พิมพ์หน้านี้
|
>> แค่ " มี " คงไม่ได้ขอมากเกินไป << เล่าว่ามีหญิงสาววัยสามสิบต้นๆน้ำตาคลอเบ้าเมื่อวาน มีปากเสียงในที่ทำงานเป็นเรื่องธรรมดา คนมารวมกันย่อมต้องมีเรื่องให้พูดคุย หยอก นินทาและแซวกันเล่น ไม่ถือโทษโกรธเคืองเอาเรื่องราว เหมือนสมัยเด็กๆ ที่เรียกหากันด้วยคำที่ไม่ค่อยรื่นหู ทักกันด้วยนามบุพการี ยังยิ้มให้กันแม้บางส่วนของสีหน้าค่อนข้างจะบูดบึ้งและสวนกลับด้วยคารมไม่แพ้กัน เป็นสัญลักษณ์ว่ายังมีมิตรภาพและมีเรื่องราวให้หัวเราะครื้นเครงไปวันๆบนโลกอันโหดร้าย " หน้าตาอย่างเธอก็คง หาผัวไม่ได้ " คำไทยโบราณใช้ออกด้วยอารมณ์ ด่าแล้วลุกหนี โวยวายแล้วหลบ ไม่น่าใช่พฤติกรรมของผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว มีลูกหนึ่ง แต่งงานสองครั้ง และ ชอบนั่งสมาธิ ในหัวข้อหลัง เขานำมาพูดคุยกับผมหลายครั้ง เพียงแต่ วัตถุประสงค์อาจผิดแผกจากหลักคำสอนไปบ้าง เขาฝึกสมาธิหวังอิทธิปาฏิหารย์ ส่วนแนวทางของผมสนใจสู่ " สติ " ด้วยวิถีคล้ายๆ จุดหมายแตกต่าง ยังพอแลกเปลี่ยนอะไรกันได้แต่ไม่บ่อยนัก ด้วยฐานะความเป็นรุ่นพี่ของเขา ผมเตือนอะไรมากไม่ได้ ทั้งเรื่องแนวทางการฝึกสมาธิ และ เรื่อง " ผู้หญิง " บางครังที่ผมรู้สึกว่า ศาสนาไม่ได้ช่วยให้คนทุกคนเป็นคนดี มีครอบครัวและชอบนั่ง สมาธิ แต่บางคืนยังเที่ยวผู้หญิง ติดนักร้อง เขาเอามาตีแผ่ด้วยตนเอง คุยฟุ้งในที่ทำงานกับรุ่นน้องสาวสวยอีกคน ภาษาที่ใช้ ผมฟังดูไม่ต่างจากที่ใช้ในผับบาร์ ผู้หญิงที่เพื่อนร่วมงานทุกคนบางทีก็บ่นพฤติกรรมของเขาให้ผมฟัง โดยเฉพาะคำพูดคำจาที่ไม่เหมาะสม เข้าใจดี ต่างคนต่างมีวิถี มีทาง ชอบและเกลียดแตกต่างกัน แม้คบกันได้แต่ไม่จำเป็นต้องชอบเหมือนกัน หรือ ยอมรับกันไปหมด ดูเหมือนเขาจะอยากให้คนรอบข้างยอมรับความฉกาจเก่งในฐานะ " ผู้ชาย " มีครอบครัว เป็นรุ่นพี่ที่น่านับถือ มีความรู้ และมีแรงดึงดูดเพศตรงข้าม ทุกคนต้องยอมรับเรื่องเหล่านั้น สะกิด เกา หรือ แคะ แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้ แต่ในกระบวนการกลับกัน เขาพร้อมจะพูดกับคนอื่นหนักๆได้ทุกเมื่อ และ เขาไม่ผิดเสมอ - ผมคิดแค่ว่าอาจไม่เคยยอมรับความจริงเท่านั้น สังคมเคยชื่นชม ผู้ชายที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยหรือหาเศษเลยกับเพศตรงข้ามใช่หรือไม่ ผมว่าน้อย - มียินดีกันเล็กๆในวงเหล้าชาวชาย แต่พอร้านปิด ทุกอย่างก็เงียบกริบ เขาน่าจะเข้าใจ พอถูกแซวเข้าในส่วนนี้ ราวกับถูกสะกิดปมด้อย ความซวยตกอยู่กับหญิงสาวที่มักตกเป็นเหยื่อฝีปากในวงสนทนา ตามปรกติ เธอถูกพวกเราหยอกเล่นในเรื่อง โสด คาน อยู่บ้างแต่ยังขำออกและรับมุขเป็นประจำ เธอถูกแซวและแซวกลับ ปรกติจริงๆ...ปรกติมาก น่าจะเหมือนทุกวัน แต่เขา .. " หน้าตาอย่างเธอก็คง หาผัวไม่ได้ " แรงเกินไปจริงๆ ไม่ชอบเรื่องที่ถูกแซว ด้วยวัยวุฒิและความเป็นรุ่นพี่ บอกเตือนตรงๆก็ได้ว่า "ไม่ชอบ" ไม่ใช่ด่า " ผู้หญิง " แล้วเดินหนี ปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่อย่างนี้ ทุกคนต่างเห็นใจในชะตากรรมของเธอ พากันปลอบโยนอย่างอบอุ่น ส่วนเขาหลบไปสูบบุหรี่ เอาแต่บ่น ว่าเป็นน้องไม่น่ามาพูดกับพี่อย่างนี้ เขาไม่เคยมองตนเองจริงๆ ว่าเรื่องที่พูด พฤติกรรมของตนเป็นอย่างไรบ้าง แซว หยอก คนอื่นแรงๆได้ แต่ คนอื่นแซวหยอกตนเองไม่ได้ สังคมไทยสอนให้ อ่อนน้อม นับถือ ผู้อาวุโสกว่า แต่พฤติกรรมของผู้อาวุโสบางคนก็ต้องฝืนแสดงออกว่านับถือ ผมได้ยินแว่ว บางคนด่าลับหลังว่าเหมือนนักเลง นักเลงยังมีเหตุผล ยังพอเตือน พอคุยกันได้ นักเลงเป็นพวกกล้าทำกล้ารับ พูดจริงทำจริง -ในความหมายเดิม แต่แบบนี้ น่าจะเรียกว่า อันธพาล เป็นพวกที่พร้อมจะทำร้ายคนอื่นได้เสมอ ถ้าไม่ถูกใจตนเอง ผู้ชาย ไม่ใช่ เพศผู้อย่างเดียว หรือ มีชีวิตตามสัญชาตญาณ ถ้าเป็นอย่างนั้น จะช้าง ม้า วัว ควาย ก็คงเรียกว่าผู้ชายได้หมด ...ผู้ชาย อย่างน้อย น่าจะสุภาพอ่อนโยนกับผู้หญิงบ้าง ไม่ต้องมาก แต่ขอให้มี แค่ " มี " คงไม่ได้ขอมากเกินไป ข่าว ข่มขืนและทำร้ายร่างกาย มีอยู่มากเกินไปแล้ว |