|
คราวนี้ผมขอทำหน้าที่เป็นนักข่าวอาสาบ้างครับ ที่จะเอามานำเสนอคือ เรื่องของจดหมายที่ส่งมาทางไปรษณีย์ หน้าซองบอก ท่านอาจเป็นผู้พิชิตรางวัล 1,300,000.00 บาท มองไปเรื่อยๆ ใครนะส่งมาไม่เคยไปสมัครชิงโชคที่ไหน? ปรากฏว่ามาจาก "Reader Digest" เอ
คุ้นๆนะเคยอ่านเจอที่ไหน?
ดังนั้นคลังสมองที่เก็บฐานข้อมูลของผมค้นหา ได้ความว่า เมื่อสองปีก่อนเคยอ่านเรื่องราวแบบนี้ตามกระทู้เวบชื่อดังต่างๆ และเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมา อะไรเนี่ยมันตามมารังควานผมถึงบ้านแล้วหรือนี่ หน้าตาซองที่ว่ามันเป็นแบบนี้ครับ จึงนำมันมาแจ้งความแถลงไขกันครับ ด้านหน้าของซองครับ

ด้านหลังซองครับ 
ข้างในซองจะมีกุญแจรถจำลองใส่มาให้ 
จดหมายขึ้นที่ส่งมาบอกว่าเป็นชิงทองคำแท่งมูลค่าหนึ่งล้านสามแสนบาท 
หน้าตาซองด้านหลังที่จะให้ส่งกลับบริษัทเมื่อตอบรับเข้าร่วมชิงรางวัล 
ด้านในของซองที่จะให้ส่งกลับบริษัท ให้คุณเลือกสีของรถที่คุณอยากจะได้ โดยให้ดูรหัสกุญแจปลอมที่ส่งมาตรงกับรถรุ่นอะไรจึงชิงรถรุ่นนั้นได้ และให้ใส่รหัสบัตรเครดิตเพื่อตัดยอดค่าสมาชิก 
แผ่นพับโฆษณาสรรพคุณของหนังสือ 
จากที่ผมได้หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ความดังนี้ครับ เรื่องราวที่เกิดขึ้นของเจ้าทุกข์คนที่ 1 หนังสือ Reader's Digest (สรรสาระ) หนังสือเล่มนี้ดีจริงหรือ? กับการทำตลาดที่น่าสะอิดสะเอียน
คุณเคยได้รับจดหมายเชิญชวนคุณให้สมัครนิตยสาร Reader Digest บ้างไหมครับ
สำหรับคนที่เคยได้รับจดหมายก็จะรู้ดีว่า เขามีวิธีการเชิญชวนคุณแบบไหน เอาอะไรมาหลอกล่อคุณบ้าง หลายๆ คนคงรู้สึกไม่ต่างจากผม
ตอนแรกที่ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ก็รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านดี จึงสมัครสมาชิกไป หลังจากนั้น ผมก็ได้รับหนังสือเชิญชวนให้สมัครเล่มอื่นๆ อีก โดยเอกสารที่ได้รับจะเป็นเอกสารที่ระบุประมาณว่า คุณเป็นผู้ที่ถูกคัดเลือก มีไม่กี่คนที่โชคดีแบบคุณ มีรหัสระบุเป็นเลขอ้างอิง ( ซึ่งดูแล้วตัวเลขน่าจะเหมือนกับเกือบทุกฉบับ กับที่ส่งไปให้คนอื่นๆ สังเกตจากการพิมพ์ ) แม่ผมแก่แล้วอ่านไปนิดหน่อย พอแค่เห็นมีของรางวัลมากมายก็อยากได้ ก็ให้ลูกๆ มาช่วยกันตอบและส่งไป โดยหวังว่าอาจจะได้รางวัลใหญ่ตามนั้นบ้าง
แต่มันก็ยังมาอีกเรื่อยๆ 2 -3 เดือนครั้ง แต่ละครั้งก็จะมีรางวัลต่างๆ มาล่อใจอีก ผมจะยกตัวอย่างให้ดูนะ ว่าเขามีวิธีการหลอกล่อยังไง
- ถ้าของรางวัลเป็นรถ 1 คัน เขาก็จะมีเอกสารแสดงข้อมูลของรถคันนั้นแนบมาให้ พร้อมทั้งมีช่องให้เราติ๊กเลือก options ต่างๆ ของรถ ใครอยากได้อะไรก็ติ๊กๆๆๆ เลือกๆๆๆ ในกระดาษ พอติ๊กไปก็อยากได้ไป อยากได้นั้นได้นี่ เอาไรกันครับ อยากได้สีอะไร เกียร์ออโต้หรือธรรมดา? ระบบเครื่องยนต์? มีเบรกแบบไหน? กระจกไฟฟ้า เบาะหนังไม่หนัง
ฯลฯ อะไร ต่างๆ นานา เสมือนกับว่าเป็นการเขียนสั่งจองรถของเราเอง แถมมีกุญแจพร้อมรหัสกุญแจ (ที่อ้างว่าเฉพาะของเรา) แนบส่งมาหลอกล่อเราให้ดีใจเล่นอีกนะ
และยังต้องมีการตัดสติกเกอร์อันนั้นอันนี้ ไปแปะตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็ส่งกลับไปให้เขาเพื่อสมัครสมาชิก และลุ้นรับรางวัลใหญ่ แล้วก็เงียบ
- ถ้าเป็นเงินก็จะมีการส่งเช็คมาให้โดยมีชื่อคุณติดอยู่บนนั้น เป็นเช็คมูลค่า 1 000 000 บาท บางอันก็เขียนให้เวอร์ เช่น 5 060 000 บาท ซึ่ง อ่านดูดีๆ ข้างในเขียนว่า
"เงินรางวัลกว่า 6 160 000 บาท เป็นเงินที่ถูกสำรองไว้เพื่อรับประกันการมอบรางวัลทุกรายการ" (คือบวกมูลค่ารางวัล 1 100 00 บาท เขาไปด้วย) ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกันเลย แค่เอามาหลอกล่อเท่านั้น ใครโง่ อ่านไม่ดีก็คิดว่าเงินรางวัลสูงถึง 5 ล้าน กว่าบาท บางทีก็มีกระดาษเครือบปรอทมาให้ขูดดูว่าถ้าคุณสมัคร คุณจะได้รับรางวัลพิเศษอีกกี่ชิ้น คุณไม่ต้องขูดก็รู้ครับ ว่า 3 ชิ้นแน่นอน (มากสุด) แต่ทำเพื่อให้เรารู้สึกว่า เฮ้ยเราโชคดีจัง ได้อีกตั้ง 3 ชิ้นแหนะ แต่จริงๆ ยังไงก็ได้แบบนั้นอยู่แล้ว ถ้าสมัครไป
- และแบบอื่น ๆ อีกมากมายยยย สุดแล้วแต่ว่าเขาจะคิดอะไรออกมาได้ ก็จะเอามาหลอกล่อให้สมัครสมาชิกอีก ถ้าใครเคยได้รับก็คงจะรู้ดี และถ้าดูจากความจริงใจจากจดหมาย (ที่หาแทบไม่ได้) มันทำให้เราคิดว่า เงินรางวัลเหล่านั้นที่อ้าง มีการแจกจริงแค่ไหน เราจะมั้นใจได้อย่างไรว่าคนที่ได้รางวัลจริงๆ เป็นคนอ่านอย่างเราๆ ท่านๆ
ที่สำคัญผมอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมต้องมาหลอกล่อกันแบบนี้ด้วย ทำให้เราเหมือนคนโง่ๆ ที่ต้องมานั้งทำนู่นตัดนี่ ตามที่มันหลอกล่อให้เราทำเพื่อจูงใจให้เราสมัครสมาชิกกับมัน โดยมีของรางวัลใหญ่ๆ มา ผมไม่เขาใจทำไมหนังสือระดับโลก (ที่เขาอ้าง) มาทำการตลาดแบบนี้ ทำไมไม่เอาเงินรางวัลที่มาล่อต่างๆ มากมายขนาดนี้ ไปพัฒนาหนังสือให้ดีขึ้น เอาเงินไปเพิ่มเนื้อหาให้มากขึ้น หรืออะไรที่เป็นประโยชน์กับคนอ่านทุกๆ คน
ส่วนเนื้อหาในหนังสือ Reader Digest นี้ คุณคิดว่ามันน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน??
ลองอ่านกันให้ดีนะครับ ผมมีตัวอย่างมาให้อ่านกัน จาก หนังสือ Reader's Digest ฉบับ เดือนตุลาคม 2547 "ชาวยุโรปชาติใดยอดนิยมที่สุด รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สำรวจความเห็นของคนเกือบ 4 000 คน ใน 19 ประเทศ และพบคำตอบที่น่าทึ่งมากมาย"
คุณคิดดูนะ 4 000 คนใน 19 ประเทศ ตกเฉลี่ยประเทศละ 210 คนเท่านั้น!!! ข้อมูลระดับประเทศ!! ในแบบสำรวจระดับโลก เขาทำกันแบบนี้เหรอครับ 200 กว่าคนก็ในแต่ละประเทศ จะเอามาอ้างอิง สร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับข้อมูลในบทความนี้ได้อย่างไรครับ นี่เป็นแค่ตัวอย่างนะครับ ยังมีอีกหลายๆ บทความ ถ้าใครมีหนังสืออยู่ในมือลองกลับไปค้นหาดูนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่าจะเชื่อถือข้อมูลในหนังสือได้มากแค่ไหน
หนังสือที่ดีจริงๆ เขาสามารถอยู่ได้ด้วยการขายข้อมูลที่เป็นความจริง เนื้อหาสาระ ความน่าเชื่อถือ ความนิยมที่เขาค่อยๆ สะสมกันขึ้นมา ถ้าคิดกลับกัน หนังสือระดับโลกที่ทำการตลาดแบบ Reader's Digest เนี่ยมันหมายความว่าอย่างไร ?? ทั้งดูถูกคนอ่าน ดูถูกคนไทย มีใครอยากลองสมัครสมาชิกหนังสือระดับโลกที่ชื่อ Reader's Digest กันบ้างไหมครับ คุณอาจจะไดรับรางวัลเป็น เขาควายสวยหรู ใส่บนหัว
ซึ่งตอนนี้ผมมีอยู่บนหัวแล้วครับ โดนสวมให้อย่างไม่ได้ตั้งใจ
เวลาเขาส่งจดหมายมาถึงผม เขาก็จะเขียนว่า
"สวัดดีไอ้คนไทยหน้าโง่
รีบมาเปิดจดหมายของพวกกรูเร็ว กรูมีของมาหลอกrพวกมึงอีกแล้วนะ ข้อมูลจาก : http://www.torakhong.org/kratoo.php?t=1309
เรื่องราวที่เกิดขึ้นของเจ้าทุกข์คนที่ 2 มีใครเคยโดนแบบนี่บ้างจากหนังสือ Reader's Digest จู่ๆก็ได้รับจดหมายทวงหนี้จากหนังสือ Reader's Digest ว่าเราเป็นหนี้สั่งซื้อของจากหนังสือนี่ ถ้าไม่ชำระภายในกำหนด 7 วันจะทำเรื่องฟ้องให้สำนักงานกฏหมายมาทวงหนี้เรา แล้วก็มีเบอร์ของสำนักกฏหมายกับเบอร์ของหนังสือยี่ห้อนี่มา งง มากเพราะไม่เคยได้สั่งซื้ออะไรกับหนังสือยี่ห้อนี้เลย แม้นแต่จะซื้ออ่านก็ยังไม่เคย(แต่เคยเห็นเพื่อนอ่าน) ก็เลยโทรไปที่สำนักงานทนายความที่ให้เบอร์มาแต่ไม่มีคนรับ โทรหลายรอบ เลยโทรเข้าบริษัทหนังสือ ว่าเราไปสั่งซื้อของเค้าตั้งแต่เมื่อไรทั้งๆที่เราไม่เคย ปรากฏว่าเป็น ชุดตำราพร้อม cd เรียนภาษาอังกฤษ สั่งซื้อตั้งแต่ มีนาคม 2547 แล้ววาจาคนที่คุยกับเรานี่สุดๆเลย ลองดูบทสนทนานะครับ
"ผมว่าผมไม่เคยสั่งซื้ออะไรกับทางหนังสือของคุณเลยนะ" พนักงาน "แน่ใจหรอ?"
"แน่ใจสิครับ ไม่งั้นคงไม่โทรมาสอบถาม" พนักงาน "แต่ทางเราได้ส่งของไปให้แล้ว"
"ผมไม่เคยได้รับ เพราะถ้าได้รับก็ต้องจำได้บ้างหละ ที่สำคัญคือไม่ได้สั่งซื้อแน่นอน" พนักงาน "สั่งไม่สั่งไม่รู้ แต่ของส่งไปให้แล้ว"
"แล้วมีหลักฐานหรือเปล่าว่ามีผู้รับ เพราะผมอยู่กับยาย 2 คน ยายผมไม่รับของไว้แน่คนจีนเขียนภาษาไทยไม่ค่อยรู้เรื่องโดยปกติแกจะไม่เซนรับของอะไรอยู่แล้ว" พนักงาน "อันนี่ก็ไม่รู้ด้วย" "ทางทีดีคุณชำระเงินมาดีกว่า"
"อ้าว...! ทำไมผมต้องชำระด้วยหละ ผมไม่เคยสั่งซื้อ ของก็ไม่เห็นมีส่งมา เรื่องอะไรที่ผมจะต้องไปชำระเงินให้"
"ไม่เป็นไรถ้าไม่จ่าย ทางบริษัททวงหนี้ก็ทวงคุณเอง" แล้วก็กระแทกหูวางเลยครับ
มีใครเคยโดนบ้างเปล่าครับแบบนี่ ยังไม่หมดนะครับหลังจากนั้น 3 วันผมได้รับหนี้เพิ่มจากหนังสือยี่ห้อนี่ เป็นจดหมายเรียกชำระเงินเพิ่มอีก 3 รายการ เป็น สาราณุกรม 1 เล่ม หนังสือทำทุกอย่างได้ในคอมพิวเตอร์อีก 1 และ cd อะไรก็ไม่รู้อีก 1 ชุด รวมยอดค่าสั่งซื้อทั้งหมด หกพันกว่าบาท ทั้งที่ไม่เคยสั่งซื้อเลย และไม่เคยมีของอะไรส่งมามีแต่จดหมายให้เราไปชำระเงิน สงสัยมากๆว่าถ้าเป็นความผิดพลาดรายชื่อลูกค้าผิดทำมัยผิดตอนทวงหนี้ แล้วถ้าเป็นอย่างข้างต้น รายชื่อพร้อมที่อยู่ผมไปอยู่ที่นั้นได้อย่างไร อย่างที่บอกไว้ไม่เคยได้สั่งซื้ออะไรเลย หรือเป็นสมาชิกหนังสือก็ไม่เคย แล้วชื่อกับที่อยู่ผมไปอยู่กับบริษัทหนังสือนี่ได้อย่างไร อย่างนี่ผมจะทำอย่างไรดีครับ แจ้ง สคบ. ได้หรือเปล่า
ทำอย่างไรกับมันดีครับเนี้ย วันนี้ได้รับจดหมายเพิ่มรายการของมากอีก 3 รายการ ตอนนี่จาก 6000 เป็น 10000 แล้วครับ โทรไปก็ได้คำตอบเหมือนเดิม โทรเข้าสำนักกฏหมายก็ไม่มีคนรับ พฤติกรรมของหนังสือรายนี่เป็นอย่างไรกันแน่ครับ เค้าขายหนังสือให้คนอ่านจริงๆหรือครับ
../ ไม่คิดว่าจะโดน
ข้อมูลจาก : http://www.torakhong.org/kratoo.php?t=1756
ข้อมูลการจับรางวัลกับ Reder Digest : http://www.readersdigest.co.th/rd/rdhtml/th/sweepstake/st_rule.jsp จริงๆสมัยที่ผมเคยอ่านไม่ใช่ทั้งสองเจ้าทุกข์ข้างต้น สำหรับเรื่องที่นำมาเสนอสรุปได้ว่า ไม่มีหรอกของฟรีในโลก อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกที่จะตกเป็นลูกแกะที่เป็นเหยื่อสิงโต ในระบบการตลาดหรือเปล่า? เท่านั้นเองครับ ลองตรึกตรองแล้วคุณจะพบโลกแห่งความเป็นจริงครับ... อ่านเรื่องย้อนหลัง X-Japan กับอดีตวันวาน ดูดวงเรื่องเนื้อคู่กับ พ่อหมอชิกุวะ เร่เข้ามาไม่คิดเงินจ้า... มารู้จักนักรบเสื้อ Shop ช่างกลอาชีวะ คุณแน่แค่ไหน? ขอเปิดตัวบล็อกชิกุวะกับ บินกับเดินอากาศไทย เพียงงีบนึง
ก็ถึงแล้ว
|