• ส่องสร้างสังคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : noom_admission@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-28
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 4283
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
ส่องสร้างสังคม
ปรากฏการณ์ทางสังคมสังคม ก่อเกิด เปลี่ยนแปลง และพัฒนาก่อรูปเป็นสิ่งซึ่งพวกเราทุกคนต้องตระหรนักถึงที่มาที่ไป เพื่อเข้าใจสภาวะธรรมแบบไร้อคติ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chonlathep
วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน 2550
การลาออกของ รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที กับวิวาทะว่าด้วยเรื่อง ความชอบธรรม ในมุมมองหลักรัฐศาสตร์ /นิติศาสตร์ ใครผิด!ใครถูก!
Posted by ส่องสร้างสังคม , ผู้อ่าน : 170 , 17:21:34 น.  
พิมพ์หน้านี้


การลาออกของ "รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที" กับวิวาทะว่าด้วยเรื่อง

 "ความชอบธรรม" ในมุมมองหลักรัฐศาสตร์ /นิติศาสตร์ ใครผิด!ใครถูก!

                            ชลเทพ ปั้นบุญชู นักวิชาการอิสระด้านสังคม(ยุวโฆษกและกลุ่ม YPD)

     เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมได้ชมโทรทัศน์ช่วงเย็นๆช่องหนึ่ง เห็นข่าวการประกาศรายชื่อ รัฐมนตรี ที่ถือหุ้นเกิน5% มีด้วยกัน3ท่านคือคุณ(ลุง)อารีย์ เจ้ากระทรวงมหาดไทย คุณ(ป้า)อรนุช รองเจ้ากระทรวงพานิชย์ และคุณ(อา)สุทธิชัย เจ้ากระทรวงไอซีที ในรัฐบาล(เฉพาะกิจ)ของพลเอกสุรยุทธ์ จากประกาศของ ปปช. ซึ่งทำให้ผมยิ่งแปลกใจว่า บทบาทของปปช.เองได้หายไปจากพื้นที่ทางสังคมตั้งแต่สมัยอดีตนายยกคนก่อน แต่ผมกลับเห็นบทบาทปปช.บรรเลงนาฏลักษณ์ผู้พิทักษ์ "รัฐบาล" มาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งอั้นไม่ไหว เลยต้องออกมาปล่อยพลังในฐานะ "องค์กรอิสระ"ที่มีอำนาจสูงในรัฐธรรมนูญฉบับนี้

     แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะไม่มีผลทางกฏหมาย เพราะประกาศ คปค ฉบับ2549 ที่ถือใช้เป็นหลักปกครองเวลานั้นมิได้ระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องแจ้งการถ้อครองหุ้นต่อ ปปช อย่างในรัฐธรรมนูญฉบับปี2540(ก่อนประกาศคณะปฏิรูป) อันนี้ผมพอเข้าใจครับ เพราะพวกท่านทั้งหลายต่างจับพลัดจับผลู ขึ้นมาเป็นรัฐบาล (จำเป็น) และได้จำแลงแปลงร่างของพวกท่านจาก "คนธรรมดา"มาเป็น "เสนาบดี" โดยมิทันตั้งตัว ใช้ระยะเวลาแค่เพียงชั่วข้ามคืน จึงทำให้ไม่มีเวลาที่จะตระเตรียมการ "ยักย้าย" "ถ่ายโอน" "แอบซ่อน" หุ้นที่ติดตัวท่านอยุ่ให้หลุดออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความไม่เคยเป็น "นักการเมืองอาชีพ " ในสังเวียน ทำให้พวกท่านมิอาจทราบถึงจารีตประเพณีของ การดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งจำเป็นต้อง ยักย้าย ถ่ายโอน แอบซ่อน หุ้นเอาไว้มิให้เกิน 5% อันนี้ต้องลองไปคุยกับท่านทักษิณและรัฐบาลชุดที่แล้วครับ เพราะท่านเก่ง สามารถ"เคลื่อนย้าย"หุ้นของพวกท่าน ให้หายแว๊บไปชั่วพริบตาราวกับว่าไม่เคยมีหุ้นอันมหาศาลนั้นอยู่จริงๆ

ไม่รู้ว่าเจ้ากระทรวงท่านจะ "บกพร่องโดยสุจริต" หรือ "แอ๊บแบ๊ว" แต่ประการใดแต่เรื่องนี้หากจะพูดในเชิงเนื้อหาแล้วจะมีจุดที่น่าสนใจหลายประเด็น

ประเด็นแรก เมื่อได้ทำการรัฐประหาร(ประหาร รัฐโดยการทำลายรัฐธรรมนูญฉบับเดิม) ด้วยปากกระบอกปืนช่วง19 กันยายน 2549 จากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มีอันสิ้นสภาพไป โดยให้ถือประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองมีผลใช้บังคับ หลังจากที่ยึดอำนาจสำเร็จและได้รับความชอบธรรมทางกฏหมายของรัฐในการปกครองประเทศโดยเนื้อหาสาระมิได้กล่าวถึง การถือครองหุ้น ของผู้ดำรงตำแหน่งบริหาร อย่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540

ประเด็นที่สอง ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่ การผ่านประชามติ แบบฉิวเฉียด และได้ประกาศให้มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ได้ลงเงื่อนไขไว้ในบทเฉพาะกาลในรายละเอียดเกี่ยวกับ การดำรงตำแหน่งของรัฐบาลชั่วคราวนี้เป็นลักษณะ(อภิสิทธิ์)พิเศษไว้ ว่ามิให้นำเงื่อนไขที่บัญญัติที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี2550มาเป็นเงื่อนไขบังคับใช้กับรัฐบาล(ชั่วคราวชุดนี้) เพื่อให้เกิดความสะดวกในทางบริหาร(ที่มิต้องรับผิด) อันเนื่องจากว่าพวก"ท่าน" มีที่มาที่พิเศษ จากการแต่งตั้ง เพื่อแก้วิกฤติการณ์ของชาติ พวกท่านจึงดำรงตนในฐานันดรที่สูงเกินกว่ากฏหมาย(รัฐธรรมนูญ)จะเอาผิดได้(อันนี้ผมคิดเองนะครับอย่าซีเรียส)

     ดังนั้นการที่ สามรัฐมนตรีที่ถูกปปช เอ่ยชื่อจึงมิต้องรับผิด(ชอบ)ในทางกฏหมาย เพราะพวกท่านได้รับ "ความชอบธรรมทางกฏหมาย"(legality) นั่นก็หมายถึง พวกท่านทำถูกต้องทางกฏหมายที่มิได้ระบุไว้ว่าจะต้องแจ้งการถือครองหุ้น แต่ผมกลับชื่นชม ท่านสิทธิชัย รมว.ไอซีที (เป็นการส่วนตัว) ที่ท่านเสียสละตนเพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองของท่านโดยการลงจากเก้าอี้ เจ้ากระทรวง เพราะท่านตระหนักถึง คุณสมบัติหนึ่งของนักการเมืองที่ดี แต่นักการเมืองไทยไม่ค่อยมีกันนั่นก็คือ "ความชอบธรรมทางการเมือง"(legitimacy) คำที่ผมกล่าถึงนี้มันคือ "ความสง่างาม"ที่นักการเมืองพึงจะมีในการดำรงตำแหน่ง และมีความยั่งยืนมากกว่า "ความชอบธรรมทางกฏหมาย" เสียด้วยซ้ำ เพราะมันหมายถึงการที่คนคนหนึ่งที่มีความสง่างามที่จะดำรงตำแหน่งอย่างปราศจากข้อครหา ในวงสังคม ซึ่งรัฐบาลและรัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นย้ำถึงคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นสรณะมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา

     แนวคิดที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นมันยืนกันคนละจุดครับ เปรียบเสมือนทางสองแพร่งคู่ขนานที่มิอาจจะมาบรรจบกันได้ นักวิชาการทั้งสายนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์จึงเกิด วิวาทะกันจนไม่สามารถหาข้อยุติที่สิ้นสุดได้ ที่หลายคนชอบเรียกว่า จะใช้หลัก รัฐศาสตร์ หรือหลัก นิติศาสตร์ ในการตัดสินนั่นเอง หลักทั้งสองนี้มีธรรมชาติและวัฒนธรรมของศาสตร์ที่แตกต่างกัน หลัก นิติศาสตร์ จะมุ่งเน้นถึงตัวกฏหมาย เป็นหลัก ซึ่งธรรมชาติของมันมีสภาพ ใช้บังคับ กับคนในรัฐ เพื่อรักษาระเบียบบรรทัดฐานไว้ สาระในตัวกฏหมายจึงอยู่ภายใต้มิติการเวลา และสถานที่ แต่อธิบายอย่างคลาสสิคว่า "กฏหมายได้ระบุไว้ "ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร(ลักษณะกฏหมายแบบลายลักษณ์อักษร) สามารถตอบกับคนในรัฐนั้นๆได้โดยปราศจากเงื่อนไขอื่นใดที่นอกเหนือจากนี้ เปรียบเสมือนคำภีร์เทวดาของผู้ปกครองรัฐที่สามารถใช้ กฎหมาย ในมิติแห่งอำนาจนั่นเอง ส่วนหลัก รัฐศาสตร์ มักเห็นกกหมายเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการปกครอง ซึ่งต้องใช้หลักอื่นๆมาประกอบด้วยตามครรลองการปกครองแต่ละแบบเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แห่งอำนาจ(ที่แท้จริง) ต้องมีความชอบธรรมตามจารีต ต้องได้รับการยอมรับและฉันทานุมัติของคนในสังคม

     ท่าสุทธิชัย พยายามชี้ให้เห็นว่า ในเมื่อตัวท่านมีปัญหาบางอย่าง จากเหตุผลใดใดก็แล้วแต่ แต่มีผลกับการปกครองในเรื่อง จริยธรรม ท่านจึงแสดงจุดยืนเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณืนั้นๆด้วยการลาออก อันเป็นการยึดบทบาทที่ รับผิดชอบ ทางการเมือง เป็นความคิดที่ข้ามพ้น "ความชอบธรรมทางกฏหมาย" ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่ท่านจะมีคนให้กำลังใจผ่าน sms อย่างท่วมท้นและทุกคนชื่นชมสปิริตในการตัดสินใจของท่าน ในห้วงจังหวะแห่งความคิดของผมจึงเรียกวิธีการนี้ว่า "บรรทัดฐานใหม่"ทางการเมืองไทย และจะเป็นช่องทางในการพัฒนาจริยธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ต่อไป ลองดู ท่านอดีตนายก ทักษิณ สิครับ ท่านล่มสลายเพราะมิได้แสดงความชอบธรรมทางการเมืองให้ประจักษ์ในสังคม ถึงแม้ท่าจะปฏิบัติตามกฏหมาย(แบบมหาอุดช่องโหว่และหาลู่ทางเบี่ยงเบนกฏหมายให้เป็นเทคนิคปฏิบัติจนเจตนารมณ์ของหลักการณ์ได้ป่นปี้ไปหมด)

     แต่ที่กล่าวมานี้ ผมมิได้ตำหนิอีกสองท่าน ที่มิได้ลงจากตำแหน่งเช่นเดียวกับท่านสิทธิชัย (เดี๋ยวท่านจะเสียใจจนไม่เป็นอันทำงาน) เพราะผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลว่าอะไรคือ"ความเหมาะสม" หรือ"ควรกระทำ" พวกท่านก็มิได้อายุไล่เลี่ยกับผมที่ยังเด้กอยู่จะได้มองอะไรตื้นๆ แคบๆ แต่กลับมีวัยวุฒิมากกว่าครึ่งชีวิต ของมนุษยชนที่พึงจะมี ประสบการณ์จะเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจ และผมก็เคารพการตัดสินใจของแต่ละท่านครับ(ถึงแม้จะขัดกับความรู้สึกผมอยู่บ้างสักเล็กน้อย)แต่ผมก็เชื่อว่าเหตุผลย่อมฟังขึ้นแน่นอน

ปล.

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเรื่อง ประชาธิปไตย ไม่ใช่ของเรา ของคุณศิโรตม์   คล้ามไพบูลย์  นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์สายโพสต์ โมเดิร์น

ผู้เขียนมีความอ่อนด้วยทางปัญญา และอาจถูกตำหนิในมุมมองด้าน รัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ ที่ได้นำเสนอไป ภูมิรู้ทางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์แบบงูๆปลาๆ จึงถือเป็นจุดอ่อนในการพิพากษ์ครั้งนี้ โดยส่วนตัวเป็นเพียงอดีตนักเรียนสังคมมานุษยวิทยาปลายแถวจึงมิอาจเอาสาระได้อย่างจริงจัง และขอน้อมรับความผิดพลาดในการเขียนครั้งนี้ทุกประการ ที่สำคัญอยากจะขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าเป็นเพียงมุมมองส่วนตัวที่อยากนำเสนอเท่านั้น


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
คนใส่แว่น วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

นานาจิตตัง ครับ
ในความคิดผม
อะไรก็ได้
ขอแค่
สุจริตใจ และ ไม่เจตนาจริง
ก็
ยอมรับได้ ครับ

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30