• นายชิกุวะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-05
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 15716
  • จำนวนผู้โหวต : 63
  • ส่ง msg :
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน 2550
มารู้จักนักรบเสื้อ Shop ช่างกลอาชีวะ คุณแน่แค่ไหน?
Posted by นายชิกุวะ , ผู้อ่าน : 1642 , 12:21:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


อยากจะเขียนอีกมุมนึงที่ทุกๆ ท่านที่ไม่เคยทราบ จะได้รับรู้ว่าเด็กช่างกลคิดกันยังไงในสังคมช่างกล ลูกๆ หลานๆ ของใครหลายคนอาจเรียนอยู่จะได้รู้ว่าเด็กคิดอะไร ในวัยช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต มาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ

มูลเหตุของคนหนึ่งคนที่จบ ม.3 แล้วไปเรียนต่อ ป.ว.ช. สายช่างอุตสาหกรรม

1.อยากไว้ผมยาว ทรงแสกกลางสุดเท่ห์
2.อยากใส่กางเกงขายาว ผ้าเวสปอยส์ซีดหรือ ผ้ายีนส์ลายสองซีดๆ ถ้าเจ๋งจริงใส่กางเกงยีนส์
จะดีมาก + รองเท้า Convert สีขาวหุ้มข้อ
3.อยากใส่เสื้อ Shop และหัวเข็มขัดทองเหลืองของสถาบัน
4.อยากใส่เสื้อบล็อกสกีนรูปพระวิษณุ ของสถาบันนั้นๆ ซึ่งทำเองในหมู่เพื่อนฝูง
5.สนใจงานด้านช่างอุตสาหกรรม เช่น ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และก่อสร้าง
6.เรียนต่อมัธยมปลายไม่ไหว เพราะหัวไม่ไป
7.อยากเรียนเพราะเด็กมัธยมปลายและเด็กพาณิชย์ ชอบหนุ่มช่างกล
8.ได้ขึ้นรถเมล์ฟรี เพราะกระเป๋ารถเมล์ไม่กล้าเก็บ ยกเว้นรถร่วมบริการกะมินิบัสเขียว และสามารถสั่งคนขับรถเมล์จอดรถที่ไหนก็ได้เพื่อลงไปตีคู่อริด้านล่างเมื่อเรียบร้อยโดดขึ้นรถและออกเดินทางต่อ
9.ได้ที่นั่งทุกครั้งเมื่อขึ้นรถเมล์ ผู้โดยสารเบาะหลังจะลุกให้นั่งโดยอัตโนมัติ เมื่อโดนมองหน้า
10.พกอาวุธได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต โดยเฉพาะแม่ค้าหน้าสถาบันจะเป็นคลังแสงให้

ขอถามต่อว่าทำไมน้องๆ ไม่เรียนสายพาณิชย์ ไม่เห็นต้องเรียนช่างกล อย่างเดียวเลย ขอตอบพี่ดังๆว่า เพราะตุ๊ดเยอะ ผมไม่ชอบเห็นแล้วอุบาศก์อยากกระโดดถีบนังตุ๊ดทั้งหลาย แต่สาวๆพาณิชย์มาชอบ โอเค...เลยครับพี่น้อง


ทรงผมยอดฮิตของเด็กช่างกล

ตอนเข้าเรียนใหม่ๆ ทุกคนที่พึ่งจบมัธยมต้นมา จะผมสั้นทรงนักเรียนพึ่งเริ่มยาว แต่อยากหล่อไปสั่งช่างให้ตัดรองทรง ผมชี้โด่ชี้เด่ แต่หล่อ เพื่อรอผมขึ้น รอเวลาให้ยาว ไว้ผมทรงหล่อที่สุดของช่างกล โดยเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทรงผมยอดฮิตสุดคือ “ผมแสกกลาง หลังไถทรงบ๊อบ และเปิดข้าง” การเปิดข้างคือ การเอากิ๊บหนีบผมด้านนอกเหนือใบหู บางส่วนไว้ แล้วเอาแบตเตอร์เลี่ยนไถผมด้านในที่ไม่ได้โดนหนีบ พอไถเสร็จก็เอากิ๊บออก ด้านนอกก็จะยาวปิดลงมาเหมือนเดิม แต่ผมด้านในเกรียน พอตัดเสร็จจะภูมิใจว่า เท่ห์มากๆ ทรงนี้

เครื่องแบบชุดหล่อของเด็กช่างกล

ตอนเข้าปี 1 ทุกคนจะแต่งตัวเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตขาวเรียบร้อยเหมือนเด็กมัธยมต้น โดยเสื้อไม่มีปักอะไรทั้งสิ้น ส่วนกางเกงผ้ามัน เป็นผ้าโทเลสีกรมท่า รองเท้าหนังผูกเชือกเรียบร้อย แต่พอเทอมสองของปีหนึ่งรัศมีของช่างกลจะต้องเปล่งประกาย เสื้อผ้าหน้าผมจะต้องเข้ากัน เริ่มต้นที่ไปเดินสวนจตุจักรเพื่อตามหาเสื้อเชิ้ตที่เด็กช่างจะเรียกกันว่า “เสื้อกระสอบ” ผ้าจะเนื้อหยาบๆ สีออกขาวขุ่นๆ โดยเมื่อได้เสื้อมาแล้ว ก็ถึงเวลามองหากางเกง โดยกางเกงจะไม่มีการซื้อจะต้องสั่งตัดเท่านั้น จะมีผ้าสองแบบที่นิยมคือ 1.ผ้าเวสปอย 2.ผ้ายีนส์ลายสอง โดยทรงกางเกงจะนิยมขาตรงบานนิดๆ ขากางเกงจะกว้าง 12 นิ้ว ถึงจะสวย โดยบางคนจะสั่งช่างเจาะกระเป๋าซ้อนตามขากางเกงเพื่อเก็บของ (อาวุธ) หรือถ้าเป็นกางเกงยืนส์จะเป็นแนวขาเดฟ หรือขาลีบ จะหล่อมาก ที่สำคัญถ้าใส่กับรองเท้า Convert All Start สีขาวหรือ สีดำ จะหล่อสุดๆ สาวรักสาวหลง

เสื้อ Shop คืออะไรเห็นพูดกันนักหนา?

คือเสื้อที่เอาไว้ใส่เวลาเข้าในระหว่างการฝึกปฎิบัติงาน หรือเรียกว่า Shop ตัวเสื้อจะมีกระเป๋าใส่อุปกรณ์ได้เยอะ โดยเสื้อ Shop จะมีอยู่ 2 แบบ คือ 1.แบบชายเสื้อปล่อยปิดก้น มีโลโก้ของแต่ละสถาบันปักที่อกด้านขวาของเสื้อ 2.แบบเอวจั๊มป์ ชายเสื้อถึงแนวเข็มขัด มีโลโก้ของแต่ละสถาบันปักที่อกด้านขวาของเสื้อ ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่แต่ละสถาบันจะตัดออกมาจำหน่าย แต่ที่นิยมของชาวช่างกลคือ แบบที่ 2 แบบเอวจั๊มป์ เพราะเวลายกตัวเอี้ยวตัว หัวเข็มขัดทองเหลืองของสถาบัน จะโชว์ออกมาจะเทห์มากๆ ครับพี่น้อง ถ้าสถาบันไหนเป็นเอวปล่อยจะนิยมเอาไป แก้กันเป็นเอาจั๊มป์ โดยถ้าจะให้เสื้อ Shop ตัวนี้มีความน่าเกรงขามมากขึ้น จะต้องสกีนรูปองค์พระวิษณุ ด้านหลังของเสื้อ Shop พร้อมชื่อสถาบันซึ่งจะนั่งเขียนบล็อกสกีนกันเอง โดยปกติเด็กช่างจะนิยมนำเอาเสื้อ Shop มาใส่ทับเสื้อเชิ๊ตนักศึกษาสีขาวโดยเอาปกเสื้อเชิ้ตมาทับปกเสื้อ Shop อีกที จะหล่อมาก

“พ่อ”ของชาวช่างกลคือใคร

คือองค์พระวิษณุกรรมที่เป็นผู้สร้างโลกมนุษย์ ชาวช่างจึงนำพระวิษณุ มาเป็นสัญลักษณ์ โดยชาวช่างจะเรียกแบบให้การเคารพว่า “พ่อ” ซึ่งเรื่องของพ่อนี่ถือเป็นสิ่งศักดิ์ศรีที่เคารพนับถือของแต่ละสถาบันเลยทีเดียวที่เห็นเป็นตำนานน่าจะเป็น สองสถาบันที่รบกันตั้งแต่รุ่นพ่อมาถึงรุ่นหลาน คือ “ช่างกลปทุมวัน” และ “อุเทนถวาย” มูลเหตุของเรื่องบาดหมางเกิดจากการที่ องค์พระวิษณุ ปกติแล้วท่านจะมี 4 พระกร (แขน) โดย 4 พระกร จะถือ
ตรี,คทา,จักร และ สังข์ เมื่ออุเทนถวายซึ่งเปิดการสอนเป็นช่างก่อสร้างมีการสร้างรูปพ่อเป็นรูปเคารพขึ้น ปรากฏว่ารูปพ่อของอุเทนถวายมีพระกรถือ ลูกดิ่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของช่างก่อสร้าง โดยช่างกลปทุมวันถือว่า องค์พ่อของอุเทนถวายเป็นของปลอม จึงไม่ให้การเคารพนับถือ นี่จึงเป็นที่มาของศึกในตำนานของสอง
สถาบัน พออุเทนถวายมีการสร้างพ่อถูกลูกดิ่งสถาบันอื่นก็สร้างรูปพ่อถืออาวุธต่างๆ มากมาย เช่น ถือไม้ฉาก ถือฟันเฟือง เป็นต้น

อาวุธประจำกายของเด็กช่างกล

1.ปืนปากกา ซึ่งต้องสั่งทำ ใส่กระสุนได้ทีละนัด
2.อีดาบ เป็นเหล็กแบนๆ กว้าง 2 นิ้ว ยาวประมาณ 1 เมตร บางคนทำมาจากแหนบรถ
จะทำให้เหมือนดาบ โดยเจียร์ด้านนึงบางๆ ซึ่งจะคมมาก แล้วห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ การพกพาจะสอดในกางเกงแนบไปตามขากางเกงโดยสอดไว้ในช่องที่สั่งช่างเจาะกระเป๋าซ่อนไว้ เวลาเดินจะขากระเพรงๆข้างนึง เวลาใช้งานคู่อริจะกลัวกันเพราะฟันทีเห็นกระดูกเลย
3.ปืนหรือช่างกลจะเรียกว่า “ตัว” ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เอาไว้เอาซ่อนให้มิดชิด เผื่อตำรวจเรียกค้น ปกติจะซ่อนกันตามพุ่มไม้ หรือร้านแม่ค้า
4.เข็มขัดพร้อมหัวเข็มขัดเอาออกจากเอวม้วนรอไว้ โดยเอาไว้ใช้เหวี้ยงฟาดคู่อริจากระยะไกล เช่น ต่อสู้บนรถเมล์
5.รองเท้าหนังหัวเหล็กเอาไว้เตะหรือกระโดดถีบจากบนรถเมล์


ผลพลอยได้จากผู้แพ้เมื่อมีการตีกันและคู่อริยอมแพ้

ต้องยึดเครื่องหมายสถาบันของผู้แพ้ เอาไว้เป็นที่ระลึก เด็กช่างจะนิยมเรียกกันว่า “ตบ” เช่น การตบหัวเข็มขัด, การตบเสื้อ Shop, การตบเข็มกลัดโลโก้ของสถาบัน นอกจากนี้ทุกสถาบันมีการส่งนักศึกษาไปเรียน
รด. (นักศึกษาวิชาทหาร) ด้วย จึงทำให้ต้องไปเจอคู่อริต่างสถาบันในชุด รด. จึงลามไปถึงการ ตบอาร์ม (ป้ายโลโก้ปักเป็นรูปโลโก้สถาบันติดแขนชุดทหาร) ซึ่งช่างกลทุกคนจะรู้ดี จะพยายามหลีกเลี่ยงการเดินคนเดียวเพื่อป้องกันการโดนตบในรูปแบบต่างๆ หรือใส่ชุดนอก (ชุดอยู่บ้าน)ไปเลย


การแบ่งกลุ่มเพื่อเดินทางกลับบ้าน

ช่างกลจะนิยมเดินทางกลับบ้านด้วยรถเมล์ โดยเมื่อแรกเข้าจะไม่รู้ใครเป็นใคร เรียนอยู่ปีไหนสาขาอะไร แต่เห็นหน้าคนนี้อ๋อเรียนที่เดียวกัน โดยกลับเส้นทางเดียวกันประจำ เมื่อเกิดเรื่องจะออกรบด้วยกันและสนิทกันนั่นเอง จึงเป็นที่มาของคำว่า G ซึ่งย่อมาจาก แก๊ง หลายๆ คนอาจจะเห็นเขียนตามเบาะหลังรถเมล์ หรือ พ่นตามกำแพงว่า G 72ก , G 6 ก็แปลว่า แก๊งรถเมล์สาย 72ก ,
แก๊งรถเมล์สาย 6 เป็นต้น


จะรู้ได้ยังไงว่าคนนี้เป็นช่างกลเมื่อใส่ชุดไปรเวท

จริงๆ ถ้าคนเรียนช่างด้วยกันจะมองออก โดยมองจากลักษณะการเดินและเสื้อผ้าหน้าผม แต่เราในฐานะประชาชนธรรมดาอาจจะแยกแยะไม่ออกระหว่างเด็กราม กับเด็กช่างกล
ก็แนะวีธีดูง่าย ส่วนมากเด็กช่างจะชอบใส่เสื้อลายสก๊อตแขนยาวโดยพับแขนเสื้อมาถึงข้อศอก ส่วนกางเกงยีนส์จะเป็นทรงเดฟ หรือทรงขาลีบ เอาชายเสื้อออกนอกกางเกง โดยเสื้อ Shop จะม้วนเป็นโรลและเสียบไว้ที่กระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ และเอาชายเสื้อมาปิดไม่ให้เห็นเสื้อ Shop


เด็กช่างกลการเดินห้างทำยังไงให้เดินได้อย่างปลอดภัย

ส่วนมากเด็กช่างจะใส่ชุดนอก (ชุดไปรเวท) เวลาไปไหนมาไหน แต่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องใส่เสื้อขาวกางเกงขายาวสีกรมท่าไป จะทำยังไง

สถานที่ๆจะเดินทางไป MBK หรือมาบุญครอง ทุกคนน่าจะทราบ MBK เป็นพื้นที่ยึดครองของอุเทนถวาย การที่ท่านจะเข้าไปใช้สถานที่ของเค้า ต้องให้เกียรติเจ้าถิ่น โดยเสื้อขาวจะต้องเอาเสื้อออกนอกกางเกงห้ามโชว์หัวเข็มขัดของสถาบัน หรือถอดหัวเข็มขัดเอาไปเก็บไว้ เหลือแต่สายหนัง นอกจากนี้ห้ามเดินโยกกวนประสาท ท่านจะปลอดภัยในการเดินเที่ยว แต่ถ้าท่านละเมิดกฎจะมี
คนเดินมาเตือน โดยถ้าไม่เชื่อท่านก็จะโดนเล่น (โดนกระทีบ) ตรงนั้นเลยครับ


เด็กเทคนิคกับเด็กเทคโน ต่างกันยังไง

เด็กเทคนิคคือการเรียกเด็กที่เรียนระดับ ปวช. ส่วนเด็กเทคโนจะเรียกเด็กที่เรียน
ระดับ ปวส. ถ้าสถาบันไหนเปิดการเรียนการสอนถึงระดับ ปวส. ก็จะใช้คำว่า
เทคโนโลยีอยู่ในชื่อของสถาบันนั้นๆ

ผมแนะนำให้รู้จักสังคมและการดำเนินชีวิตของช่างกลกันไปแล้ว ทีนี้ผมมีช่างกลอยู่แห่งหนึ่งที่อยู่ในตำนานเช่นกัน ต้องออกตัวว่าไม่ใช่ศิษย์หรือเรียนที่นี่
นะครับ เอาไว้เป็นกรณีศึกษาที่สามารถบอกได้ว่า ถึงแม้คนภายนอกจะมองว่า ไม่ได้เรื่อง หาดีไม่ได้ หรืออะไรต่างๆ นานา ก็ตามแต่พวกเค้าก็มีอะไรที่ไม่ต่างอะไรกับสถาบันอื่นๆ เช่นกัน คือ รักเพื่อน รักครู พูดจาตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้ง มาต่อกันเลยนะครับ


หลายคนคงจะเคยนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาเหมือนผมแล้วเห็นบ้านริมน้ำอยู่หลังหนึ่งแถววัดดาวดึงษ์ จรัลสนิทวงศ์ ซึ่งใหญ่และมีอาณาบริเวณกว้างขวาง ทำให้วาบความคิดของผมเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของการเขียนบทความนี้ครับ บ้านที่ว่านี้ในอดีตคือ “โรงเรียนอินทรอาชีวศึกษา” หรืออีกสมญานามว่า “ก่อสร้างเทวดา” ที่โด่งดังนั่นเอง
ช่างกลไหนๆ ได้ยินชื่อจะหนาวๆร้อนๆ ขึ้นชื่ออินทรโหดมาก โดยอินทรอาชีวศึกษาได้ถูกปิดตัวลงพร้อมกับช่างกลหลายแห่งในปี 2539 เนื่องจากมีชื่อติดบัญชีดำ ของกระทรวงศึกษาธิการ เท่าที่ผมจำได้ก็มี โรงเรียนกนกเทคโนโลยี ,โรงเรียนเทคโนโลยีประชาชื่น
และ โรงเรียนเทคนิคบูรณพนธ์ ด้วย ที่โดนสั่งปิดไปพร้อมกัน ถึงแม้สถาบันจะปิดไปแล้วทุกวันนี้ศิษย์เก่าของอินทรยังรวมตัวกันเหนียวแน่นไม่เว้นแม้แต่อาจารย์เก่าๆ
ของที่นี่ ที่เหนียวแน่นกับลูกศิษย์เหมือนกัน ลองดูภาพแต่ละ ท่านจะรู้ว่าช่างกลก็ไม่ต่างกับสถาบันอื่นๆ เช่นกัน

ถ้าใครใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาจะเห็นภาพนี้เป็นประจำ

ด้านหน้าโรงเรียนติดแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อครั้งยังเปิดการเรียนการสอน

เสื้อ Shop บล็อกสกีนรูปพ่อ

หัวเข็มขัดทองเหลืองสุดเท่ห์

สภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนเมื่อครั้งเปิดทำการ

สภาพในปัจจุบันที่รกร้างหญ้าขึ้นเต็ม เป็นใครต้องเศร้าทุกคนถ้าเคยเรียน

สภาพห้องเรียนในปัจจุบัน

หลังโรงเรียนโดนปิดองค์พ่อโดนย้ายไปกำแพงเพชร จนปี 2549 อาจารย์และศิษย์เก่าได้ประชุมกันย้ายกลับมากรุงเทพ


อาจารย์ยิ่งศักดิ์ ในฐานะอาจารย์เก่าก็มาร่วมงานด้วยวันย้ายองค์พระวิษณุ





ขอบคุณข้อมูลของ โรงเรียนอินทรอาชีวศึกษา จากเวบชมรมศิษย์เก่าช่างก่อสร้างอินทร http://www.indara.org



อ่านเรื่องย้อนหลัง
ขอเปิดตัวบล็อกชิกุวะกับ “บินกับเดินอากาศไทย เพียงงีบนึง…ก็ถึงแล้ว”


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 41
สาวสวยอารมณ์ดี วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 22.22 น.

ชั้นก็เคยเรียนช่างมาก่อนนะ ต้องขอบคุณมากๆ ที่ให้ข้อมูลแบบลึกๆมาให้อ่านกัน จะได้เอาไปบอกเพื่อน ๆพี่ น้องที่เรียน ว่าเลิกตีกันซะที่เถอะ มันไร้สาระมาก แทงคิวมากค่า
ความคิดเห็นที่ 40
แม่หมี วันที่ : 17/11/2007 เวลา : 07.56 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

เป็นข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ

ตอนเรียนม.ปลาย ขอบอกตรงๆเลยว่า ไม่ชอบเด็กช่างกลค่ะ กลัว ตีกันออกบ่อย
ความคิดเห็นที่ 39
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 00.37 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"

เกือบจะไปเรียนเหมือนกันครับ แต่หักเหได้ทัน ตามใจตัวเองแล้วเลยเลือกเรียนสายพาณิชย์แทน
ความคิดเห็นที่ 38
กนิษฐ์ วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 20.29 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

โอ้ว...ขออุทานด้วยความทึ่งก่อน..
เขียนดีมากอ่านจนจบ แม้ว่าจะทรมานสายตาสักหน่อย...ข้อมูลแน่นปั๊กเลย...

เด็กช่างกลมีแรงขับเยอะ ทั้งอารมณ์และความคิด...หากตัดเรื่องศักดิ์ศรี สถาบันออกไปซะ..น้องๆก็น่ารักทุกคนละ...

เยี่ยมเลยค่าโหวตให้
ความคิดเห็นที่ 37
พาโตราชู วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 19.09 น.
http://www.oknation.net/blog/Dog-Club

ขอบคุณมากมาย ที่คุณชิกุวะ ขยันสรรหาเรื่องราวที่หลาบคนอาจจะไม่รู้มาก่อน เอามาเล่าให้ได้อ่านกัน

แบบข้อมูลแน่นบล็อก เลย คริคริคริ

ความคิดเห็นที่ 36
บิสกิตโรล วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 18.16 น.
http://www.oknation.net/blog/administrative

แวะมาขอบคุณ ที่เข้ามาชมบล๊อกของเรา
ความคิดเห็นที่ 35
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 17.49 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

เรื่องอย่างนี้แหล่ะครับน่านำมาเล่าไว้
ชีวิตของพวกเขาน่าศึกษา
นำมาขยายต่อ ไม่ว่าจะในแนวงานเขียนสกุลใด
บทกวี หรือ่เรื่องสั้น นวนิยาย
หรือไม่ก็เล่าไปอย่างที่เขียนมานี่แหล่ะครับ
เยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 34
kokoyadi วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 17.02 น.
http://www.oknation.net/blog/kokoyadi
Blog me if you can!!! KoKoyadi  โกโก้...อย่าดิ

โห้ อดทนเขียนดีจังเลยครับ...
ชื่นชม... เขียนต่อไป..
ความคิดเห็นที่ 33
narita วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 16.11 น.
http://www.oknation.net/blog/narita

พวกเราอาจจะได้ยินแต่ข่าวไม่ดีมากกว่า
น้องๆ ช่างกลที่ดี น่ารักและเก่งด้วย ที่รู้จัก
ก็แยะอยู่ นาริตะเองก็ชอบคะเทห์ดี
ความคิดเห็นที่ 32
หมีปิศาจ วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 13.51 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ได้ความรู้มากโขเลยครับ สำหรับเอ็นทรี่นี้
ทั้งเรื่อง "พ่อ" ของชาวช่างกล
ทำไม "ช่างกลปทุมวัน" กับ "อุเทนถวาย" ถึงไม่ถูกกัน
รวมทั้ง เทคนิค กับ เทคโน ต่างกันอย่างไร

ขอบคุณครับ ขออนุญาตแอดเป็นเพื่อนบ้าน ด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 31
ครูทิพย์ วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 13.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Tip2
ครูทิพย์

แวะมาเยี่ยมค่ะ เขียนได้ดีจังเลย ครูพลอยได้ทราบที่มาที่ไปของเด็กช่างกลจากบล็อกนี้ด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
numouse_2007 วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 09.50 น.
http://www.oknation.net/blog/numouse


ข้อมูลเด็กช่างกลมากจริงๆ ยกนิ้วให้เลยค่ะ
เคยเรียนอาชีวะเหมือนกันค่ะ...


สวัสดีวันพฤหัสบดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 29
บัวบูชา วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 09.45 น.
http://www.oknation.net/blog/kaimoog
...บัวบูชา...

โห...ไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆนะนี่
ความคิดเห็นที่ 28
ศุภศรุต วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 09.35 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

สุดยอดข้อมูลช่างกล

อินทรชื่อนี้มีที่มา
คือศักดา ลูกช่างกล ชนนักรบ
ถือคติ ไม่สิ้นชื่อ ไม่นับศพ
แต่ก็จบ ตำนาน ....ตามกาลเวลา...

นับถือ นับถือ ขอคาราวะ จอกที่สอง

อ่านแล้วมันส์จริง ๆ



ความคิดเห็นที่ 27
ทิพย์อาภา วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 08.45 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa


สวัสดีค่ะ
ขอแอด ด้วยเช่นกัน
..........................................................
ปล.ทำไมแอดชื่อทิพย์อาภาเป็นภาษาพ่อขุน ละคะ?
ความคิดเห็นที่ 26
วิตามินบี วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 03.20 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


บีเชื่อว่าข่าวไม่ดีที่เห็น
น่าจะเป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆ
ในทุกสังคมย่อมมีทั้งสองด้าน
เด็กช่างกลก็เช่นกัน

เจอกับคาวบอยหน่อยเป็นไงเด็กช่างกล
คิคิ
ความคิดเห็นที่ 25
supameeh วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 01.36 น.
http://www.oknation.net/blog/digitalmedia
เปิดโลกทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย

ผมไม่รู้ว่า "ผมแน่แค่ไหน"
แต่รู้ว่า "คุณน่ะ แน่มากครับ สำหรับการเขียนเรื่องนี้"
เขียนได้ดีเลยครับ

สมัยก่อน ผมมีเพื่อนสนิทสองคน อยู่หมู่บ้านเดียวกัน
จากสองสถาบันที่มีที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก
ซึ่งมีชื่อเสียงของความเป็นนักรบทั้งคู่ ซึ่งเจอกันไม่ได้
(ไม่ขอเอ่ยนาม) ได้รับรู้บางเรื่องจากพวกเค้าพอสมควร
ว่าแต่ละวันเค้าต้องเตรียมการอย่างไรเพื่อให้กลับถึงบ้าน
โดยปลอดภัย

แต่ในแง่มุมที่คุณเอามาเขียน ผมถือว่าเป็นข้อมูลใหม่
ที่น่าสนใจมากครับ

โหวตให้ +2 ไปเลยสำหรับ โหวตที่ 15 และ 16
ความคิดเห็นที่ 24
Lyrics วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 23.37 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

วันนี้เรากลุ้มๆหวะฮิม
ความคิดเห็นที่ 23
Lyrics วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 23.36 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เขียนดีจ้า

ไม่คิดเลยว่าฮิมจะเขียนเอง
ความคิดเห็นที่ 22
Lyrics วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 23.35 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ให้ตายเถอะเราไม่เคยรู้เรื่องนี่มาก่อนเลย
ความคิดเห็นที่ 21
Lyrics วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 23.34 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เปิดตัวได้สวยจริงๆบล็อกนี้

เขียนแต่เรื่องแปลกๆน่าอ่าน

ขอชมนะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 20
feng_shui วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 23.24 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

เสื้อ Shop ช่างกล มันดูเท่ แต่คนใส่ บางี น่ากลัว ค่ะ
เคยเจอตีกันนรถเมล์ กลัวจนฉี่จะแตก เลย หงะ
ความคิดเห็นที่ 19
ทิพย์อาภา วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 22.27 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa


ทิพย์อาภาตามมาทำความรู้จัก

นักรบเสื้อ Shop ช่างกลอาชีวะ

แต่ยังไม่รู้เลยว่าคุณแน่แค่ไหน?

"คุณแน่แค่ไหน?"

ถือว่าเป็นคำท้านะนั่น...ลูกพระวิษณ มิยอม มิยอม

ถ้าทั่น ชิกูวะ อยากรู้ ตามไปดูเด็กแผนกช่าง.....ดิ....http://www.oknation.net/blog/rpa/2007/10/26/entry-1

ความคิดเห็นที่ 18
sat11 วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

แล้วเค้าจะหล่อไปถึงไหนกัน

หล่อเหมือนๆกันซะด้วย

เรื่องรักสถาบันรักเพื่อนก็เข้าใจแต่แสดงออกทางอื่นได้รึเปล่า ไม่ใชปะฉะดะ
ความคิดเห็นที่ 17
red_ant วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 22.07 น.
http://www.oknation.net/blog/captant
 Iไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา...ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไปI

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวครับ เป็นความรู้ใหม่
ความคิดเห็นที่ 16
อิศรา วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 21.28 น.
http://www.oknation.net/blog/phakri

อื่ม!!!! พูดถึงเด็กช่างแล้วนึกถึงลูกชาย เห้นทรงผมแล้วรับไม่ได้เลยค่ะหน้าเหมือนชะนีอย่างไรอย่างนั้น
ความคิดเห็นที่ 15
ปฐม วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 20.21 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ผมค่อนข้างรู้จัก อินทร ดี

เพราะผมเคยอยู่ตรงวัดดาวดึงส์มาก่อน
ความคิดเห็นที่ 14
เดอะเจิด วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/wai

ผมมีเพื่อนรุ่นน้องอยู่ที่
เทคนิคบูรณพนธ์อยู่คนหนึ่ง
สมัยตอนมันมาฝึกงานที่ทำ
งานเดียวกับผม มันนิสัยดีและ
รักผมมากครับ และน่าตามันก็ดี
สาวก็เพียบ ใจนักเลงถึงไหนถึงกัน
" พี่ไม่ลืมเอ็งวะ ก้อง"
ความคิดเห็นที่ 13
กรศิริวัฒโณ วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 18.46 น.
http://www.oknation.net/blog/korn2

นับว่าคุ้มที่เข้ามาเยี่ยมครับ
มีอะไรเกี่ยวกับเด็กช่างอีก ลองเอามาโพสอีกนะครับ
เด็กช่าวสำหรับผม
แกร่งบวกศิลปครับ
๕๕๕๕๕๕๕๕
ความคิดเห็นที่ 12
เจเจค่ะ วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 18.29 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

เยี่ยม !!


+1vote



ความคิดเห็นที่ 11
BlueHill วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 17.46 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องเด็กช่างกลมากเท่าไหร่ครับ แต่เท่าที่ผมรู้จักและคบกันมา ส่วนใหญ่เป็นคนดีช่วยเหลือสังคม ใช้วิชาชีพที่ร่ำเรียนมาโดยสุจริตครับ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นเด็กเกเรครับ
ความคิดเห็นที่ 10
ลานเทวา วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 17.29 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

สมัยรุ่นๆ
แทบจะบ่อยครั้งครับผม
ความคิดเห็นที่ 9
Sydneychocolatier วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 17.17 น.
http://www.oknation.net/blog/bakingclub
May the Chocolate be with you!!!

แม้สถาบันหลายๆแห่งจะปิดไปแล้ว แต่ลูกบ้าของเด็กเหล่านี้ยังไม่จางหายไป ไม่ว่าสถาบันไหน รัฐฯหรือเอกชน ต่างมีปัญหาชนเหล่านี้อยู่ ผมว่าทางออกของพวกเค้าน่าจะเป็นสามจังหวัดชายแดนใต้เลยนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 8
virayuthniyomchat วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 17.09 น.
http://www.oknation.net/blog/virayuth
virayuth

เป็นความรู้ใหม่เรื่องเด็กช่างกล เด็กอาชีวะ-เทคนิค-เทคโน นะ

แต่เคยได้ยินเรื่องนี้บ่อยมาก......หลายคนรวมทั้งคุณคงไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้นะครับ เอาใจช่วย

ส่วนการเขียนที่บอกให้ดูนั้น ผมว่าน่าจะแบ่งเป็นตอน ๆ มาลงนะครับ เช่น ความแตกต่างของเทคนิค-อาชีวะ ทำไมถึงล่าเข็มขัด ฯลฯ ครับ

น้ำโขงแห่งขอดเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะว่าส่วนใหญ่คนอีสาน ทำนาและใช้น้ำมากในหน้าฝนมิใช่หรือครับ
ความคิดเห็นที่ 7
phiroj วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 16.16 น.
http://www.oknation.net/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์

สมัยก่อนผมก็บ้า ล่าแหวน กับ หัวเข็มขัดและเสื้อชอบเหมือนกัน
จนกระทั่งเพื่อนถูกยิงกลางแสกหน้า ทะลุถึงหัวใจ เอ้ย ! ทะลุท้ายทอย เชื่อไหมมันไม่ตาย แต่เบลอ ๆ มาทุกวันนี้ และมันได้ลงหนังสือพิมพ์ด้วย
สุดท้ายก็เลย ไม่เรียนมันแล้วช่าง ไปเรียนรามฯ ดีกว่า
ไม่งั้นกรูคงถูกยิง ข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจแน่ ๆ
ความคิดเห็นที่ 6
นางฟ้าแสนซน วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 15.56 น.
http://www.oknation.net/blog/Butterflyeffect
 ผู้หญิงธรรมดาที่เป็นได้ทั้ง...นางฟ้า และนางมาร 

ไม่รู้มาก่อนจริงๆ

แต่เด็กช่างเขาจะรุ้มั้ย ว่าสาวๆ ม.ปลาย เขาไม่ชอบเด็กช่างกล (ที่เกเร) นะ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า

ตอน ม.ปลายเคยมีเด็กช่างเดินตามตอนไปโรงเรียนติดๆ กันเป็นอาทิตย์ กลัวมาก ต้องให้พี่ไปส่ง ไปรับ

ก็เล่นใส่ห่วงคล้องจมูก ทำผมทรงอะไรไม่รู้ แถมหน้าตาก็น่ากลัว
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 14.26 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

อืมมมมมม
ความคิดเห็นที่ 4
หนุมานชาญสมร