*/
  • ชุมชนพหลโยธิน24
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-10-21
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 78980
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม 2552
Posted by ชุมชนพหลโยธิน24 , ผู้อ่าน : 32147 , 16:47:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ข้อมูลจาก นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ บล็อค บ้านสุขภาพ

http://www.oknation.net/blog/health2you/2008/10/18/entry-1

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำโปสเตอร์คำแนะนำเรื่อง "บัญญัติ 10 ประการเพื่อช่วยเหลือตนเองเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในอาคาร บ้านเรือน และตึกแถว"

ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

...

(1). ควบคุมสติให้ได้ อย่าตื่นเต้น ตกใจ

  • เรื่องนี้ก็เหมือนกับเรื่องอีกหลายๆ เรื่องในชีวิตคือ "พูดง่าย-ทำยาก" แต่ถ้าทำได้จะเกิดประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล

...

  • ทางที่ดีคือ หมั่นฝึกฝนไว้จะได้ไม่ลนจนทำอะไรไม่ถูก เช่น ขอเข้าร่วมการฝึกดับเพลิงเป็นประจำ ฯลฯ เพราะคนที่ผ่านการอบรมฝึกฝนมาดี (well-trained) มักจะควบคุมสติได้ดีกว่าคนที่ไม่ผ่านการอบรมฝึกฝนเสมอ

...

(2). ดึงอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ ในบริเวณใกล้เคียง

  • ข้อนี้ก็ "พูดง่าย-ทำยาก" เช่นกัน เนื่องจากเมืองไทยเราไม่ค่อยมีเครื่องแจ้งเหตุไฟไหม้

...

  • วิธีง่ายๆ คือ ใช้ปากตะโกนดังๆ ว่า "ไฟไหม" ซึ่งถ้าตะโกนในสถานที่ที่มีคนแออัด เช่น โรงหนัง ฯลฯ ต้องระวังโรค "เหยียบกันตาย" ซึ่งมักจะเกิดจากคนหมู่มากตกอกตกใจ แย่งกันหนีตาย เลยทำให้คนบางคนตายเร็วขึ้น(จากการถูกเหยียบ)
  • เพราะฉะนั้นต้องหาทางหนีทีไล่ดีๆ เช่น หลบไปด้านข้างให้พ้นทางเดิน ฯลฯ ก่อนตะโกน

...

(3). ถ้ามีถังดับเพลิง ให้ใช้ถังดับเพลิงดับไฟ

  • ข้อนี้ก็ต้องเตรียมการให้ดีก่อน ทั้งการหาถังดับเพลิงขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง ที่สำคัญคือ เลือกขนาดที่เรายกไหว ฝึกฝนวิธีใช้เป็นประจำ และฟิตร่างกายให้แข็งแรง

...

  • เมืองไทยเราที่ตายไปกับไฟบ่อยๆ คือ เมาหลับไปบ้าง สูบบุหรี่แล้วหลับไป บุหรี่ติดไฟบ้าง หรือผิงไฟแล้วไฟไหม้บ้าง
  • เรื่องเหล่านี้ถ้าเลิกบุหรี่ เลิกเหล้าได้... โอกาสถูกย่างทั้งเป็นจะลดลงไปมาก

...

 

...

(4). ถ้าดับไม่ได้ให้รีบหนี และปิดประตูให้ดีด้วย

  • การปิดประตูให้ดีมีส่วนช่วยชะลอไฟให้ไหม้ช้าลง และลดความเสี่ยง (โอกาส) ถูกควันไฟลวก

...

  • สาเหตุการตายจากไฟไหม้ส่วนหนึ่งคือ การสำลักควันไฟ การปิดประตูก่อนเผ่น (วิ่งหนี) จึงมีความสำคัญมากๆ

...

(5). หนีไฟทางบันได อย่าใช้ลิฟต์

  • เวลาหนีไฟจะต้องหนีทางบันได อย่าใช้ลิฟต์ เนื่องจากเวลาไฟไหม้จะมีโอกาสเกิดไฟ(ฟ้า)ดับสูงมากๆ

...

  • นอกจากนั้นทีมดับเพลิงจะต้องทำการตัดไฟฟ้า เพื่อป้องกันการถูกไฟช็อต... การใช้ลิฟต์หนีไฟจึงไม่ค่อยต่างอะไรจากการเข้าไปอยู่ในตู้อบ ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการถูกอบ ย่าง หรือเผาทั้งเป็น
  • การที่จะวิ่งหนีลงบันไดได้เร็วพอนี่... สมรรถภาพทางกายมีความสำคัญมากๆ จึงควรฝึกเดิน และเดินขึ้นลงบันไดเป็นประจำ ร่างกายจะได้ฟิตพอ ไม่เป็นลมเป็นแล้งไปก่อนหนีไฟได้สำเร็จ

...

(6). ถ้าเส้นทางหนีไฟมีควัน ให้หมอบลง คลานหนีควัน(ไฟ)

  • ธรรมชาติของควันอย่างหนึ่งคือ "ใฝ่ต่ำแต่ไม่ติดดิน" ทำไมไปคล้ายกับสันดานคนเลวบางคนที่เลวด้วย หยิ่ง(จองหอง)ด้วยก็ไม่ทราบ

...

  • เพราะฉะนั้นเวลาหนีควันไฟ... ต้องหมอบราบลง ทำตัว "ติดดิน" เข้าไว้ คลานไปๆ จนหนีไฟได้สำเร็จ

...

(7). ถ้าเสื้อผ้าติดไฟ ให้กลิ้งตัวลงบนพื้น

  • ถ้าไฟเกิดไหม้เสื้อผ้า อย่าเพิ่งวิ่ง เพราะยิ่งวิ่ง... ไฟจะยิ่งลุกลาม ให้หยุดนิ่ง และล้มตัวลงนอนกับพื้นทันที

...

  • หลังจากนั้นให้ใช้มือปิดหน้า กลิ้งตัวทับเสื้อผ้าที่ติดไฟจนดับ

...

(8). แตะก่อนเปิด (ประตู)

  • สาเหตุการตายจากไฟไหม้ที่สำคัญ... นอกจากความร้อนจากไฟแล้ว การตายจากการสำลักควันไฟก็พบได้บ่อยมากๆ

...

  • ก่อนเปิดประตูเข้าไปในห้อง... ไม่ว่าจะห้องใดก็ตาม ต้องใช้วิชานินจา เอาหลังมือไปแตะบานประตู หรือลูกบิดประตูก่อนเสมอ
  • ถ้าบานประตูหรือลูกบิดประตูร้อนมักจะหมายถึงว่า มีไฟไหม้อยู่ในห้อง

...

  • ถ้ามีควันเล็ดลอดออกมามักจะหมายความว่า มีควันไฟอยู่ในห้องถัดไป
  • อย่าเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มีไฟไหม้ หรือมีควันไฟ (ยกเว้นจำเป็นจริงๆ)

...

(9). ถ้าติดอยู่ในอาคาร...

  • ถ้าติดอยู่ในอาคาร... ให้ปิดประตูและหน้าต่างด้านในอาคารป้องกันควันไฟ ใช้ผ้าชุบน้ำอุดตามช่องว่างตามซอกประตูหรือหน้าต่าง

...

  • หลังจากนั้นให้เปิดหน้าต่างด้านนอกอาคาร ใช้ไฟฉายหรือผ้าโบก เพื่อให้คนนอกอาคารรู้ตำแหน่งที่แน่นอน
  • ถ้ามีโทรศัพท์มือถือ... ให้โทร.บอกตำแหน่งคนที่รู้จักให้เร็วที่สุด (ตรงนี้ผู้เขียนขอเสริมเข้าไป) ยุคนี้อย่าไปไหนโดยไม่มีโทรศัพท์มือถือจึงจะดี

...

...

(10). ถ้าหนีได้และมีคนอื่นตกค้าง

  • ถ้าหนีออกมาจากอาคารได้... ให้รีบแจ้ง "มืออาชีพ" ได้แก่ พนักงานดับเพลิงหรืออาสาสมัครป้องกัน-บรรเทาสาธารณภัย เพื่อจะได้ช่วยคนที่ตกค้างอยู่ในอาคารถูกตามหลักวิชาการ

...

  • เวลาแจ้งข่าว... อย่าทำตัววุ่นวาย เช่น ร้องไห้ ตะโกน คลุ้มคลั่ง ฯลฯ จนคนอื่นทำอะไรไม่ถูก (คนไข้และญาติคนไข้จำนวนมากมักจะสร้างปัญหานี้จนไปรบกวนการทำงาน ทำให้พยาบาลและหมอทำอะไรผิดพลาดบ่อยมาก)
  • และที่สำคัญ... อย่าเพิ่งด่าหรือโทษคนอื่น เช่น ทำไมรถดับเพลิงมาช้า (โดยเฉพาะรถในกรุงเทพฯ ติดแบบนี้ ไม่มีทางมาได้เร็วเลย) ฯลฯ

...

  • ทางที่ดีกว่าคือ... ให้พูดช้าๆ ชัดๆ หรือเขียนใส่กระดาษให้ชัดเจน เนื่องจากการสื่อสารที่ดีมีผลต่อความอยู่รอดของพวกเราทุกคน
  • และอย่าลืม... กล่าวคำขอบคุณ ขอบใจทุกคนทุกฝ่ายที่เข้าไปช่วยเหลือเราเสมอ เพื่อให้กำลังใจคนอื่นในการทำดี และแสดงความเป็นคนมีจิตใจสูงของเรา (กตัญญูกตเวที) ของเราออกมาให้ได้

...

การเตรียมการตัวเราให้พร้อมอยู่เสมอ เช่น ใช้วัสดุไม่ติดไฟทำอาคารบ้านเรือน เตรียมเครื่องดับเพลิงหรือระบบดับเพลิง (เช่น ระบบฉีดน้ำอัตโนมัติ ฯลฯ) ไว้ให้พร้อม ฟิตร่างกายให้แข็งแรง ฯลฯ มีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสรอดในเวลาเกิดภัยพิบัติแทบทุกอย่าง

ถ้าท่านผู้อ่านนับถือพระพุทธศาสนา... การถวายเครื่องดับเพลิงให้วัดวาอารามมีส่วนช่วยรักษาสมบัติของชาติบ้านเมืองได้มาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มาไทยส่วนใหญ่มาเพื่อชมศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย

...

นอกจากนั้นการไม่ปรุงอาหารประเภท "ลวกๆ เผาๆ" เช่น ลวกหอยแครงทั้งเป็น เผาปลาทั้งเป็น ฯลฯ มีส่วนช่วยป้องกันผลกรรมในอนาคตได้

ถ้าเคยทำมาแล้วก็อย่าเพิ่งตกใจ... ควรหาทางปล่อยหอย ปล่อยปลาตามโอกาส เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา และควรตั้งใจว่า จะไม่ทำเช่นนี้อีก

...

การหลีกเลี่ยงไม่จุดธูปเทียนในบ้าน โดยใช้ของหอม เช่น ดอกไม้ น้ำอบ น้ำหอม มะลิ ฯลฯ เป็นเครื่องบูชาของหอม และถวายไฟแบบประหยัดพลังงานเป็นการถวายแสงสว่าง เช่น เครื่องบูชาที่ใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน ฯลฯ มีส่วนป้องกันไฟไหม้ได้

ถ้าจำเป็นต้องจุดธูปเทียนในบ้าน... ควรจุดเฉพาะในที่ที่อากาศระบายได้ดี เพื่อป้องกันอันตรายจากควันไฟ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง หรือมะเร็งได้

...

และควรจุดธูปเทียนเฉพาะในบริเวณที่ไม่มีวัสดุติดไฟง่าย เช่น มีโลหะ กระเบื้อง ฯลฯ ล้อมรอบ อย่าจุดธูปเทียนทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

ขอบพระคูณ คุณหมอนพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ที่ให้ความรู้กับประชาชน โดยทั่วไป


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน