• บูตะซัง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2006-12-20
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 14755
  • จำนวนผู้โหวต : 27
  • ส่ง msg :
บูตะอาบน้ำ

อาบน้ำแบบบูตะ ไม่เหมือนใคร หมาติงต๊องหรือเปล่านี่

View All
วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม 2550
ตอนที่ 3 บังกาลอร์ เมืองผลิตโปรแกรมเมอร์
Posted by บูตะซัง , ผู้อ่าน : 1141 , 23:48:08 น.  
พิมพ์หน้านี้


 ชาวอินเดียในบังกาลอร์ รักษาอารยธรรมและวัฒนธรรมเก่าแก่ของตนเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่หลงใหล เห่อเหิม ไปตามวัฒนธรรมตะวันตก แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองอุตสาหกรรมไอที เครื่องสำอางค์และแฟชั่นตะวันตก แทบจะขายไม่ออกเลย ผู้หญิงชาวอินเดียไม่แต่งหน้า นิยมสวมใส่ชุดประจำชาติ น่าภูมิใจแทนชาวอินเดียจริงๆ

สถาบัน IIIT B

*********************

หลังจากชมเมืองอยู่พักใหญ่ เรารีบเดินกลับโรงแรมกัน เพื่อเตรียมตัวไปเยี่ยมชม IIIT B (Indian Institute of Information Technology) สถาบันผลิตบุคลากรด้านไอทีโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ที่ Electronic City เมืองอุตสาหกรรมไอทีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ครอบคลุมพื้นที่ถึง 332 เอเคอร์ พนักงานทำงานมากกว่า 60,000 คน มีบริษัทไอทีมากกว่า 300 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง รู้จักกันอย่างดี เช่น Infosys, SAP, ACCENTURE, Wipro, IBM,HP, GOOGLE, MicroSoft, Apple ,Dell, Oracle

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมายอดรายได้ซอฟต์แวร์ส่งออกของอินเดีย มีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นคำถามคาใจอยู่จนวันนี้ อินเดีย หรือ บังกาลอร์ ประสบความสำเร็จ ด้านไอทีได้อย่างไร ลองวิเคราะห์กันดูนะคะ

เมืองบังกาลอร์ เป็นดินแดนที่ผลิตโปรแกรมเมอร์ได้เป็นอันหนึ่งของโลกเชียวนะคะ ปัจจุบันนี้ บริษัทไอทีในประเทศไทยนิยม จ้างโปรแกรมเมอร์ชาวอินเดียมากขึ้น ค่าจ้างไม่แพง มีความเชี่ยวชาญ และที่สำคัญ คือ ภาษาอังกฤษ ที่แตกฉาน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญ นักศึกษาที่จบจากสถาบัน IIIT B จะเป็นที่ยอมรับจากทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอเมริกา ใครสนใจอยากไปเรียนที่สถาบันแห่งนี้ ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดในเว็บไซต์ ของเขาได้ค่ะ ที่ www.iiitb.ac.in

ถังขยะสำหรับใส่ ขยะ IT เรียกว่า e-Waste


คณะทัวร์ชุดใหญ่ของเราประกอบด้วย SIPA และเจ้าหน้าที่ IT จากหน่วยงานต่างๆ รวมกันแล้ว 87 คน เป็นการยากมากที่จะจัดการให้ลูกทัวร์ ปฏิบัติตามโปรแกรมและเวลาที่กำหนดไว้ ยิ่งวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเยี่ยมชมและศึกษางานด้านไอที เนื่องจากทุกคนสะบักสบอมจากการเดินทางเมื่อคืนนี้

เราเคลื่อนขบวนออกจากโรงแรม ประมาณ 11.00 น. เพื่อไปยังสถาบัน IIIT B ใน Electronic city อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 10 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์

แต่ทว่ากำหนดการกลับไม่เป็นเช่นนั้น ขบวนของเราต้องฝ่าฝันการจราจรที่ติดขัดเป็นตังเม มากกว่า 3 ชั่วโมง รถติดในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องเด็กๆ ไปเลย กำลังมีการตัดและขยายถนนในบังกาลอร์อย่างมโหฬาร ประกอบกับ ความไม่เป็นระเบียบในการขับขี่ ถนนในบังกาลอร์เพียงไม่กี่เส้นเท่านั้นที่มีเส้นแบ่งเลน นอกนั้น ขับอิสระฟรีสไตล์ เสียงแตรรถที่ถูกกระหน่ำบีบดังอยู่ตลอดเวลา เร่งให้คันข้างหน้าขับอย่างรวดเร็ว การบีบแตรที่นี่ถือเป็นกฎที่ผู้ขับรถจะต้องปฏิบัติตาม “Horn Please”

แวะถ่ายรูปกับ นักการเมือง

รถยนต์ส่วนใหญ่จะเป็นรถเล็ก ๆ เพื่อความสะดวกสบายในการซอกแซก และยี่ห้อยอดนิยมคงหนีไม่พ้น TATA  อยู่ในบังกาลอร์ 5 วันเห็นโตโยต้าแคมรี่วิ่งผ่านหน้าไปคันเดียวเอง

รู้สึกแปลกใจกับความเจริญเติบโตด้านไอทีของบังกาลอร์จริงๆ ถึงแม้จะมีบริษัทไอทีชั้นนำของโลกมาตั้งที่นี่ แต่สภาพถนน ระบบคมนาคมขนส่งกลับไม่สะดวกอย่างที่คิด หรือเป็นเพราะว่า การติดต่อว่าจ้าง ซื้อขายซอฟท์แวร์ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ติดต่อสั่งซื้อ ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ ก็เพียงพอ ไม่ต้องเห็นหน้าค่าตากัน

ในที่สุดรถบัส 3 คัน ก็พาคณะมาถึง IIIT B สถานที่และอาคารเรียน ร่มรื่นปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ สมกับเป็น Green City จริงๆ เราเข้าไปนั่งฟังบรรยายสรุป เกี่ยวกับความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ รายละเอียดแนะนำให้ไปอ่านที่ บล็อกของ “น้องจอย” นะคะ เพราะว่า “บูตะ” เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกที ก็บรรยายเสร็จไปแล้ว 555

น้ำอ้อยไหมคะ คั้นกันสดๆ


เมือง บังกาลอร์ (Bangalore) เมืองหลวงของ รัฐกรรณาฏัก (Karnataka) เมืองที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1531 เริ่มจากป้อมดินเล็กๆ จนกลายเป็นเมืองค่ายทหารในสมัยยุคอุปราชอังกฤษ

ภายหลังเมื่ออินเดีย ได้รับเอกราชจากอังกฤษ เมื่อเที่ยงคืนวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1947 แต่ทำให้อินเดีย ต้องแบ่งประเทศออกเป็น 2 ประเทศ คือ อินเดียที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นฮินดู เป็นประเทศสาธารณรัฐอินเดีย

อินเดียส่วนน้อยที่มีประชาชนเป็นมุสลิม แยกตัวไปตั้งประเทศใหม่เป็นรัฐอิสลามชื่อ ปากีสถาน

ส่วนเมืองบังกาลอร์ หลังอินเดีย ได้รับเอกราช ได้กลายเป็นเมืองศูนย์กลางการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่เจริญก้าวหน้าอย่างต่อ เนื่องทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในเมืองอย่างแออัดกว่า 6.5 ล้านคน

Incredible India มหัศจรรย์ เมือง IT บังกาลอร์-เชนไน

ตอนที่ 1 บังกาลอร์ ผสานสุดขั้วอารยธรรม และเทคโนโลยี

ตอนที่ 2 สีสันชีวิต 2 ฝั่งถนนบังกาลอร์

ตอนที่ 3 บังกาลอร์ เมืองผลิตโปรแกรมเมอร์


โปรดติดตาม Incredible India มหัศจรรย์ เมือง IT บังกาลอร์-เชนไน ตอนต่อไป


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
ศุภศรุต วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 21.08 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

ขอบคุณกับรูปเก่า ๆ สมัยหนุ่ม ๆ ครับพี่
เห็นแล้วคิดถึงวันเก่า ๆ



ความคิดเห็นที่ 5
ศุนันทวดี วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 17.13 น.
http://www.oknation.net/blog/sunantajoy
จอย..........sunantawadee  

อยากกินจาปาตีอ้ะเจ้
โยเกริต์ไหน้อยน่ารักก็อยาก
ความคิดเห็นที่ 4
mister_art วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 00.25 น.
http://www.oknation.net/blog/art
ชีวิตคือการเดินทาง จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรักคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

แต่ละตอนสั้นจังคับ
ความคิดเห็นที่ 3
tanwa วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 22.46 น.
http://www.oknation.net/blog/tanwa

เรื่องไอที นี่ ยอมแพ้แขกมันครับ ของเราตามหลังเขา ไม่รู้กี่เท่า
ส่วน ที่ติดตา คือ ป้ายนักการเมืองแขก นี่ ดูแล้วไม่ต่างกะของไทยเลย
ความคิดเห็นที่ 2
บูตะซัง วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 22.12 น.
http://www.oknation.net/blog/chutin
บูตะซัง Dogizen Reporter 

โปรแกรมเมอร์ชาวอินเดีย อยู่ที่บังกาลอร์ ได้เงินเดือนเฉลี่ยประมาณ 15,000 รูปี ซึ่งถือว่า อยู่ในระดับที่สูงทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับสาขาอื่นๆ ค่ะ มาเมืองไทย รายได้จะดีกว่า คุณ Peaceful กลับบ้านเราดีที่สุดค่ะ อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา จริงไหมคะ
ความคิดเห็นที่ 1
Peaceful วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 13.14 น.
http://www.oknation.net/blog/Peaceful
      พ่ อ แ ม่ คื อ พ ระ อ ร หั น ต์ ข อ ง ลู ก       

มีเพื่อนเป็นโปรแกรมเม่อร์ชาวอินเดีย เข้ามาทำงานในเมืองไทย ได้เงินเดือนพอๆกับโปรแกรมเมอร์คนไทย ตอนนี้ย้ายไปทำที่อเมริกาแล้วครับ ส่วนผมกำลังจะย้ายไปทำไร่ทำนา ที่บ้านเกิด เพราะอิ่มตัวกับงานเขียนโปรแกรมแล้ว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน