พิมพ์หน้านี้
|
อ่านความรักครั้งแรกของใครหลาย ๆ คนในบางโอเคเนชั่น ก็ให้รู้สึกว่า ช่างเป็นความรักที่งดงามอ่อนหวาน ซาบซึ้งใจยิ่งนัก พร้อมกันแอบหวั่นใจว่าจะมีใคร tag เราหรือเปล่านะ และเราจะทำอย่างไรดี เพราะเกิดมาไม่เคยรักใคร(จริง) ซักที และแล้วในที่สุดก็ไม่อาจหลบหนี Tag ไปได้ เมื่อคุณฅนผ่านทาง ส่ง Tag รักครั้งแรกมาให้ รับการบ้านมาก็มานั่งรื้อฟื้นความทรงจำ เวลาผ่านไปหลายวันจึงเค้นความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องราวของใครคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อผ่านเลยวัยเยาว์มาเนิ่นนานจึงรับรู้ว่ามีเขาอยู่ในความทรงจำ
หวลเวลากลับคืนไปสู่วัยเยาว์ วัยอันไร้เดียงสา เด็กหญิงตัวน้อยผมม้าหน้ากลม เธอเป็นเด็กเงียบ ๆ ไม่คุยไม่เล่นกับใคร วัน ๆ เธอหมกตัวอยู่แต่ห้องสมุด เธอจึงเหมือนเด็กไร้เพื่อน เมื่อขึ้นชั้น ป.5 เด็กหญิงตัวน้อยนั่งโต๊ะที่ 2 ริมประตูคู่กับเด็กหญิงผิวขาวร่าเริงช่างพูด นอกจากเธอสองคนแล้วที่เหลือในแถวก็เป็นเด็กผู้ชายล้วน ๆ ในวัยนั้น เด็กหญิงและเด็กชายจะแบ่งกลุ่มกันอย่างชัดเจนไม่ปะปนกัน แต่เด็กหญิงตัวน้อยต้องจำใจนั่งตรงนี้ เพราะเธอแย่งเก้าอี้กับเพื่อน ๆ ไม่ทัน ไม่ว่าจะเรียนวิชาใด ๆ ถ้าครูแบ่งกลุ่มให้ตามแถวที่นั่ง กลุ่มริมประตูจะได้คะแนนต่ำสุดเสมอ เพราะเหล่าทโมนไพรนักเรียนชายทั้งหลายในแถว เรียนอ่อนที่สุดในห้อง แน่นอนการบ้านทุกวิชาของเธอจะต้องถูกแบ่งปันให้ขาซ่าส์ทั้งหลายในแถวลอก หลายครั้งที่เธอถูกดุ เด็กหญิงนั่งก้มหน้านิ่ง ไม่ปฏิเสธไม่บ่นว่าใคร จนครูใจอ่อนและอ่อนใจเลิกดุว่าเธอไปเอง และหนึ่งในกลุ่มทโมนทั้งหลายก็มีเด็กผู้ชายคนนั้นรวมอยู่ด้วย ความเกเรของเขาคงเข้าขั้น เพราะแต่ละวันของการเรียนรู้ ไม้เรียวต้องหวดก้นเจ้าหนูน้อยคนนี้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นข้อหาชกต่อย ทะเลาะวิวาท ไม่ทำการบ้าน ทำข้าวของเสียหาย ฯลฯ วันหนึ่งเขาโดนตีหน้าห้องเรียน พร้อมกับคำบ่นว่าของคุณครูยาวเหยียด ก่อนสรุปท้ายประโยคว่า วันนั้นน้ำตาของลูกผู้ชายไหลหลั่ง เด็กชายมาแอบร้องไห้ที่บันไดหน้าห้องสมุดที่ร้างไร้ผู้คน และเด็กผู้หญิงตัวน้อยยืนมองจากระเบียงหน้าห้องสมุด วัยนี้เด็ก ๆ จะชอบล้อเลียนชื่อบิดามารดากัน (ไม่รู้ทำไม) ต่างพากันตะโกนเรียกชื่อพ่อแม่คนอื่นทั้งนั้น และวันหนึ่งก็ถึงคิวของเด็กหญิงตัวน้อย เมื่อหนึ่งในทโมนไพรแอบรู้มาว่าพ่อของเธอชื่ออะไร ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่มีใครล้อชื่อพ่อแม่ของเธออีกเลย เธอหลงดีใจว่าเพราะท่าทีไม่สนใจเสียงล้อเลียนของเพื่อน ๆ ที่ทำให้เธอรอดพ้นการถูกล้อเลียนชื่อพ่อมาได้ สมุดการบ้านของเธอถูกส่งผ่านจากโต๊ะหน้าไปยังโต๊ะหลังอยู่ทุกวัน และแล้ววันหนึ่งก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้น กลุ่มทโมนไพร 4 - 5 คน ต่างมามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น หน้าหนึ่งในสมุดการบ้านของเด็กหญิงตัวน้อย มีชื่อของเธอกับชื่อของเด็กชายคนหนึ่งในห้อง เขียนคู่กันไว้ เด็กผู้ชายตัวดำ อ้วนกลม ที่เคยบอกให้พ่อแม่ของเขามาขอเธอ เมื่อสมัยอยู่ชั้น ป.3 จึงเป็นเรื่องล้อเลียนกันในครอบครัวของเด็กทั้งสอง เพื่อนที่โรงเรียนคงจะรู้ระแคะระคายแต่ไม่เคยมีใครกล้าล้อเลียนเธออีกเหมือนกัน แต่ในครั้งนี้ทุกคนพบชื่อของเด็กทั้งสองในสมุดของเธอ ต่างคิดว่าเธอเขียเอง ขณะที่เธอยืนยันหนักแน่นว่าไม่ใช่ลายมือของเธอแน่นอน แต่เพื่อน ๆ ต่างไม่เชื่อ น้ำตาของเธอเริ่มเอ่อล้น ก่อนที่มันจะหยดออกมา จอมเกเรประจำห้องก็เดินมาจากหลังห้อง "สรุปว่า ไม่ใช่ลายมือน้ำและลายมือใครในห้อง ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้เรื่องนี้จบไป แต่อย่าให้รู้นะว่าใครเป็นคนเขียน" เด็กชายกล่าวจบก็วางสมุดการบ้านลงบนโต๊ะของเด็กหญิง วันนั้นเด็กชายในแถวล้วนถูกตีกันถ้วนหน้า เนื่องจากลอกการบ้านไม่ทันเพราะมัวแต่ตามหาเจ้าของลายมือเจ้าปัญหาอยู่
จากวันนั้นวันเวลาก็ผ่านเลยไป ท่ามกลางเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สร้างความผูกพันในความเป็นเพื่อนของเด็กหญิงและเด็กชายให้เจริญเติบโตงอกงามขึ้น เมื่อขึ้นชั้นมัธยมเด็กทั้งสองคนต่างเลือกเรียนโรงเรียนเดียวกัน เธอสอบเข้าเรียนได้ในห้องแรก ในขณะที่เขาเรียนอยู่ห้องท้ายสุดของระดับชั้น ความเป็นเพื่อนของเด็กทั้งสองคงไม่หยุดสะดุดลงถ้าไม่เพียงแต่เพราะคำพูดบางประโยค เป็นระยะเวลาถึง 6 ปีเต็มที่เขาและเธอเรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่เธอไม่เคยมีเขาอยู่ในสายตาอีกเลย เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่เดียวกับเธอ จนกระทั่งพิธีจบการศึกษาผ่านพ้นไป คงเพราะโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เธอจึงยอมพูดคุยทักทายกับเขา แต่ระยะเวลาแห่งความห่างตั้ง 6 ปี จึงทำให้เขาและเธอไม่อาจกลับมาสนิทกันเหมือนเดิมได้ เธอเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนเขาขับวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างในหมู่บ้าน และต่อมาก็ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมแถวนั้น ในยามที่เธอกลับจากมหาวิทยาลัยค่ำมืดดึกดื่น เธอจะมีพี่ชายมารอรับที่ปากทางแยกเข้าหมู่บ้าน พี่ชายของเธอเล่าให้ฟังว่า มักจะพบเขาอยู่แถวนั้นเป็นประจำ และเขาเคยบอกกับพี่ชายว่า "น้ำมันโตแล้วนะครับพี่ พี่ปล่อยให้มันดูแลตัวเองได้แล้ว" วันสุดท้ายที่เธอได้พูดกับเขาคือช่วงเทศกาลสงกรานต์ เด็กสาวไม่ชอบออกจากบ้านในช่วงนี้เพราะไม่ชอบการเล่นสาดน้ำและประแป้ง แต่ปีนั้นเธอลงเรียนซัมเมอร์จึงจำเป็นต้องไปเรียนในช่วงที่เทศกาลเล่นน้ำสงกรานต์ของแถวนั้นยังไม่จบลง แต่เธอก็รอดพ้นด่านเล่นน้ำสงกรานต์มาได้ทุกด่าน เพราะเพียงเธอทำตาขุ่นเขียว หน้าเครียด นักเล่นน้ำก็จะหยุดชะงักไม่ยุ่งกันเธอทันที มีเพียงแต่เขาที่กล้าถือขันแป้ง เดินมาประหน้าเธอสำเร็จ โดยไม่สนใจสายตาที่ขุ่นขวางของเธอเลย เด็กสาวทำหน้างอและหันขวับเดินฉับ ๆ จากไปด้วยความโกรธ นับจากวันนั้น ทั้งสองก็ไม่ได้พบกันอีกเลย คงเพราะเธอกำลังจะขอจบในเทอมแรกของปี 4 ด้วยจำนวนวิชาที่มากถึง 8 วิชา การที่ต้องเรียนหนักเธอจึงต้องไปอยู่หอพักใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัย และเมื่อเธอกลับมาบ้านข่าวสุดท้ายที่ทำให้เธอถึงกับนิ่งอึ้งไป เขาเสียชีวิตแล้ว ด้วยอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ก่อนจะเสียชีวิต เขาต้องนอนอยู่ในห้องไอซียูนานหลายเดือนทีเดียว เขาจากไปโดยที่เธอไม่มีโอกาสไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล และไม่มีโอกาสไปขออโหสิกรรมเขาในวันที่ร่างของเขาเหลือเพียงเถ้าถ่าน เมื่อเขาจากไป ความทรงจำต่าง ๆ เกี่ยวกับเขาไหลวนย้อนกลับมา และถ้าหากเธอย้อนอดีตได้ เธอคงจะไม่ใจร้ายกับเพื่อนที่ดีกับเธอมากมายถึงเพียงนี้ เธอคงจะมีเหตุผลมากกว่านี้ และเราคงจะเป็นเพื่อนทีดีต่อกันตราบจนวันที่เขาจากไป
เหมาะสมไหมถ้าจะมีใครเรียกเธอว่า "นางมารร้าย" หมายเหตุ ตอนแรกว่าจะไม่ Tag ใคร ด้วยเกรงใจว่า เขาอาจจะไม่สะดวกที่จะเปิดเผยรักครั้งแรกของตน แต่ว่า ขอส่ง Tag นี้ให้เพื่อนผู้เป็นกัลยาณมิตรตลอดมา 1 คนแล้วกันนะคะ ตะวันแดง. ภาพสวย ๆ จาก Internet |
| บ้านเรา | ||
ความงามบนพื้นแผ่นดินไทย |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |