• ส่องสร้างสังคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noom_admission@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-28
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 5067
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
ส่องสร้างสังคม
ปรากฏการณ์ทางสังคมสังคม ก่อเกิด เปลี่ยนแปลง และพัฒนาก่อรูปเป็นสิ่งซึ่งพวกเราทุกคนต้องตระหรนักถึงที่มาที่ไป เพื่อเข้าใจสภาวะธรรมแบบไร้อคติ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chonlathep
วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม 2550
ถอดระหัส รัฐธรรมนูญฉบับร่าง ปี 2550 กับอนาคตการเมืองไทย
Posted by ส่องสร้างสังคม , ผู้อ่าน : 256 , 18:26:49 น.  
พิมพ์หน้านี้


ชลเทพ ปั้นบุญชู นักวิชาการอิสระด้านสังคม (ยุวโฆษก)

ภาคเกริ่น(บ่นไปตัดพ้อไป)

     ผมเองได้มีโอกาสอ่าน "รัฐธรรมนูญฉบับร่าง(ปกเหลือง) ปี 2550 ซึ่งบรรดานักกฎหมายมหาชนในแต่ละสำนักออกมาชื่มชมกับผลงานว่าเป็นมาสเตอร์ พีช ที่ตนเองได้มีส่วนในการยกร่างครั้งนี้ รวมถึงอมาตย์ฝ่ายเก่าสายราชการและองค์กรอิสระ ผมเองยังอ่านไม่หมด เพราะอ่านไปแปลไป ตีความหมายไป เลยใช้เวลานาน(อย่างนี้แหละครับไม่ใช่นักกฏหมายมหาชน) เพราะต้องดูถึงเนื้อหา เจตนารมณ์ ของกลุ่มผู้ร่างด้วยจึงจะถือว่าครบถ้วน จะได้เข้าใจโลกทัศน์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้อย่างลึกซึ้งและถ่องแท้

ภาคสารัตถะ(วิพากษ์วิจารณ์แกมเหน็บ)


     สิ่งที่ผมได้รับจากการอ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมไปถึงข้อวิพากษ์จากสำนักอื่นที่นักวิชาการสายรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ออกมาสนับสนุนและโต้แย้ง ทำให้คิออะไรได้หลายอย่างจนเกิดมุมมองที่อยากจะนำเสนอดังต่อไปนี้

ประการแรก


     รัฐธรรมนูญฉบับนี้จริงๆเนื้อหาสาระอาจมิได้แตกต่างอะไรกับปี 2550 มากนัก สิ่งที่ต่างกันก็คือ การเพิ่มเติมอำนาจการตรวจสอบจากภาคส่วนต่างๆ รวมไปถึงสัดส่วนและที่มาของสส สว และการเพิ่มสิทธิ เสรีภาพให้ชัดเจนครอบคลุมขึ้น (ของชนบางกลุ่มซึ่งมิอาจรวมเพศที่3)เข้าไปผนวกด้วย เพราะบางประโยคบางวรรคตอนก็คัดลอกมาเสมือนหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี2540 ฟื้นคืนชีพ แต่สิ่งที่ต่างก็ตรงที่มาของร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ค่อยสง่างาม นั่นก็คือกำเนิดขึ้นมาจากอำนาตเผด็จการทหาร แล้วคัดกรองคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาร่าง(ซึ่งเป็นที่ยอมรับ?)และมัดมือชก ซึ่งในส่วนนี้จึงแตกต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับปี2540ที่คลอดกมาจากภาคส่วนประชาชนทั่วทั้งประเทศอย่างแท้จริง ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็หมายความว่า "ร่างดีไม่จำเป็นต้องมาจากประชาธิปไตย หรือร่างที่มาจากประชาธิปไตยก็ไม่จำเป็นต้องดี(เพราะได้ฉีกทิ้งไปแล้ว) สิ่งเหล่านี้จึงอาจเรียกได้ว่า "ประชาธิปไตยแบบชี้นำ"(คือมีคนกำกับดูแลให้ เหมือนกับผู้ใหญ่ดูแลเด็ก)นั่นเอง

ประการต่อมา


     ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ลดอำนาจของฝ่ายบริหารแบบรัฐสภาลงซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือทำให้รัฐบาลรอบคอบและรับผิดชอบต่อนโยบายมากขึ้น แต่ข้อเสียก็อาจมีผลทำให้การทำงานล่าช้าเช่นเดียวกับในอดีตซึ่งไม่อาจตอบสนองได้ทันท่วงที อดีตจากการใช้รัฐธรรมนูญปี2540อาจทำให้มองเห็นภาพได้สองด้านคือในส่วนที่ทำงานเร็วแต่ในขณะเดียวกันก็๋ทำให้ฝ่ายบริหารและ(นิติบัญญัติ)มีอำนาจในสภามากแบบชนิดที่ว่าไม่เคยมีมาก่อนจนทำให้กฏหมายที่คลอดออกมาผ่านฉลุยทุกวาระ (ซึ่งงอาจมีผลเสียต่อส่วนรวมในภายหลัง)

ประการสุดท้าย


     รัฐธรรมนูญฉบับร่างได้เขียนมาตรา 309 ในบทเฉพาะกาล ความว่า" บรรรดาการใดใด ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช2549(เรียกฉบับ คมช. )ว่าเป็นการชอบด้วยกฏหมายรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้"


     ข้อนี้ผมสงสัยเช่นเดียวกับฝ่ายที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามีไว้เพื่ออะไร? หรือเพื่อยอมรับการทำรัฐประหารว่าเป็นประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย(แบบไทยๆ) หรือให้คมช.ได้รับคำยกย่องว่าเป็นฮีโร่ และเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง ผมเองก็มิอาจก้าวล่วงคมช.ได้มากนักเพราะระบบการปกครองแบบบ้านเราใช้ผู้น้อยเข้าหาผู้ใหญ่ (ระบบผู้หลักผู้ใหญ่)เพื่อให้อำนาจบารมีแห่งท่านคุ้มครองเรา(ประชาชนตัวเล็กๆ) อำนาจดังกล่าวเบ็ดเสร็จและเด็ดขาดยิ่งนัก
แต่สิ่งที่ลึกไปกว่านั้น เราไม่อาจแน่ใจได้ว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยแบบเต็มใบ เพราะการทำรัฐประหารก็มีขึ้นเรื่อยมาในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่มีรัฐธรรมนูญใช้มากว่า 75 ปี เพราะการทำรัฐประหารก็คือการยึดครองอำนาจของประชาชน(ที่เลือกตั้งมาถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะไม่มีคุณภาพ) มาครอบครองไว้ชั่วระยะหนึ่ง(ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ)จึงค่อยปล่อยกลับไปสู้ภาคประชาชนใหม่อีกครั้ง การเมืองการปกครองบ้านเราจึงมีวงจรแบบ"วัฏสงสาร" เวียน ว่าย ตาย เกิด ไม่จบไม่สิ้น นี่แหละครับ "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร เป็นเอกลักษณ์ของชาติ


     ไม่รู้คนอื่นคิออย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ผมกลับอยากให้ร่างนี้ผ่านมากๆ(ตัวสั่นเลย) ถ้าหากร่างนี้ผ่านจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นเยอะ(ถ้าเป็นไปได้จริงตามที่กล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ) เพราะมีหลายมาตราในร่างดังกล่าวเขียนไว้น่าประทับใจยิ่งราวกับจะทำให้สิ่งที่คิดเชิงอุดมคติกลายเป็นความจริง(ไม่ใช่ฝันลมลมแล้งๆ)ของไพร่ฟ้าหน้าใส เช่น
" มาตรา 49 บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการศึกษาไม่น้อยกว่า12ปี ที่รัฐจะต้องจัดการให้อย่างทั่วถึงและมัคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายผู้ยากไร้ ผู้พิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก ต้องได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่งและการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อให้ได้รับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลออื่น"
ผมจึงได้จับจ้องเฝ้าดูว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามา จะนำมาตรานี้และมาตราอื่นๆมาปฏิบัติได้มากน้อยเพียงไร เพราะการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าที่ผ่านมาเน้นแต่เพียง"ปริมาณ" หากแต่ยังขาด "คุณภาพ" แล้วจะมีวีธีวางนโยบายอย่างไรมาจัดระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียม(ในเชิงคุณภาพ) เพราะการจัดการศึกษาบ้านเราทุกวันนนี้ยังเหลื่อมลำกันมากทั้งในเขตเมืองและเขตชนบท (ในเรื่องคุณภาพในเรื่อง ปัญหาครูขาดแคลน สื่อการศึกษาและอื่นๆ) หรือเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มอายุ12-18ปี ถูกเบียดขับออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน(คือไม่สามารถได้รับการศึกษาหรือเข้าไม่ถึงระบบนั่นเอง)วซึ่งมีอยู่จำนวนมาก(อ้างในงานวิจัยนครภิวัฒน์และวิถีชีวิตเมือง สถาบันวิจัยประชากรศาสตร์ ม.มหิดล)


ภาคปัจฉิม(เหนื่อยและรอความหวัง)


     สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ก็คือ บ้านเมืองเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการปลูกฝังประชาธิปไตย ซึ่งมันน่าจะเริ่มจากเด็กในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา เพราะในระบบโครงสร้างการศึกษาไทย สอนให้เรายอมรับอำนาจ จากคำสั่งที่ถูกชี้นำมาโดยตลอด ครูชี้นำนักเรียน(ซึ่งบางอย่างอาจปราศจากเหตุและผล) ไม่เคยได้กำหนดทิศทางเองได้ ดูได้จากระบบแอชมัชชั่นส์ หรือระบบการสอนที่เน้น ผู้สอนเป็นศูนย์กลาง(แบบชี้นำ) มิใช่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางซึ่งเป็นแนวคิดที่ยังเป็นไปได้น้อยมาก ทำให้เด็กไทยขาดกระบวนการเรียนรู้สร้างสรรค์ หรือนิสัยแบบประชาธิปไตย (กำหนดทิศทางเองได้และไม่ถูกยัดเยียด) จึงอยากที่จะให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านได้รับรู้และแก้ไขในดอกาสต่อไปเพื่อสร้างรากฐานประชาธิปไตยให้กับภาคเยาวชน

ปล.

 
     บทความชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ การเมืองของไพร่ เขียนโดยอาจารย์พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ การปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้นำเสนอระบบการเมืองไทยและระบบโครงสร้างซึ่งทำให้ผู้เขียนมีความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้


     บทความนี้แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง การปกครอง แต่ผู้เขียนพยายามจะใช้มุมมองทาง มานุษยวิทยา เข้ามาศึกษาปรากฏการณ์ดังกล่าว จึงอาจมีความบกพร่องไม่มากก็น้อย สิ่งหนึ่งซึ่งเกิดจาก ความรู้อันน้อยนิดของผู้เขียนเอง และความอ่อนด้อยทางปัญญา ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้จึงขอน้อมรับความผิดพลาดทุกประการ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 18.47 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ก็คือ บ้านเมืองเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการปลูกฝังประชาธิปไตย ซึ่งมันน่าจะเริ่มจากเด็กในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา เพราะในระบบโครงสร้างการศึกษาไทย สอนให้เรายอมรับอำนาจ จากคำสั่งที่ถูกชี้นำมาโดยตลอด ครูชี้นำนักเรียน(ซึ่งบางอย่างอาจปราศจากเหตุและผล) ไม่เคยได้กำหนดทิศทางเองได้

.............................................................................

ขออนุญาติมองต่างมุมหน่อยนะคะ ประชาธิปไตย

ในยุคปัจจุบันลงลึกในเด็กแล้วค่ะ ...เลือกประธานนักเรียน

ใช้วิธีการเหมือนการเลือกตั้ง สส. ทุกประการ

และกิจกรรมในโรงเรียน หลายประเภททีเดียว ที่เด็กคิด

เอง ทำเอง จนบางครั้ง ครูต้องยั้งเสียด้วยซ้ำ ไม่ให้

มีประชาธิปไตยจนเกินขอบเขต เช่น การแต่งกาย ชุด

ดรัมเมเยอร์เอย .....ฯ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31