• มะไฟจีน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-31
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 5852
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
comment
ทุกความคิดสร้างสรรค์สังคม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/comment
วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม 2550
นมัสการ ๙ วัด ๙ มหาเจดีย์ ๔,๕๐๐ปี มงคลแห่งชีวิต บนดินแดนล้านนาศักดิ์สิทธ์ เมืองเก่าน่าน
Posted by มะไฟจีน , ผู้อ่าน : 144 , 11:19:22 น.   | หมวดหมู่ : เลาะเมืองไทย  
พิมพ์หน้านี้


 

นมัสการ  ๙ วัด  ๙ มหาเจดีย์ ๔,๕๐๐ปี มงคลแห่งชีวิต บนดินแดนล้านนาศักดิ์สิทธ์ เมืองเก่าน่าน

หากกล่าวถึงจังหวัดน่าน เมืองเล็กๆทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ตั้งอยู่บนที่ราบในหุบเขา มีพื้นที่ประมาณ 7 ล้านไร่เศษ ประชากรรวมกว่า 5 แสนคน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 668 กิโลเมตร เป็นเมืองเล็กๆที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ต่างให้ความสนใจในประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานนับหลายร้อยปี  และมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ สถาปัตยกรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวล้านนา และวิถีชีวิตที่น่าสนใจของผู้คนหลายชนเผ่าชาติพันธุ์  จนได้รับการประกาศให้เป็นเมืองเก่าแห่งที่สอง รองจากกรุงรัตนโกสินทร์  และเมืองเก่าน่าน แห่งดินแดนล้านนาตะวันออก  เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาได้อย่างมีชีวิตชีวา ผ่านก้อนอิฐ เศษดินเศษหิน ภาพวาด ภาพเขียน ของวัดวาอาราม ที่มีอยู่มากในจังหวัดน่าน จนนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้  และถ้าได้มาแอ่วเมืองน่าน หากมีโอกาสได้นมัสการมหาเจดีย์ ครบเก้าวัดเก่าแก่ที่เลื่องชื่อ มีอายุรวมกว่า ๔,๕๐๐ ปี  บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ ก็นับได้ว่าเป็นมงคลชีวิตยิ่งนัก

จังหวัดน่าน โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน และองค์กรต่างๆ ได้ริเริ่มโครงการท่องเที่ยวเมืองเก่า ด้วยการนมัสการ เก้าวัดเก่าแก่ เก้ามหาเจดีย์เลื่องชื่อ อายุรวมกว่า ๔,๕๐๐ปี บนดินแดนล้านนาศักดิ์สิทธิ์ เมืองเก่าน่าน สร้างบารมีและมงคลชีวิต  เพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นอีกยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน  โดยการท่องเที่ยว เก้าวัดเก่า นมัสการเก้ามหาเจดีย์เลื่องชื่อ   เริ่มตั้งแต่การได้นมัสการ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดที่มีชื่อเป็นปริศนาธรรม  ที่บ้านหนองเต่า ต.ม่วงตึ๊ด กิ่ง อ.ภูเพียง  ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ มีอายุราว 600 ปี มีตำนานและประวัติศาสตร์การก่อสร้างยาวนาน ตามหลักฐานปรากฎ ได้กล่าวถึงสมัยพญาการเมือง เจ้าเมืองน่านแห่งราชวงศ์ภูคาได้สร้างพระธาตุแช่แห้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน ๗ พระองค์ และพระพิมพ์เงินพิมพ์ทอง อย่างละ ๒๐ องค์ ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งเสด็จลงไปสร้างวัดหลวงอภัยที่เมืองสุโขทัย ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของวิหารและพระธาตุเจดีย์ องค์พระธาตุบุด้วยทองจังโก ปิดทองคำเปลวอีกชั้นหนึ่ง สีเหลืองอร่ามตลอดทั้งองค์พระธาตุงดงามมาก วิหารพุทธไสยาสน์ รูปปั้นพญานาคราช ก็มีคุณค่ายิ่งต่อการศึกษา มีความสำคัญทั้งในด้านแบบแผนศิลปกรรมและหลักฐานทางโบราณคดี สำหรับชื่อขององค์พระธาตุที่มีความหมายเชิงปริศนาธรรมนั้น แช่แห้ง หมายความถึง ยอดคนหรือมหาบุรุษเท่านั้น ที่จะทำตัวให้แห้งได้เมื่ออยู่ในสภาวะความเปียกชื้นของกิเลสและอวิชา ซึ่งในทุกปี ระหว่างวันขึ้น 11ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 6 หรือประมาณเดือนมีนาคม จะมีงานประเพณีหกเป็ง ซึ่งเป็นงานประเพณีประจำปีฉลององค์พระธาตุ เพื่อนมัสการและสักการะองค์พระธาตุแช่แห้ง และถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่อีกงานของจังหวัดน่านที่จะมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศทั้งในจังหวัดน่านและต่างจังหวัดมานมัสการองค์พระธาตุ  โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เกิดปีนักษัตรกระต่าย ต้องมานมัสการองค์พระธาตุแช่แห้งที่จังหวัดน่าน เพราะเป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีกระต่าย  

วัดพญาภู  พระคู่งามปางลีลา ค่าควรเมือง ตั้งอยู่บ้านพญาภู  .ในเวียง อ.เมืองน่าน วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพญาภูเข่ง ราชวงศ์ภูคา ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ นอกจากพระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สร้างไว้ด้านหลังพระวิหารแล้ว โบราณวัตถุที่สำคัญของวัดนี้ได้แก่ พระพุทธรูปปางลีลา ๒ องค์ ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้างั่วฬารผาสุม สร้างเมื่อ พ..๑๙๖๙ และภาพไม้จำหลักทวารบาลรูปยักษ์ที่บานประตูวิหารหลวงที่มีลักษณะแปลกตาจากวัดอื่นๆในจังหวัดน่าน

วัดภูมินทร์  จักรวาลแห่งพระพุทธศาสนากลางเมืองเก่าน่าน  ตั้งอยู่บนถนนผากอง ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน  ใกล้ๆกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ประวัติของวัด สันนิษฐานว่าสร้างปลายสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒๑ บูรณะครั้งใหญ่สมัยของพระเจ้าอนันตวรฤิทธิเดช ปลายสมัยรัชการที่ ๔  ความสวยงามและแปลกตาจนเลื่องชื่อเป็นหนึ่งเดียวของประเทศ คือ พระอุโบสถสร้างเป็นทรงจตุรมุข มีห้องแยกออกไปทั้งสี่ทิศ ที่ศูนย์กลางเป็นแกนทึบตันแทนองค์พระธาตุเจดีของวัดย์ พระประธานจตุพักตร์นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัว ตรงใจกลางพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ  ซึ่งสร้างตามหลักจักรวาลทางพระพุทธศาสนา เชื่อว่าเป็นวิหารทรงจัตุรมุขแห่งแรกของประเทศไทย และสิ่งที่น่าสนใจนอกจากองค์พระประธานแล้ว ยังมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง “คัทธณะกุมารชาดก” (เจ้าคัทธณะจิ้งกุ่งดีด) ฝีมือช่างเขียนชั้นเยี่ยม ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนเมืองน่านในอดีตได้เป็นอย่างดี และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ซึ่งกรมศิลปากรสันนิษฐานว่าน่าจะวาดในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  และยังรวมไปถึงฝีมือประณีตงดงามของลวดลายการแกะสลักลึกเป็น 3 ชั้น บนบานประตูไม้สักทองแผ่นเดียวขนาดใหญ่ที่น่าชมอย่างยิ่ง   ความงดงามวิจิตรของวิหารจตุรมุข วัดภูมินทร์ ในสมัยหนึ่ง รัฐบาลไทยได้เคยนำไปพิมพ์ลงในธนบัตรชนิดราคา 1 บาท ในสมัยรัชกาลที่ 8 และนั่นคือความงดงามของวัดภูมินทร์

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร  วัดที่ค้ำคูนชีวิตให้รุ่งเรือง ตั้งอยู่ที่ ถนนสุริยะพงษ์  .ในเวียง อ.เมืองน่าน ตามพงศาวดารเมืองน่าน กล่าวว่าวัดแห่งนี้ สร้างโดยพญาภูเข่ง เมื่อปี จ..๗๖๘ (..๑๙๔๙) เรียกชื่อในครั้งนั้นว่า “วัดหลวงกลางเวียง” หรือ “วัดหลวงราชสัณฐานกลางเวียง” มีความสำคัญในฐานะวัดประจำเมือง โบราณสถานและโบราณวัตถุภายในวัด มีลักษณะของศิลปกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาเช่นองค์เจดีย์ช้างค้ำและพระพุทธรูปสำริด ๓ องค์ จาก ๕ องค์ที่สร้างสมัยพระเจ้างั่วฬารผาสุม เมื่อ จ..๗๘๘ (..๑๙๖๙) ศิลปะสกุลช่างน่าน อิทธิพลสุโขทัย โดยเฉพาะพระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ปางลีลา ที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นเลิศของจังหวัดน่านง

วัดหัวข่วง  วัดช่างหลวงของเจ้าเมืองน่าน  ตั้งอยู่บนถนนผากอง ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน วัดแห่งนี้ไม่ปรากฎหลักฐานว่าก่อสร้างในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองน่านมาแต่โบราณกาล  พระเจดีย์มีลักษณะเป็นศิลปะน่านแบบเก่า ได้รับอิทธิพลศิลปะล้านช้างมาบางส่วน ภายในวัดยังมีอาคารหอไตรที่เป็นเอกลักษณ์ของช่างฝีมือเมืองน่านที่โดดเด่น

วัดสวนตาล  พระพุทธรูปที่เป็น “ทิพย์แห่งทอง” ของพุทธศาสนิกชน ตั้งอยู่ ถนนมหายศ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน สำหรับประวัติการก่อสร้างของวัดสวนตาล  โดยพระปรางค์องค์ปัจจุบันสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช  สร้างครอบเจดีย์องค์เดิมทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งเป็นศิลปะแบบสุโขทัยไว้ภายใน นอกจากนี้แล้วยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน ปางมารวิชัย โปรดเกล้าให้หล่อขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ เมื่อครั้งยึดเมืองน่านได้สำเร็จ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในแผ่นดินล้านนา

                วัดมิ่งเมือง  มิ่งมงคลแห่งชีวิต  ตั้งอยู่บนถนนสุริยพงษ์  .ในเวียง อ.เมืองน่าน ซึ่งวัดมิ่งเมืองแห่งนี้ เชื่อกันว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองน่านมาแต่โบราณ องค์พระเจดีย์มีรูปแบบของสกุลช่างน่าน ปัจจุบันเจดีย์รูปแบบเช่นนี้มีเหลือให้พบเห็นน้อยมาก  จึงมีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษา นอกจากนี้พระวิหารหลวงยังมีลวดลายปั้นปูนสดร่วมสมัยศิลปะเชียงแสน ที่มีความงดงามและยังเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดน่านด้วย

                วัดพญาวัด  วัดที่เป็นใหญ่แห่งวัด  ตั้งอยู่ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน  ซึ่งวัดแห่งนี้ สันนิษฐานว่า สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙–๒๐ บูรณะครั้งใหญ่สมัยพญาสุมนเทวราช ระหว่าง พ.. ๒๓๕๓–๒๓๖๗ ลักษณะเจดีย์เป็นทรงเรือนธาตุ ได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์กู่กุด ศิลปกรรมแบบหริภุญชัย ก่อเป็นซุ้มจรนัม มีพระพุทธรูปประทับยืนด้านละ ๑๕ องค์ รวมทั้งสี่ด้าน มีจำนวน ๖๐ องค์ เจดีย์รูปแบบเช่นนี้ ทั้งประเทศไทยมีเพียง ๔ องค์เท่านั้น นอกจากนี้ภายในวัดยังมีซุ้มอุโมงค์ของพระประธานและธรรมมาสน์เอกฝีมือช่างหลวงที่ประณีตงดงามแห่งหนึ่งของแผ่นดินล้านนา

                วัดที่เก้า มหาเจดีย์สุดท้าย คือ วัดพระธาตุเขาน้อย วัดบนภูเขาที่เสมือนเป็นเสาหลักเมืองน่าน  ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๔ ต.ดู่ใต้  .เมืองน่าน  และวัดแห่งนี้ไม่มีบันทึกหลักฐานประวัติการสร้างที่แน่นอนในพงศาวดารน่าน  กล่าวกันว่า พญาภูเข่ง ได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นที่ดอยเขาน้อย ซึ่งน่าจะเป็นการบูรณะมากกว่า  ในสมัยที่พระองค์ครองเมืองน่าน สำหรับอาคารพระวิหารปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระประธานเป็นปูนปั้นอิทธิพลศิลปะไทยใหญ่ปางมารวิชัย เป็นเจดีย์ที่อยู่สูงที่สุดในเขตอำเภอเมืองน่าน สามารถมองทิวทัศน์ของตัวเมืองจังหวัดน่านได้อย่างสวยงาม และมีประเพณีการขึ้นนมัสการองค์พระธาตุในวันเพ็ญ เดือน ๘ เหนือ (วันวิสาขบูชา)

                ทั้ง ๙ วัด  ๙ มหาเจดีย์ อายุรวมกว่า ๔,๕๐๐ ปี บนดินแดนล้านนาศักดิ์สิทธิ์ เมืองเก่าน่านแห่งนี้ ถือได้ว่า หากใครได้มานมัสการแล้ว จะเป็นการสร้างบารมีและเสริมมงคลชีวิตให้แก่ตนเองและครอบครัว ซึ่งการท่องเที่ยวทั้ง ๙ วัด เป็นการท่องเที่ยวที่ใช้เวลาไม่มาก นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมทั้ง ๙ วัด ได้ด้วยการเดินเท้า  การขี่รถจักรยาน หรือจะนั่งรถสามล้อถีบ เพื่อเพิ่มบรรยากาศการเที่ยวชมก็ได้  และนอกจากจะได้มาเที่ยวชมและอิ่มเอมกับความงดงามของวัดและเจดีย์เก่าแก่ที่เลื่องชื่อแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองเก่าน่าน ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวน่าน กาดเช้า  กาดแลง  และประเพณีดั้งเดิมของชาวล้านนา  ซึ่งถือได้ว่าเป็นบรรยากาศที่หาชมได้ยากแล้วในเมืองใหญ่ปัจจุบัน  และที่เมืองเก่าน่าน  เมืองเล็กๆแห่งนี้มีความต่างที่งดงามไว้ต้อนรับทุกท่านแล้ว  เชิญมาสัมผัสได้ด้วยตัวท่านเอง แล้วท่านจะพบว่า การมาแอ่วเมืองน่านครั้งต่อไป มีคุณค่ากว่าที่ผ่านมา

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
มะไฟจีน วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/comment

ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยน่ะค่ะ ไว้เป็นกำลังใจค่ะ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ยิ้ม ๆ กับ เรื่องหมา ๆ

อมยิ้มกันดีกว่า

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



ความรัก...ที่คุณรู้จัก...?
ยังไม่เคยรู้จักกับความรัก
0 คน
อยากลืม...รอยคราบน้ำตา
2 คน
จดจำ...ด้วยรอยยิ้มสุขใจ
6 คน

  โหวต 8 คน