พิมพ์หน้านี้
|
นมัสการ ๙ วัด ๙ มหาเจดีย์ ๔,๕๐๐ปี มงคลแห่งชีวิต บนดินแดนล้านนาศักดิ์สิทธ์ เมืองเก่าน่าน
จังหวัดน่าน โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน และองค์กรต่างๆ ได้ริเริ่มโครงการท่องเที่ยวเมืองเก่า ด้วยการนมัสการ เก้าวัดเก่าแก่ เก้ามหาเจดีย์เลื่องชื่อ อายุรวมกว่า ๔,๕๐๐ปี บนดินแดนล้านนาศักดิ์สิทธิ์ เมืองเก่าน่าน สร้างบารมีและมงคลชีวิต เพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นอีกยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน โดยการท่องเที่ยว เก้าวัดเก่า นมัสการเก้ามหาเจดีย์เลื่องชื่อ เริ่มตั้งแต่การได้นมัสการ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดที่มีชื่อเป็นปริศนาธรรม ที่บ้านหนองเต่า ต.ม่วงตึ๊ด กิ่ง อ.ภูเพียง ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ มีอายุราว 600 ปี มีตำนานและประวัติศาสตร์การก่อสร้างยาวนาน ตามหลักฐานปรากฎ ได้กล่าวถึงสมัยพญาการเมือง เจ้าเมืองน่านแห่งราชวงศ์ภูคาได้สร้างพระธาตุแช่แห้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน ๗ พระองค์ และพระพิมพ์เงินพิมพ์ทอง อย่างละ ๒๐ องค์ ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งเสด็จลงไปสร้างวัดหลวงอภัยที่เมืองสุโขทัย ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของวิหารและพระธาตุเจดีย์ องค์พระธาตุบุด้วยทองจังโก ปิดทองคำเปลวอีกชั้นหนึ่ง สีเหลืองอร่ามตลอดทั้งองค์พระธาตุงดงามมาก วิหารพุทธไสยาสน์ รูปปั้นพญานาคราช ก็มีคุณค่ายิ่งต่อการศึกษา มีความสำคัญทั้งในด้านแบบแผนศิลปกรรมและหลักฐานทางโบราณคดี สำหรับชื่อขององค์พระธาตุที่มีความหมายเชิงปริศนาธรรมนั้น แช่แห้ง หมายความถึง ยอดคนหรือมหาบุรุษเท่านั้น ที่จะทำตัวให้แห้งได้เมื่ออยู่ในสภาวะความเปียกชื้นของกิเลสและอวิชา ซึ่งในทุกปี ระหว่างวันขึ้น 11ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 6 หรือประมาณเดือนมีนาคม จะมีงานประเพณีหกเป็ง ซึ่งเป็นงานประเพณีประจำปีฉลององค์พระธาตุ เพื่อนมัสการและสักการะองค์พระธาตุแช่แห้ง และถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่อีกงานของจังหวัดน่านที่จะมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศทั้งในจังหวัดน่านและต่างจังหวัดมานมัสการองค์พระธาตุ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เกิดปีนักษัตรกระต่าย ต้องมานมัสการองค์พระธาตุแช่แห้งที่จังหวัดน่าน เพราะเป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีกระต่าย วัดพญาภู พระคู่งามปางลีลา ค่าควรเมือง ตั้งอยู่บ้านพญาภู ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพญาภูเข่ง ราชวงศ์ภูคา ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ นอกจากพระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สร้างไว้ด้านหลังพระวิหารแล้ว โบราณวัตถุที่สำคัญของวัดนี้ได้แก่ พระพุทธรูปปางลีลา ๒ องค์ ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้างั่วฬารผาสุม สร้างเมื่อ พ.ศ.๑๙๖๙ และภาพไม้จำหลักทวารบาลรูปยักษ์ที่บานประตูวิหารหลวงที่มีลักษณะแปลกตาจากวัดอื่นๆในจังหวัดน่าน วัดภูมินทร์ จักรวาลแห่งพระพุทธศาสนากลางเมืองเก่าน่าน ตั้งอยู่บนถนนผากอง ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน ใกล้ๆกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ประวัติของวัด สันนิษฐานว่าสร้างปลายสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒๑ บูรณะครั้งใหญ่สมัยของพระเจ้าอนันตวรฤิทธิเดช ปลายสมัยรัชการที่ ๔ ความสวยงามและแปลกตาจนเลื่องชื่อเป็นหนึ่งเดียวของประเทศ คือ พระอุโบสถสร้างเป็นทรงจตุรมุข มีห้องแยกออกไปทั้งสี่ทิศ ที่ศูนย์กลางเป็นแกนทึบตันแทนองค์พระธาตุเจดีของวัดย์ พระประธานจตุพักตร์นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัว ตรงใจกลางพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ ซึ่งสร้างตามหลักจักรวาลทางพระพุทธศาสนา เชื่อว่าเป็นวิหารทรงจัตุรมุขแห่งแรกของประเทศไทย และสิ่งที่น่าสนใจนอกจากองค์พระประธานแล้ว ยังมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง คัทธณะกุมารชาดก (เจ้าคัทธณะจิ้งกุ่งดีด) ฝีมือช่างเขียนชั้นเยี่ยม ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนเมืองน่านในอดีตได้เป็นอย่างดี และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งกรมศิลปากรสันนิษฐานว่าน่าจะวาดในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และยังรวมไปถึงฝีมือประณีตงดงามของลวดลายการแกะสลักลึกเป็น 3 ชั้น บนบานประตูไม้สักทองแผ่นเดียวขนาดใหญ่ที่น่าชมอย่างยิ่ง ความงดงามวิจิตรของวิหารจตุรมุข วัดภูมินทร์ ในสมัยหนึ่ง รัฐบาลไทยได้เคยนำไปพิมพ์ลงในธนบัตรชนิดราคา 1 บาท ในสมัยรัชกาลที่ 8 และนั่นคือความงดงามของวัดภูมินทร์ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร วัดที่ค้ำคูนชีวิตให้รุ่งเรือง ตั้งอยู่ที่ ถนนสุริยะพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน ตามพงศาวดารเมืองน่าน กล่าวว่าวัดแห่งนี้ สร้างโดยพญาภูเข่ง เมื่อปี จ.ศ.๗๖๘ (พ.ศ.๑๙๔๙) เรียกชื่อในครั้งนั้นว่า วัดหลวงกลางเวียง หรือ วัดหลวงราชสัณฐานกลางเวียง มีความสำคัญในฐานะวัดประจำเมือง โบราณสถานและโบราณวัตถุภายในวัด มีลักษณะของศิลปกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาเช่นองค์เจดีย์ช้างค้ำและพระพุทธรูปสำริด ๓ องค์ จาก ๕ องค์ที่สร้างสมัยพระเจ้างั่วฬารผาสุม เมื่อ จ.ศ.๗๘๘ (พ.ศ.๑๙๖๙) ศิลปะสกุลช่างน่าน อิทธิพลสุโขทัย โดยเฉพาะพระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ปางลีลา ที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นเลิศของจังหวัดน่านง วัดหัวข่วง วัดช่างหลวงของเจ้าเมืองน่าน ตั้งอยู่บนถนนผากอง ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน วัดแห่งนี้ไม่ปรากฎหลักฐานว่าก่อสร้างในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองน่านมาแต่โบราณกาล พระเจดีย์มีลักษณะเป็นศิลปะน่านแบบเก่า ได้รับอิทธิพลศิลปะล้านช้างมาบางส่วน ภายในวัดยังมีอาคารหอไตรที่เป็นเอกลักษณ์ของช่างฝีมือเมืองน่านที่โดดเด่น วัดสวนตาล พระพุทธรูปที่เป็น ทิพย์แห่งทอง ของพุทธศาสนิกชน ตั้งอยู่ ถนนมหายศ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน สำหรับประวัติการก่อสร้างของวัดสวนตาล โดยพระปรางค์องค์ปัจจุบันสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช สร้างครอบเจดีย์องค์เดิมทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งเป็นศิลปะแบบสุโขทัยไว้ภายใน นอกจากนี้แล้วยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน ปางมารวิชัย โปรดเกล้าให้หล่อขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ เมื่อครั้งยึดเมืองน่านได้สำเร็จ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในแผ่นดินล้านนาวัดมิ่งเมือง มิ่งมงคลแห่งชีวิต ตั้งอยู่บนถนนสุริยพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน ซึ่งวัดมิ่งเมืองแห่งนี้ เชื่อกันว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองน่านมาแต่โบราณ องค์พระเจดีย์มีรูปแบบของสกุลช่างน่าน ปัจจุบันเจดีย์รูปแบบเช่นนี้มีเหลือให้พบเห็นน้อยมาก จึงมีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษา นอกจากนี้พระวิหารหลวงยังมีลวดลายปั้นปูนสดร่วมสมัยศิลปะเชียงแสน ที่มีความงดงามและยังเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดน่านด้วย วัดพญาวัด วัดที่เป็นใหญ่แห่งวัด ตั้งอยู่ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน ซึ่งวัดแห่งนี้ สันนิษฐานว่า สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙๒๐ บูรณะครั้งใหญ่สมัยพญาสุมนเทวราช ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๕๓๒๓๖๗ ลักษณะเจดีย์เป็นทรงเรือนธาตุ ได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์กู่กุด ศิลปกรรมแบบหริภุญชัย ก่อเป็นซุ้มจรนัม มีพระพุทธรูปประทับยืนด้านละ ๑๕ องค์ รวมทั้งสี่ด้าน มีจำนวน ๖๐ องค์ เจดีย์รูปแบบเช่นนี้ ทั้งประเทศไทยมีเพียง ๔ องค์เท่านั้น นอกจากนี้ภายในวัดยังมีซุ้มอุโมงค์ของพระประธานและธรรมมาสน์เอกฝีมือช่างหลวงที่ประณีตงดงามแห่งหนึ่งของแผ่นดินล้านนา วัดที่เก้า มหาเจดีย์สุดท้าย คือ วัดพระธาตุเขาน้อย วัดบนภูเขาที่เสมือนเป็นเสาหลักเมืองน่าน ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๔ ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน และวัดแห่งนี้ไม่มีบันทึกหลักฐานประวัติการสร้างที่แน่นอนในพงศาวดารน่าน กล่าวกันว่า พญาภูเข่ง ได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นที่ดอยเขาน้อย ซึ่งน่าจะเป็นการบูรณะมากกว่า ในสมัยที่พระองค์ครองเมืองน่าน สำหรับอาคารพระวิหารปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระประธานเป็นปูนปั้นอิทธิพลศิลปะไทยใหญ่ปางมารวิชัย เป็นเจดีย์ที่อยู่สูงที่สุดในเขตอำเภอเมืองน่าน สามารถมองทิวทัศน์ของตัวเมืองจังหวัดน่านได้อย่างสวยงาม และมีประเพณีการขึ้นนมัสการองค์พระธาตุในวันเพ็ญ เดือน ๘ เหนือ (วันวิสาขบูชา)
|
| เรารักในหลวง | ||
พระเสโท หลั่งไหล เพื่อใครกัน |
||
|
View All |
||
| ยิ้ม ๆ กับ เรื่องหมา ๆ | ||
อมยิ้มกันดีกว่า |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||