญ มักจะหนักกว่าโทษของคนเลว

ย้อนมาอ่านอีกที
มีความเห็นเพิ่มว่า

นอกจากตัวตนจริงของเราแล้ว
ยังมีตัวตนในโลกอินเตอร์เน็ต
และตัวตนของเราในความคิดของมิตรสหายในโลกอินเตอร์เน็ตอีก
คุยกับคนสิบคน เราก็เป็นสิบตัวตนในความคิดของเค้า
หรืออาจเป็นแค่สองตัวตน
เพราะอีกแปดคนดันจำเราไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 27
อังศนา วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 17.00 น.
http://www.oknation.net/blog/angsana


บอกตามตรง.. ว่าไม่แน่ใจเหมียนกันค่ะ
ว่าจริงๆ แล้วที่นั่งหน้าจอ กับทีจรไปไหนต่อไหนในเน็ทเนี่ย
๒ ตน ๑ วิญญาณ หรือ ๒ วิญญาณ ๑ ตนกันแน่
ความคิดเห็นที่ 26
Big_Bear วันที่ : 13/06/2007 เวลา : 02.23 น.
http://www.oknation.net/blog/bigbear

ตะกี้เขียนไปตั้งนาน....หนูก็หลอนเหมือนกันค่ะ

จาก เด็กใหม่ในโลกไซเบอร์
ความคิดเห็นที่ 25
Big_Bear วันที่ : 13/06/2007 เวลา : 02.14 น.
http://www.oknation.net/blog/bigbear

วันนี้หนูเพิ่งสร้างบล็อคและทำความรู้จักกับคนในโลกอินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรกค่ะ
ไม่ได้เป็นคนที่แอนตี้อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีแต่ก็ไม่ได้เป็นคนอินเทรนด์กะเค้าซักเท่าไหร่หรอกค่ะ
คิดว่าที่ไม่กล้าสัมผัสกับโลกเสมือนหรือชุมชนไซเบอร์เป็นเพราะตัวเองขี้กลัว
กลัวว่าตัวเองจะแยกตัวตนในโลกจริงกับโลกเสมือนไม่ได้เลยทำให้ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครโดยที่ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อน หรือไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย

แต่หลายครั้งหนูก็มักจะได้ยินพี่ ๆ เพื่อน ๆ รอบตัวหนูเล่าเรื่องและแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองในโลกไซเบอร์ให้ฟัง ทั้งที่หม่นหมองและสดใส
ทำให้หนูลองก้าวเข้ามาในโลกเสมือนนี้ดู

หนูชอบตรงที่พี่ปรัตยาบอกว่า

"ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบใหน แยกได้ แยกไม่ได้ แยกได้บ้างไม่ได้บ้าง หรือไม่แยกโว้ย (มีไรปะ) ชีวิตในโลกเสมือนที่ซับซ้อนนี้ก็ไม่ได้ดีไปหมด หรือเลวร้ายไปหมดหรอก บางวันตัวตนข้างนอกอาจเจอเรื่องเลวร้ายมากมาย ในขณะที่ตัวตนในเน็ตกลับโชคดีมีความสุข บางวันก็สุขทั้งคู่ บางวันก็ห่วยแตกทั้งคู่ ลองปล่อยให้ตัวตนในเน็ตของคุณโลดแล่นไปอย่างอิสระดูสิ แล้วคุณจะพบว่าในชั่วขณะหนึ่ง ตัวตนของคุณทั้งในเน็ตและนอกเน็ตนั้นแยกออกจากกันได้จริง ๆ อย่างมีเสรีโดยที่คุณไม่ต้องควบคุมมันอีกต่อไป ..."

เพราะว่าหลังจากที่หนูอ่านตรงนี้แล้ว รู้สึกผ่อนคลายจากความรู้สึกกลัวก่อนหน้านี้มากขึ้นเยอะแลยค่ะ

แยกได้ไม่ได้ก็ไม่เห็นจะเป็นไร...เพราะในโลกจริงเราไม่ได้มีตัวตนเดียวอยู่แล้วนี่นา

เห็นด้วยกับพี่ปิรันย่าค่ะว่าอย่าเพลิดเพลินกับโลกในนี้มากเกินไปจนลืมคนในโลกจริงของเรา
เหมือนที่คุณลุงแวนเนอกัตเขียนไว้ในหนังสือเรื่องชายไร้ประเทศว่า
"ชุมชนอิเล็คทรอนิคส์ไม่สร้างอะไรเลย สุดท้ายแล้วคุณก็ไม่ได้อะไร พวกเราเป็นสัตว์ที่ต้องเคลื่อนไหวเริงระบำ มันเป็นเรื่องงดงามที่เราได้ตื่นขึ้น ออกไปข้างนอก แล้วทำอะไรบางอย่าง พวกเราเกิดมาบนโลกใบนี้เพื่อจุ้นจ้านไปทั่วๆ อย่าให้ใครมาบอกคุณว่ามีเหตุผลอื่นที่ต่างไปจากนั้น"

เอ...แต่อันที่จริงหนูว่าคนที่มีชีวิตอยู่ในโลกทั้งสองใบและสามารถบาลานซ์มันได้ได้กำไรกว่าคนอื่นตั้งเยอะแน่ะค่ะ เพราะว่าสามารถไปจุ้นจ้านได้ตั้งสองโลกแน่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
แม่สีไฟ วันที่ : 07/06/2007 เวลา : 16.35 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


...ไม่แยกโว้ย(มีไรปะ)....หุ..หุ..
ความคิดเห็นที่ 23
เล็กหมีพูห์ วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 20.25 น.
http://www.oknation.net/blog/KingsMule
บันทึกเบื้องหลัง การทำหนังของผม

ชอบจังครับ ประเด็นเซอร์ ๆ แบบนี้
เพราะผมสาวกอ่อน ๆ ของ เดอะแม็ททริกซ์ ไตรภาค ครับ
และเป็นนักเรียนคลาส ชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ ทักษะ มิติที่ 4 และต่วยตูนครับ
เลยชอบจินตนาการตามคนที่เขียนประเด็นแบบยังเงี้ย ชอบจัง

แต่พอดีผมไม่มีประสบการณ์ร่วมมากนักนะครับ ในโลกเสมือนจริง
ทุ่มเทเวลาให้กับมันไม่มากพอ ที่จะสร้างตัวตนในโลกเสมือนขึ้นมาได้

ผมมีร่างสองร่างเท่านั้นเองครับ คือ ร่างที่เป็นกายเนื้อในโลกนี้
และกายในโลกความฝัน ซึ่งเป็นโลกเสมือนอีกแห่ง
ที่หลาย ๆ คน จินตนาการตามได้ไม่ยาก...
...ว่าโลกเสมือนในความฝัน มันเหมือนจริงมากขนาดไหน
กว่าจะรู้ว่าฝัน บางทีหัวใจระทึก ตื่นเต้น ตกใจ กลัว อยู่ในความฝันสารพัด

แต่ผมอาจเข้าใจผิดก็ได้ครับ ว่าผมเป็นผม ที่ชื่อ นาย ก. นาย ข. ณ ขณะนี้
แท้จริงแล้ว ผมอาจจะเป็นความจริงเสมือน ที่ถูกควบคุมโดยใครในโลกจริงที่อยู่ที่ใดที่หนึ่งก็เป็นได้
ผมอาจจะถูกเรนเดอร์ขึ้นมา โดยโพรเซสเซอร์ และเวียนว่ายชีวิต ไปกับชีวิตอื่น ๆ สรรพสิ่งอื่น ๆ
ที่ถูกเรนเดอร์มาเล่นละครชีวิต ในโลกเสมือนใบเดียวกันนี้

บางทีคุณอาจจะคิดว่า ความคิดจากย่อหน้าที่ผ่านมา มันล้ำลึกเกินไปแล้ว
และดูเป็นหนังมากไปหน่อย
แต่ขอบอกว่า เมื่อกี้แค่น้ำจิ้มครับ
เพราะถ้าผมบอกว่า ใด ๆ ในสากลจักรวาลนี้ล้วนเป็นสภาวะ ที่จับต้องไม่ได้ล่ะ
จะเซอร์ยิ่งกว่ามั้ย
และคนที่พูดถึง ไม่ใช่ใครครับ พระพุทธเจ้าของเราเองแหละ

โลกจริงไม่มีอยู่หรอก หากแต่เป็นสภาวะที่เข้ามาประชุมกันเท่านั้นเอง
ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึงปรัชญาทางพุทธศาสนา ที่อธิบายสภาวะธรรมชาติไงครับ

ถ้าคนที่ศึกษาพุทธศาสนา ที่เกี่ยวกับแก่น จริง ๆ แล้ว จะพบว่า พุทธศาสนานั้นสอนให้เข้าใจเรื่องสภาวะนะครับ
ชิวิตที่เราเข้าใจว่าเป็นชีวิตของเรานั้น แท้จริงก็คือการมาอยู่รวมกันขององค์ประกอบบางอย่างเท่านั้นเอง
ชีวิตที่เป็นรูปกาย ความคิด ความรู้สึก เป็นแค่สภาวะ
อธิบายชีวิต ว่าเป็นองค์ประกอบของขันธ์ห้า
คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
อย่าแปลตามความเคยชินนะครับ เพราะจะแปลความหมายผิดทันที
อ้อ ขันธ์ห้า ก็คือ ห้ากอง (ขันธ์แปลว่ากอง)

ถ้ามีเวลาค่อยมาอธิบายเรื่องนี้ให้ละเอียดขึ้น
(ที่จริงไม่มีปัญญาขนาดนั้นหรอก อิอิ)

สรุปตรงนี้นิดนึงก่อน ว่าเรื่องสภาวะเสมือน พระพุทธเจ้าพูดมาสองพันห้าร้อยปีแล้ว
แต่เอามาใช้อธิบาย เพื่อการละวาง พ้นทุกข์ของชีวิต
ในทำนองว่า ให้เลิกยึดมั่นซะ ชีวิตไม่ใช่ของคุณหรอก
คุณควบคุมสภาวะของขันธ์ทั้งห้า ที่เสื่อมไปไม่ได้หรอก

ใช้ครีม EUCERINE ก็แค่ชะลอริ้วรอย
แต่อย่าหวังว่าจะเด้งตลอดไป อิอิ

ความเข้าใจเรื่อง สภาวะเสมือน เป็นอะไรที่มนุษย์เราต้องรู้ครับ
หากเราจะพัฒนาไปอีกขั้น สู่การเป็นมนุษย์ที่อารยะขึ้น

เอาไว้จะมาต่อนะครับ
ความคิดเห็นที่ 22
เก็ดถวา วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 18.12 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
ดาวดวงน้อยประกายนั้นยังพร่างพรายดังหัวใจคนมิเคยสูญสิ้นศรัทธา

แวะมาอีกที หนูลืมบอก อิอิ
เพลงต้นชบากับคนตาบอด เป็นเพลงโปรดหนู
เป็นเพลงที่หนูได้รับจากเพื่อนคนหนึ่ง
ในวันเริ่มต้นมิตรภาพ..
ความคิดเห็นที่ 21
nobody007 วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 17.34 น.
http://www.oknation.net/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


I'm nobody..., don't need to be somebody.
....just kidding krab!!..
ความคิดเห็นที่ 20
falcon วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 16.31 น.
http://www.oknation.net/blog/falcon
"ศิลปะอยู่เหนือพลัง ผู้ใดทิ้งศิลปะย่อมเอาตัวไม่รอด" บาจรีย์ เขตร ศรียาภัย

ต้นชบาขึ้นในโรงเรียนสอนคนตาบอด

ชอบจัง
ความคิดเห็นที่ 19
แม่สีไฟ วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 16.24 น.
http://www.oknation.net/blog/ting



ชบาไม่เป็นไรใช่มั๊ยคะ!?...คนดี
ถึงกลีบแหว่ง
ใบหงิกงอ
ก็ยังงดงาม
ความคิดเห็นที่ 18
pook วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 12.48 น.
http://www.oknation.net/blog/pook1711
โทษของคนน่ารำคาญ มักจะหนักกว่าโทษของคนเลว

เหมือนกับไปอยู่ ตปท หรือที่ๆไม่มีใครรู้จัก เจอเพื่อนใหม่ สังคมใหม่
ก็สร้างตัวตนใหม่ที่อยากเป็นขึ้นมา
มันง่ายกว่า จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ
เพราะเพื่อนเก่าๆมันชอบถาม ว่าทำไมเปี๊ยนไป๋
ความคิดเห็นที่ 17
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 11.47 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan


พา เจ้าน้ำตาล มาทักทาย และให้เห็นหน้าค่ะว่ามันต้มเราจนสุกมา 5 ปี กว่าแล้ว
ความคิดเห็นที่ 16
เก็ดถวา วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 11.31 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
ดาวดวงน้อยประกายนั้นยังพร่างพรายดังหัวใจคนมิเคยสูญสิ้นศรัทธา

อ้อ... มีอีกเรื่องที่หนูลืม
หากจะมีความต่างกันอยู่บ้าง ระหว่างสองโลก
โลกเสมือน มันฆ่าคนได้ง่ายดายจริงๆ ค่ะ
มีเพียงคีย์บอร์ดเป็นอาวุธ ก็สามารถทำให้อีกคนย่ำแย่ไปได้เลย
ในโลกจริงทำแบบนี้ไม่ได้ 555

อ๊ะ หนูไม่ได้เปลี่ยนใจนะคะพี่ปรัตยา
แต่.. นี่เป็นความต่างอย่างหนึ่ง.. ที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้
ความคิดเห็นที่ 15
compile วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 11.30 น.
http://www.oknation.net/blog/compile
.: Nobody_Perfect :.

everything, 2 side
ความคิดเห็นที่ 14
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

ไม่คิดว่าจะแยกออกง่ายๆค่ะ ทำไมเหรอค๊ะ เคยมั๊ย บางทีเรามีคนรู้จักในโลกไซเบอร์ มันตามเราออกไปอยู่ในที่ทำงาน ขณะขับรถ กำลังประชุม ทานข้าว หรือแม้กำลังอยู่กับคนรักของคุณด้วยซ้ำ.. มันแยกไม่ออกค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
oho วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 11.12 น.
http://www.oknation.net/blog/ooh

บางครั้งตัวตนในเน็ตก็เป็นแค่เพียงเสี้ยวหนึ่งของตัวตนในชีวิตจริง หรืออาจจะเป็นเพียงจิตสำนึกหนึ่งก็ได้ แต่ก็อยากจะอยู่กับตัวตนที่แท้จริงมากกว่า เศษเสี้ยวของตัวตนที่ไปแสดงในเน็ต
ความคิดเห็นที่ 12
เก็ดถวา วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 11.01 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
ดาวดวงน้อยประกายนั้นยังพร่างพรายดังหัวใจคนมิเคยสูญสิ้นศรัทธา

หนูได้ยินการบอกเล่าในทำนองนี้มาหลายครั้ง
ตัวตนในเน็ต กับตัวตนในโลกจริง...

แต่หนูไม่เคยเข้าใจตามคำบอกเล่านั้นได้จริงๆ ค่ะ

หนูคิดว่าความเชื่อของเราอันนี้ อาจแบ่งขั้วอย่างชัดเจนนะคะ
หนูเอง เข้าใจไม่ได้จริงๆ ค่ะว่า ในมนุษย์ 1 คน
ทำไมจึงสามารถแยกพฤติกรรม ตัวจริงกับในเน็ตออกจากกัน
ในเมื่อมันก็ความคิด ความรู้สึก และหัวใจ ของคนเดียวกัน

ขณะที่ ของพี่ปรัตยา คิดว่ามันแยกได้

หนูได้ยินคนพูดแบบนี้ สองสามครั้งแล้ว คนที่พูดเป็นผู้ชาย
บางทีมันอาจเป็นวิธีคิด ของคนที่มาจากดาวคนละดวงก็ได้นะคะ

เวลาคนพูดแบบนี้ แล้วพยายามยืนยันว่ามันคนละโลกกัน
บอกตามตรงว่าบางทีก็หงุดหงิด และรำคาญนะคะ
ทำไมไม่คิดจะให้พื้นที่คนที่คิดว่าเป็นโลกเดียวกันบ้างละโว้ยยยย!!!
หนูไม่ได้ว่าพี่ปรัตยานะคะ หนูหมายถึงคนที่เชื่อแบบนั้น
แล้วดึงดันพยายามให้เราเป็นแบบนั้นให้ได้.. มันน่ารำคาญจริงๆ ค่ะ

หนูเคยเจอคนที่เชื่อแบบพี่ปรัตยาคนหนึ่ง
ภาพลักษณะที่แสดงออกในเน็ต ทุเรศ และนิสัยเลวมาก
ขี้โอ่ ขี้คุย กร่าง ขี้ลอกผลงาน หน้าด้าน ไม่ให้เกียรติผู้หญิง ฯลฯ
จะให้หนูเชื่อได้อย่างไรกัน ว่าตัวจริงตรงกันข้าม... ???
(โดยเฉพาะการลอกงาน ที่มันเอาไปหากินจริงๆ ในโลกจริง 555)

อาจมีคนที่คิดแบบพี่ปรัตยา และปฎิบัติอย่างนั้น
แต่ก็ย่อมมีคนที่ไม่ได้เป็นแบบนั้นอย่างแน่นอนค่ะ
หนูคิดว่ามันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเล่นเน็ตของแต่ละคนนะคะ
ว่าเข้ามาใช้เน็ตเพื่ออะไร...

สำหรับตัวเอง หนูไม่เคยแยกตัวตนจริงกับตัวตนในเน็ต
ไม่เคยแยก แยกไม่เป็น และไม่คิดจะแยกนะคะ (ไม่แยกโว้ย มีไรปะ)
การสร้างสัมพันธภาพของหนูก็มี step เหมือนโลกจริงทุกอย่าง

หนู... ยังยืนยันว่าเราทำให้มันเป็นโลกเดียวกันได้
เน็ต.. มันก็เป็นแค่เครื่องมือในการสื่อสารอย่างหนึ่ง
เหมือนโทรศัพท์ จดหมาย หรือ pen friends (ในสมัยก่อน)
หนูได้เพื่อนสนิท ที่รักกันมาก คบกันมา 9 ปีแล้ว จากเน็ต
และเพื่อนคนนี้ เราเป็นเพื่อนกัน ก็เพราะเรามีตัวตนเดียวค่ะ
ไม่ได้แยกโลก 2 ใบ ออกจากกัน

แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการมิตรภาพที่สัมผัสได้จริง
ก็อาจคิดแบบนั้นได้นะคะ อันนี้หนูไม่ว่ากัน
ความคิดเห็นที่ 11
auguzzy วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.58 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

เป็นตัวของตัวเองตลอดครับ แต่ก้อแอบเป็นอย่างอื่นบ้างประปราย
ความคิดเห็นที่ 10
ปิรันย่า วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

แต่ทุกเรืองที่เขียน หรือนำมาให้อ่านใน blog แต่ละ blog ก็บอกตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้ในระดับหนึ่ง ว่าใครน่าคบหา น่าติดตาม

การันตีใครไม่ได้ค่ะ แม้แต่ตัวเอง เพราะชอบทำตัวดีให้คนเห็น แกล้งตั้งชื่อเป็นปิรันย่าแล้ว ขอให้เชื่อเถอะว่า เป็นคนดุนะ
คริคริ
ความคิดเห็นที่ 9
ปิรันย่า วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

แง่คิดแบบนี้ดีค่ะ
บางทีเราก้อาจหลงไปกับภาพที่เราเผลอสร้างขึ้นมา
แม้จะเชื่อ 100% ว่าเราเป็นเราเสมอ
แต่ต้องยอมรับนะ
ว่าไม่สามารถทำให้ตัวตนจริงๆแสดงออกมาในโลกเสมือนได้ทั้งหมดฉันใด ตัวตนในโลกเสมือนก็เป็นจริงไม่ได้เสมอไปฉันนั้น (ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้นะคะ)
เหตุผลมีมากมาย
อย่างหนึ่งก็ คือ เราไม่สามารถแสดงตัวตนทั้งหมดเข้าไปในตัวอักษรได้ ในจังหวะนั้นได้ หรือกับใครๆได้ทุกคน คนรับรู้ว่าเราเป็นคนอย่างไร ก้เพียงสิ่งที่เขาเห็น สัมผัส ณ เวลาที่เขาเห็น เขาสัมผัส ไม่ใช่ตลอดเวลา ไม่ได้มีการอธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุและผลของการกระทำ ไม่ได้เห็น ภาษากาย โทน และ สำเนียง ที่ใช้
ในโลกเสมือน อาจเห็นว่าคนคนหนึ่ง ช่างแสนดี หรือ คนคนหนึ่งช่างแสนเลว
บอกไม่ได้หรอกค่ะ จนกว่าจะได้สัมผัสกันอย่างจริงจัง
เพระฉะนั้น ก้อย่าไปจริงจังกับความสัมพันธ์ที่เกิดในโลกเสมือนให้มากจนเกินไป
มิตรภาพเกิดได้ เกิดแล้วก็จะมีมากขึ้น ในเวลาอันรวดเร็วได้ เพราะการใช้แต่ตัวอักษรมันบรรยายอะไรได้เหมือนอ่านนิยาย ที่ได้อรรถรสมากกว่าการดูภาพยนตร์ค่ะ
แต่ว่า
.......
มิตรภาพในโลกเสมือนก็ยังเปราะบาง และน่าเคลือบแคลงได้เสมอ เมื่อใดที่เกิดความไม่แน่ใจ สับสนในความสัมพันธ์ ความไม่เข้าใจ การสาดคำพูดใส่กัน การไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงกัน อารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดเข้าหากัน ทำให้มิตรภาพขาดสะบั้นได้อย่างง่ายดาย

บางทีก็น่าเสียดาย
บางทีก็สมควรแล้ว
และบางที คนก็ไม่เข็ด

อย่าอยู่ในโลกเสมือนนานเกินไป จนลืมคนข้างๆที่เขามองเราอยู่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และความรัก หรือน้อยใจ เหงา เดียวดาย เพราะเราไม่สนใจเขาเท่าที่ควร
คนในโลกแห่งความเป็นจริงต่างหากที่อยู่ในชีวิตของเรา
ส่วนคนในโลกเสมือนเป็นได้ทั้งสองแบบคืออาจกลายเป็นคนในชีวิตจริง จะเป็นเพื่อน จะเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคู่ (ถ้าโชคดี) ก็ตาม หรือ อาจเป็นได้แค่ ตัวละครที่มาปรุงแต่งบางช่วงของชีวิตเรา
ซึ่งเราจะต้องสลัดให้ออก เมือ่ถึงเวลา เว้นแต่เราและเขาจะหลอมรวมกันได้ในชีวิตจริง

ความคิดเห็นที่ 8
patijjachon วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.33 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ความสัมพันธ์ของแต่ละท่านในชีวิตจริง กับชีวิตในโลกเสมือนใบนี้ ...
สำหรับผมแล้ว ผมได้อะไรมากมายจากโลกเสมือนหรือบ้านหลังนี้ ...

หนึ่ง ... เรื่องราว ประสบการณ์ในชีวิตจริงในฐานะผู้ที่เป็นพ่อ และมีลูกที่จะต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูให้เขาเป็นพลเมืองดี ... จะได้รับการบันทึกไว้ให้ลูกได้ศึกษา ได้อ่าน ในวันหลัง นอกเหนือจากพูดคุย อบรม รายวัน แล้ว รวมทั้ง เอาไว้ให้เขาคัดเลือก พิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์แจกในงานศพ ... (หากเขาคิดว่ามีบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน)

สอง ... ผมได้ความรู้มากมายจากเพื่อนสมาชิก โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปศึกษา หรือหาจากที่ไหน

สาม ... ผมได้รับมิตรภาพอันอบอุ่น ได้รู้จักเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่น่ารัก มีน้ำใจ ที่มาจากทุกหนทุกแห่ง ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่เข้ามาในบ้านหลังนี้

สี่ ... ความสุขทุกข์ ความฟูแฟบ ของหัวใจ ในชีวิตจริงกับโลกเสมือนของผม มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก ...
ความคิดเห็นที่ 7
แม่สีไฟ วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.32 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ชบาในโรงเรียนสอนคนตาบอด ...ไม่ต้องสวยก็ได้

(อยู่ในเอกภพคู่ขนานค๊าบ! ผม)
ความคิดเห็นที่ 6
สเลเต วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.31 น.
http://www.oknation.net/blog/mahahong


เอามาหลอก....มาล่อ
ไม่ยอมอ่านเมื่อคืนที่ไปตอบไว้แน่เลย
ฮึ....

บทเพลงแห่งเอดส์
เราคือละออง...we are Stardust
"…….คืนที่มี ดาวหล่นหาย
อยากชวนน้องมาแต้มแต่งดาว
ระบายสีใส ให้ดาววับวาว
พราวไสว ปลายละออง…
…เก็บดวงดาว ที่ร่วงลงมา
คืนให้ฟ้า มีดาวลอยล่อง
แต้มละออง ของดวงดารา
We are star dust เราคือละอองดาว"…….

เอาเนื้อหาส่วนหนึ่งของเพลง
เราคือละอองดาว....งานเพลงของพี่ต้อม
ที่ใช้ในพิธีเปิดงาน
ที่ใช้ในพิธีเปิดการประชุมนานาชาติ
เรื่องโรคเอดส์ ครั้งที่ 15 มาล่อใจค่ะ
ของจริง...จะตามมาเร็วๆนี้
ความคิดเห็นที่ 5
แม่สีไฟ วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.17 น.
http://www.oknation.net/blog/ting



ทุกวินาทีใน 24 ชั่วโมง เราทำอะไรเพื่อตัวเอง...ขอไม่ถึงเสี้ยวของวินาทีรวมกันใน 24 ชั่วโมง คิดถึงคนอื่นนิ๊ด..นึง...นะจ๊ะ คนดี
ความคิดเห็นที่ 4
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.14 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

ฉันเป็นคนจริง เป็นคนเลวที่แสนดี มีเลือดเนื้อ และหัวใจ และยังศรัทธาในความรักอีกด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
วรวิทย์_สิทธิกรณ์ วันที่ : 06/06/2007 เวลา : 10.05 น.
http://www.oknation.net/blog/worawit

รักตัวเองสิ แล้วคุณจะเป็นคุณในทุกๆ ที่ๆ คุณปรากฏตัว