วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม 2551
ยุครัฐบาลขิงแก่ ... ทำไมเก็บภาษีได้มากที่สุด ?
Posted by
BaCon
,
ผู้อ่าน : 252
, 19:16:36 น.
| หมวดหมู่ :
การเมือง
พิมพ์หน้านี้
|
*** ถ้าดูข้อมูลได้ไม่ครบ กรุณา save ข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพ์ของท่านก่อนครับ ( เหมือนเดิม ) ขอโทษนะครับ ... ผมเป็นพวกชอบคิดตื้น ๆ อ่ะ ผมจึงไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลว่า ... ปีงบประมาณ 2549 อนุมัติโดย ครม.ชุดไหน ? ปีงบประมาณ 2550 อนุมัติโดย ครม.ชุดไหน ? รัฐบาลขิงแก่ อนุมัติงบประมาณปีอะไร ?
แต่เมื่อไปค้น ๆ ดูข้อมูลจากสรรพากร... http://www.rd.go.th/publish/36837.0.html ผมนำข้อมูลมาเรียบเรียงใหม่ดังนี้ ... 
สังเกตุตัวเลขภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ในขณะที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลก็ได้ภาษีในส่วนนี้ในอัตราเติบโตต่อเนื่องเรื่อยมา ( ต้องไปค้นข้อมูล ปตท. และกองทุนน้ำมันมาดูเพิ่มเติมมั๊ยเนี่ย ? )
พบว่าในปีงบประมาณ 2550 (ยุครัฐบาลขิงแก่) ... เป็นช่วงที่มีประวัติการเก็บภาษีอากรได้มากที่สุด ? เป็นที่ทราบกันทั่วโลกว่าเมืองไทยมีปัญหาการเมืองภายในประเทศตั้งแต่ปี 2548 (ก่อนยุคขิงแก่) แต่ทำไมรายงานการจัดเก็บภาษีอากรปี 2549 และปี 2550 มียอดจัดเก็บได้สูงกว่าในอดีตอย่างมาก ... มันแปลว่าอะไรกัน ? ทำไมยุครัฐบาลขิงแก่ ... จึงเก็บภาษีได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ?
จากข้อมูลดังกล่าว ... เห็นได้ชัดว่ารายได้ภาษีของประเทศมาจากเขตกรุงเทพถึงกึ่งนึง มาดูข้อมูลรายได้ภาษีจากต่างจังหวัด

ลองทายดูสิว่า ... ถ้าไม่นับกรุงเทพฯ ... ภาคไหนจ่ายภาษีน้อยที่สุดเอ่ย ??? ก็ภาคเหนือกับภาคอีสานไงล่ะ ... ( ลองบวกลบคูณหารกันดูเองล่ะกัน)
คราวนี้มาลองดูรายได้ภาษีจำแนกตามประเภทภาษีทั้งหมด

นำข้อมูลมาแยกดูสัดส่วนตามประเภทภาษี ... เพื่อดูโครงสร้างแหล่งเงินภาษีแต่ละปี

พบว่ามีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ภาษีแต่ละประเภทดังนี้ ... (ผมเลือกเอาเฉพาะประเภทหลัก)

จากนั้นผมก็พบว่า ... ผมเริ่มมึนนนนนนนนนนนนนนน สมองเริ่มเบลออออออออออออออ เพราะสัดส่วนฐานรายได้ภาษีจากกลุ่มบุคคลธรรมดา ... ก็ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง สงสัยจังว่า ... นโยบายภาษีใหม่ของรัฐบาลใหม่ ... ในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ลดแลกแจกแถมประชานิยมเช่นนั้น ... จะพุ่งเป้าไปเพิ่มรายได้ภาษีที่กลุ่มภาษีไหนกันแน่ ?? http://download.rd.go.th/fileadmin/user_upload/callcenter/pdf/news1.pdf
ผมดันอยากรู้ว่าภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเติบโตในภาพรวมมากแค่ไหน จึงกลับไปหาสัดส่วนภาพรวมใหม่อีกรอบ ... แล้วก็พบว่า ...

แหล่งรายได้ภาษีจากคนกรุงเทพ ...ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก
แหล่งรายได้ภาษีจากคนต่างจังหวัด ... ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ( จากกลุ่ม OTOP หรือท่องเที่ยว หรือส่งออก หรือ SME ??)
แหล่งรายได้ภาษีจากปิโตรเลียม ... ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1% ในปี 2541 เป็น 6% ในปี 2550
แต่ ... แหล่งรายได้ภาษีจากหน่วยงานราชการ ... ลดลงอย่างน่าห่วง คงเพราะผลจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ... ด้วยการสร้างภาพว่ารัฐวิสาหกิจผลประกอบการย่ำแย่ หวังฮุบรัฐวิสาหกิจ โดยอ้างว่าประเทศอื่นเขาก็แปรรูปกัน !!!
ต้องขอขอบคุณ ส.ว. รสนา และพวกพ้อง ที่มองเห็นกลโกงของการแปรรูปการไฟฟ้า (กฟผ) และร่วมกันต่อต้านทวงสิทธิคืนมาเพื่อปวงชนชาวไทย ( ... ผมไม่ได้ชะเลียนะครับ ... อยากจะขอบใจจริง ๆ !!! )
ลองพิจารณารายได้ภาษีในมุมมองต่าง ๆ ควบคู่ไปกับเรื่องทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ลองพิจารณาจากดุลการค้าที่บวกมากมาย ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ส่งออกจะโอดครวญ(ไปตามบทบาท) ... แต่ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจริงหรือ ?? ค่าเงินบาทอ่อน ... ผู้นำเข้าก็จะร้องระงมเสียงดัง ค่าเงินบาทแข็ง ... ผู้นำเข้าหายหัวไปไหนหมด (ไม่ได้ยินเสียงเลย) ข่าวไหนจริง ... ข่าวไหนลือ ... ใครควบคุมหน่วยงานข่าว ... ใครคุมสื่อ ??
เป็นไปได้ไหมว่า... ในช่วงที่บ้านเมืองปกครองโดยรัฐบาลชั่วคราว ในช่วงที่บ้านเมืองให้ความสำคัญกับการตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่น พวกที่เคยโกงกินทั้งหลายก็เกรงกลัวจะถูกตรวจสอบ ทำให้ตัวเลขการจัดเก็บภาษีเติบโตตามความเป็นจริง
แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ภาวะบ้านเมืองไม่ปกติอย่างมาก แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ค่าเงินบาทแข็งโป๊ก แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นจากภาวะราคาน้ำมันโลก แม้คนทำงานจะไม่ได้รับการปรับเพิ่มค่าแรง แต่ยุครัฐบาลขิงแก่ ... ก็มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ๆ ที่สูงกว่าทุกยุคสมัยที่ผ่านมา
ขอย้ำว่า -- นี่เป็นการคิดตื้น ๆ ของผม... และมองโลกในแง่ดี.. ว่า... รัฐบาลขิงแก่ ... ก็มีผลงานดี ๆ ... แต่ไม่อวด...
. . .
|