พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากที่ได้รู้จักจังหวัดศรีสะเกษมาพอควรในคราวที่แล้ว เรามาทำความรู้จักจังหวัดศรีสะเกษกันต่อดีกว่า จังหวัดศรีสะเกษนั้น สามารถเดินทางมาได้ทั้งทางรถยนต์และรถไฟ สำหรับทางรถยนต์นั้น มาไม่ยาก เพราะฉะนั้นจะไม่กล่าวถึง แต่จะกล่าวถึงเรื่องการเดินทางมาโดยรถไฟแทน เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผมและครอบครัวชอบเดินทางกันด้วยรถไฟกันมากกว่าทางรถยนต์ รถไฟนั้น จะวิ่งจาก กทม มาถึงศรีสะเกษโดยตรง โดยผ่าน อยุธยา สระบุรี โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และไปสุดปลายทางที่จังหวัดอุบลราชธานี สถานีรถไฟของศรีสะเกษนั้น ตั้งอยู่กลางเมือง ใกล้ๆกับอนุเสาวรีย์แม่ศรีสระผม ซึ่งเป็นอนุเสาวรีย์ที่เป็นสัญลักษณ์อย่างนึงของจังหวัด สำหรับคนที่ไม่เคยนั่งรถไฟ รถไฟไทยนั้น จะมีหลายรูปแบบ โดยจะตั้งชื่อรูปแบบของขบวนจากการเดินรถ โดยมีดังนี้ ดีเซลราง หรือ รถท้องถิ่น ขบวนนึงนั้นจะมีอยู่ ๓ โบกี้ วิ่งจอดรับส่งทุกสถานี และวิ่งเป็นระยะทางสั้นๆเช่น สุรินทร์-อุบล เป็นรถที่มีแต่พัดลม ต่อมาคือรถธรรมดา จะเป็นยาว มีทั้งหมดประมาณ ๑๖ ถึง ๑นั่งแบบเดียวกันหมด ๑๘ โบกี้ เป็นที่นั่งธรรมดาเหมือนกันหมด วิ่งรับส่งทุกสถานีเหมือนรถดีเซลราง แต่วิ่งเป็นระยะทางไกลๆ รถเร็ว จะเหมือนรถธรรมดา แต่จะหยุดรับส่งเฉพาะสถานีใหญ่ๆเท่านั้น เช่นสถานีประจำจังหวัด หรืออำเภอใหญ่ๆ รถด่วนดีเซลราง หรือ สปริ๊นเตอร์ มี ๓ โบกี้เช่นเดียวกับดีเซลราง แต่ที่นั่งจะเหมือนที่นั่งชั้น ๒ คือเป็นที่นั่งเอน ติดแอร์ทั้งขบวน มีอาหารมาเสิร์ฟ หากนั่งทางไกล จอดเฉพาะสถานีใหญ่จริงๆ และสุดท้าย ที่ผมนั่งบ่อยๆ เวลาเดินทางไปที่ กทม คือ รถด่วน รถด่วนนั้นจะคล้ายกับรถเร็วคือ จอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆ แต่ รถด่วนจะมีเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น รถด่วนจะมีการแบ่งชั้นของโซนที่นั่ง ที่นั่งชั้น ๓ จะเป็นที่นั่งพัดลมธรรมดา ที่นั่งชั้น ๒ จะเป็นที่นั่งเอนพัดลม แล้วก็จะมี ตู้นอนพัดลม ตู้นอนแอร์ ซึ่งจะเป็นเตียงสองชั้น และสุดท้ายคือ ตู้นอนชั้น ๑ ซึ่งแบ่งเป็นห้องส่วนตัวเลย ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีผู้โดยสารขึ้นรถไฟในเส้นทางนี้เยอะมาก เพราะเวลาในการเดินทาง ความสะดวก ปลอดภัยนั่นเอง เพราะการเดินทางด้วยรถไฟจากที่นี่ไปถึง กทม นั้น ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ ๙ ชั่วโมง และเมื่อรถไฟออกจากต้นทางที่อุบลมาถึงศรีสะเกษ รถไฟจะออกจากศรีสะเกษตั้งแต่เวลา ๑๘.๒๐-๒๐.๓๐ ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่ดึกมาก อีกทั้งเมื่อไปถึงกทม เวลาประมาณ ตีสี่ตีห้า ยังพอมีเวลาเข้าที่พัก อาบน้ำอาบท่า ก่อนออกไปทำธุระในวันนั้นเลยได้อีก คนศรีสะเกษหลายๆคนคุ้นเคยกับรถไฟเป็นอย่างดี โดยเฉพาะผม เนื่องจาก โรงเรียนที่ผมเรียนสมัยมัธยมนั้น อยู่แทบจะติดกับทางรถไฟ ใกล้กับสถานีรถไฟมาก เรียกได้ว่า เดินไปไม่ถึง ๒ นาทีเลย เวลาเรียน เมื่อถึงเวลารถไฟจะเข้าสถานี เสียงจะดังมาก จนเรียนไม่รู้เรื่อง พูดกันไม่ได้ยินเลย ผมว่าถ้าเอาพวกผมไปอยู่บ้านแถวสนามบิน ก็ไม่มีผลหรอกครับ ชินกันแล้ว อีกอย่าง ทางรถไฟนั้นผ่านกลางตัวจังหวัดเลย ทำให้ทางข้ามทางรถไฟในตัวจังหวัดนั้น มีถึง ๔ จุดใหญ่ๆด้วยกัน ไม่นับจุดข้ามเล็กๆ ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้วว่า ถ้าจะออกไปทำงานตอนเช้า แล้วบ้านอยู่คนละฝั่งทางรถไฟกะที่ทำงาน ต้องออกมาให้ทันรถขบวนเช้า ไม่งั้นติดแหง็กตรงทางข้ามรอรถไฟผ่านแน่ๆ ร่ายมาซะยาว เลยกลายเป็นว่าคราวนี้มีแต่เรื่องรถไฟไปเลย เอาไว้คราวหน้า จะมาเล่าอะไรดีๆของศรีสะเกษให้อ่านกันต่อนะครับ |