ขอสวัสดีเพื่อนๆ ชาวโอเคเนชั่นบล็อกทุกท่าน "นายชิกุวะ" ขอโค้งคำนับในฐานะสมาชิกใหม่ของโอเคเนชั่นนะขอรับ
ส่วนบล็อกก็จะเป็นเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาทั้งอดีตและปัจจุบัน นึกอะไรได้ก็จะเอามาเล่าร้อยเรียงเรื่องราวให้ได้อ่านกัน ขอรับ



เริ่มกันเลยขอรับ
ไม่รู้ยังทุกๆท่าน ยังจำ เดินอากาศไทย สายการบินแห่งชาตินี้กันได้หรือเปล่า บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด ชื่อภาษาอังกฤษ Thai Airways สมัยก่อนนิยมเรียกตัวย่อกันว่า บดท. เหมือนเรียก บริษัทขนส่ง จำกัด ว่า บขส. คนที่อายุเกิน 25 ปี ขึ้นไป ย่อมรู้จักหรือได้ยินชื่อ เดินอากาศไทย ส่วนคนที่ไม่เคยได้ยินแต่ไม่เป็นไร กระผมขอเกริ่นนำเรื่องราวและภาพให้ได้อ่านกันครับ ในสมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม มีนโยบายจัดตั้งสายการบินขึ้นตอนแรกใช้ชือว่า บริษัท เดินอากาศ จำกัด ชื่อย่อ บดอ. ภาษาอังกฤษ Siamese Airways เริ่มบินเมื่อ 1 มีนาคม 2490 สมัยนั้นใช้แต่นักบินต่างชาติ 





เครื่องรุ่น DC-3
ต่อมาในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2494 รัฐบาลมีมติให้รวมบริษัทการบินของต่างประเทศ ชื่อ Pacific Overseas Airline (Siam) Limited (POAS) เข้ากับบริษัทเดินอากาศ จำกัด เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (บดท.)โดยกิจการก็ดำเนินเรื่อยมาจนรัฐบาลมีนโยบายก่อตั้งสายการบินแห่งชาติเพื่อทำการบินระหว่างประเทศ ชื่อ การบินไทย บริษัท เดินอากาศไทยก็ได้เข้าไปถือหุ้นใหญ่ด้วย

พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ตอนเดินอากาศไทยขยายเส้นทางไปโคราช
ในฐานะบริษัทแม่ โดยสมัยนั้นเดินอากาศไทย รับหน้าที่ ทำการบินภายในประเทศ ส่วนการบินไทย รับหน้าที่ทำการบินระหว่างประเทศ แต่บางครั้งเดินอากาศไทย ก็เคยบินไป สิงคโปร์ และฮ่องกงเหมือนกัน ต้องเข้าใจสมัยนั้นก็มีการแข่งขันกันกับการบินไทยในการหารายได้ทั้งๆที่การบินไทยก็เป็นบริษัทลูกของเดินอากาศไทย สำนักงานใหญ่ของบริษัทเดินอากาศไทยอยู่ที่ ถนนหลานหลวง ก่อนถึงสะพานผ่านฟ้า ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสำนักงานหลานหลวงของการบินไทยไปซะแล้ว

มาถึงปี 2531 บริษัท เดินอากาศไทย ได้ถูกยุบรวมเข้ากับ บริษัท การบินไทย ซึ่งฐานะเป็นบริษัทลูกของ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2531 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ให้เหตุผลและอ้างว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลให้มี สายการบินแห่งชาติเพียงการบินเดียว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในอนาคตหลังจากนั้น อีก 1 ปี

ในภาพคุ้นๆ นะ ท่านบรรหาร ในสมัยเป็นรัฐมนตรีคมนาคม มีการนำเอาการบินไทย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และกระจายหุ้นออกไป ซึ่งเมื่อการบินไทยรวมเครื่องบินจำนวน 2 ฝูงบินจากเดินอากาศไทยมา ทำให้การบินไทยมีมูลค่ามากขึ้นในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยการบินไทยแปรสภาพจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชน ถ้านึกไม่ออกก็ไม่ต่างจากการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หรือ ปตท. เท่าใดนัก โดยสมัยนั้นให้เหตุผลว่าเมื่อควบรวมแล้วคนไทยทุกคนจะได้เดินทางๆ อากาศกันมากขึ้นในราคาค่าโดยสารที่ถูกลงเพราะเมื่อควบรวมแล้วจะทำให้ลดต้นทุน (ทุกท่านลองคิดเองนะขอรับ
20 ปีได้ผ่านไปแล้วจริงมั๊ย?)


ส่วนตัวกระผมนั้นเคยใช้บริการเดินอากาศไทย จากกรุงเทพ เชียงใหม่ เป็นประจำถ้าบอกแล้วจะตกใจ ค่าโดยสารกรุงเทพ เชียงใหม่ 900 บาท(รวมหมดแล้ว) นี่สมัยยังไม่รวมกับการบินไทยนะขอรับ พอรวมกับการบินไทยขึ้นทันที 1,500 บาท (เจ้าหน้าที่+ตัวเครื่อง+สนามบิน เหมือนเดิม) หลังจากการควบรวมในระยะ 2 ปี แรกที่จำได้ ทุกลำยังไม่พ่นสีเป็นโลโก้ดอกจำปีของการบินไทยยังเป็นโลโก้เดินอากาศไทยเหมือนเดิมแต่ราคาไม่เหมือนเดิมนะสิ มีอีกเรื่องที่ทำให้กระผมเสียใจคือ ทุกสายการบินจะมีรหัสทางการบิน เช่น การบินไทยจะเป็น TG ส่วนเดินอากาศไทยรหัสทางการบินว่า TH โดยปัจจุบันรหัส TH ได้ถูกสายการบินอื่นนำไปใช้แล้ว น่าเสียดายจริง เพราะ "TH" มันสื่อถึงประเทศไทยได้มากกว่า "TG"


หลังจากควบรวมกับการบินไทยเครื่องบินของเดินอากาศไทยเก่าก็ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า บางส่วนถูกปลดระวางไปแต่ที่น่าสนใจเครื่องเดินอากาศไทยเก่าเครื่องหนึ่งซึ่งถูกพ่นสีเป็นการบินไทยเรียบร้อยได้ไปตกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเป็นข่าวดังเพราะมีนักร้องชื่อดัง "เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์" โดยสารในเครื่องบินลำนี้ด้วย เมื่อปี 2541 ทุกๆ คนคงจำกันได้ นักร้องหนุ่ม เดินฝ่าโคลนออกมาจากจุดที่เครื่องบินตก หลังจากเข้าควบรวมแล้วการบินไทยก็ทำการบินภายในประเทศในเส้นทางเดิมของเดินอากาศไทย จนในที่สุดการบินไทยทนต่อภาวการณ์ขาดทุนของการบินภายในประเทศไม่ไหว จึงยุติการบินภายในประเทศบางเส้นทาง และบางเส้นทางก็ให้เอกชนเข้ามาบินแทน เท่าที่ทราบในฐานะประชาชนปกติเส้นทางบินสั้นๆ ภายในประเทศ ในต่างประเทศนิยมเอาเครื่องบินไม่ใหญ่มากมาทำการบินซึ่งในระยะแรกก็ใช้เครื่องบินของเดินอากาศไทยบินเหมือนเดิมในเส้นทางเดิมคือ Short 360 แต่หลังจากที่การบินไทยปลดประจำการเครื่อง Short 360 ที่โอนมาจากเดินอากาศไทย ก็นำเครื่องไอพ่นมาทำการบิน ต้นทุนก็สูง และแถมตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นมากหลังจากเป็นการบินไทย ประชาชนจึงไม่ค่อยนิยมขึ้นบินเหมือนก่อน

เมื่อสมัยปี 2531 ใครจะคิดว่าอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีการทำสายการบินต้นทุนต่ำ Low Cost Airline เกิดขึ้นอย่าง Air Asia จนทำให้การบินไทยทนไม่ไหวต้องไปก่อตั้งนกแอร์ขึ้น และเคยได้ยินว่าจะก่อตั้งสายการบินเอื้องหลวงด้วยซ้ำไป ทำให้นึกย้อนไปว่า ไม่น่ายุบ เดินอากาศไทยเลย ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ขึ้น บดท. แอร์โฮสเตสใจดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส ไม่เห็นฝรั่งเป็นพระเจ้า นึกแล้วสะท้อนใจไม่หายนี่แหละวาบความคิดของกระผมในการเปิดตัวบล็อกขอรับกระผม ต่อจากนี้เป็นภาพความทรงจำ เดินอากาศไทยขอรับ นำมาจากส่วนตัวและหลายๆ แหล่ง ต้องขอขอบคุณ แหล่งภาพทุกๆ แหล่งด้วยขอรับกระผม จะทยอยนำภาพมาลงเรื่องๆนะขอรับกระผม
|

เครื่องบินแบบใบพัดเอฟโร่ 787 ถ่ายที่สนามบินเชียงใหม่ใช้ทำการบินภายในประเทศก่อนจะถูกปลดระวาง และนำเครื่อง Short 330 และ Shot 360 มาใช้งานแทน ในภาพลายเครื่องบิน เก่า (บน) และลายใหม่ (ล่าง) ของเดินอากาศไทย (ทะเบียน HS-THI เหมือนกัน)


เครื่องแบบใบพัด Short 330 ที่นำมาแทนเครื่องเอฟโร่ 787 ที่ปลดระวางเพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อย

เครื่อง Short 330 ลายเก่าของเดินอากาศไทย (บน) และ ลายใหม่พ่นสีเป็นการบินไทย (ล่าง) จัดแสดงกลางแจ้งดูสภาพแล้วไม่ดูแลรักษาเลย

ในเดือนกันยายน ปี 2520 บดท.รับมอบเครื่องบิน โบอิ้ง 737 ความจุ 115 ที่นั่ง เริ่มให้บริการในวันที่ 21 ตุลาคม 2520 ในเส้นทางสายหลักคือ เชียงใหม่ หาดใหญ่ และปีนัง 

เครื่องเดินอากาศไทยที่สนามบินซางงิ สิงคโปร์ 
เครื่อง Short 360 สั่งเข้ามาเพิ่มเติมในฝูงก่อนหน้านี้มี Short 330 ใช้งานอยู่
ในภาพถ่ายที่สนามบินเชียงใหม่ 

มีนาคม 2528 บดท. ได้ลงนามในสัญญาสั่งซื้อ airbus A-310 จำนวน 2 ลำ
ในภาพถ่ายที่โรงงานฝรั่งเศส

สนามบินดอนเมืองสมัยก่อนไม่มีแยก Terminal ต่างประเทศ และภายในประเทศเหมือนสมัยนี้ เมื่อก่อนจะรวมกันอยู่ที่เดียวกันคือ Terminal ต่างประเทศในปัจจุบัน

เริ่มมาแยกเมื่อ 25 เมษายน 2528 เมื่อมีการสร้าง Terminal ภายในประเทศขึ้นมา

ด้านหน้า Terminal ภานในประเทศสมัยนั้น ตอนเปิดใหม่ๆ

ภายใน Terminal ในประเทศ

เค้าท์เตอร์ของเดินอากาศไทยใน Terminal ภายในประเทศ

เดินอากาศไทยดำเนินกิจการร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินด้วย เมื่อก่อนไม่มีคิงส์พาวเวอร์ให้ปวดหัว 
เดินอากาศไทยหวือหวาไม่เหมือนใครในสมัยนั้นจัดกิจกรรมฮันนีมูนสำหรับคู่รัก 
|