| บูตะเซ็ง | ||
เซ้งจริงๆ โดนม่ามี๊แกล้ง เฮ้อ |
||
|
View All |
||
| บูตะอาบน้ำ | ||
อาบน้ำแบบบูตะ ไม่เหมือนใคร หมาติงต๊องหรือเปล่านี่ |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
พิมพ์หน้านี้
|
ชาวอินเดียในบังกาลอร์ รักษาอารยธรรมและวัฒนธรรมเก่าแก่ของตนเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่หลงใหล เห่อเหิม ไปตามวัฒนธรรมตะวันตก แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองอุตสาหกรรมไอที เครื่องสำอางค์และแฟชั่นตะวันตก แทบจะขายไม่ออกเลย ผู้หญิงชาวอินเดียไม่แต่งหน้า นิยมสวมใส่ชุดประจำชาติ น่าภูมิใจแทนชาวอินเดียจริงๆ
สถาบัน IIIT B ********************* หลังจากชมเมืองอยู่พักใหญ่ เรารีบเดินกลับโรงแรมกัน เพื่อเตรียมตัวไปเยี่ยมชม IIIT B (Indian Institute of Information Technology) สถาบันผลิตบุคลากรด้านไอทีโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ที่ Electronic City เมืองอุตสาหกรรมไอทีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ครอบคลุมพื้นที่ถึง 332 เอเคอร์ พนักงานทำงานมากกว่า 60,000 คน มีบริษัทไอทีมากกว่า 300 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง รู้จักกันอย่างดี เช่น Infosys, SAP, ACCENTURE, Wipro, IBM,HP, GOOGLE, MicroSoft, Apple ,Dell, Oracle ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมายอดรายได้ซอฟต์แวร์ส่งออกของอินเดีย มีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นคำถามคาใจอยู่จนวันนี้ อินเดีย หรือ บังกาลอร์ ประสบความสำเร็จ ด้านไอทีได้อย่างไร ลองวิเคราะห์กันดูนะคะ เมืองบังกาลอร์ เป็นดินแดนที่ผลิตโปรแกรมเมอร์ได้เป็นอันหนึ่งของโลกเชียวนะคะ ปัจจุบันนี้ บริษัทไอทีในประเทศไทยนิยม จ้างโปรแกรมเมอร์ชาวอินเดียมากขึ้น ค่าจ้างไม่แพง มีความเชี่ยวชาญ และที่สำคัญ คือ ภาษาอังกฤษ ที่แตกฉาน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญ นักศึกษาที่จบจากสถาบัน IIIT B จะเป็นที่ยอมรับจากทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอเมริกา ใครสนใจอยากไปเรียนที่สถาบันแห่งนี้ ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดในเว็บไซต์ ของเขาได้ค่ะ ที่ www.iiitb.ac.in
ถังขยะสำหรับใส่ ขยะ IT เรียกว่า e-Waste
เราเคลื่อนขบวนออกจากโรงแรม ประมาณ 11.00 น. เพื่อไปยังสถาบัน IIIT B ใน Electronic city อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 10 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์ แต่ทว่ากำหนดการกลับไม่เป็นเช่นนั้น ขบวนของเราต้องฝ่าฝันการจราจรที่ติดขัดเป็นตังเม มากกว่า 3 ชั่วโมง รถติดในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องเด็กๆ ไปเลย กำลังมีการตัดและขยายถนนในบังกาลอร์อย่างมโหฬาร ประกอบกับ ความไม่เป็นระเบียบในการขับขี่ ถนนในบังกาลอร์เพียงไม่กี่เส้นเท่านั้นที่มีเส้นแบ่งเลน นอกนั้น ขับอิสระฟรีสไตล์ เสียงแตรรถที่ถูกกระหน่ำบีบดังอยู่ตลอดเวลา เร่งให้คันข้างหน้าขับอย่างรวดเร็ว การบีบแตรที่นี่ถือเป็นกฎที่ผู้ขับรถจะต้องปฏิบัติตาม Horn Please
แวะถ่ายรูปกับ นักการเมือง รถยนต์ส่วนใหญ่จะเป็นรถเล็ก ๆ เพื่อความสะดวกสบายในการซอกแซก และยี่ห้อยอดนิยมคงหนีไม่พ้น TATA อยู่ในบังกาลอร์ 5 วันเห็นโตโยต้าแคมรี่วิ่งผ่านหน้าไปคันเดียวเอง รู้สึกแปลกใจกับความเจริญเติบโตด้านไอทีของบังกาลอร์จริงๆ ถึงแม้จะมีบริษัทไอทีชั้นนำของโลกมาตั้งที่นี่ แต่สภาพถนน ระบบคมนาคมขนส่งกลับไม่สะดวกอย่างที่คิด หรือเป็นเพราะว่า การติดต่อว่าจ้าง ซื้อขายซอฟท์แวร์ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ติดต่อสั่งซื้อ ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ ก็เพียงพอ ไม่ต้องเห็นหน้าค่าตากัน ในที่สุดรถบัส 3 คัน ก็พาคณะมาถึง IIIT B สถานที่และอาคารเรียน ร่มรื่นปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ สมกับเป็น Green City จริงๆ เราเข้าไปนั่งฟังบรรยายสรุป เกี่ยวกับความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ รายละเอียดแนะนำให้ไปอ่านที่ บล็อกของ น้องจอย นะคะ เพราะว่า บูตะ เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกที ก็บรรยายเสร็จไปแล้ว 555
น้ำอ้อยไหมคะ คั้นกันสดๆ
Incredible India มหัศจรรย์ เมือง IT บังกาลอร์-เชนไน ตอนที่ 1 บังกาลอร์ ผสานสุดขั้วอารยธรรม และเทคโนโลยี ตอนที่ 2 สีสันชีวิต 2 ฝั่งถนนบังกาลอร์ ตอนที่ 3 บังกาลอร์ เมืองผลิตโปรแกรมเมอร์
|