|
ฮุงยงโลแห่งค่ายโดคุดงบนเขากาซานก่อกบฏแล้ว ..ฮุงยงโลมันต้องการที่จะโค่นล้มราชบัลลังก์ .. วันนี้ได้ดูละคร"อิมซังอ๊ก" จึงขอคัดบทสทนาบางส่วนจากตอนที่ 42 มาพิจารณาอีกครั้ง (ขอได้รับความขอบคุณจาก blogger "anchi")http://www.oknation.net/blog/lakorn/2008/03/18/entry-1 ฮุงยงโล ... แต่ท่านก็ทราบไม่ใช่หรือว่า ทั่วทั้งอาณาจักรโชซอน เต็มไปด้วยน้ำตาและเสียงการถอนหายใจ ของเหล่าประชาชนจำนวนมาก เพราะไม่เพียงแค่ภัยธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมีภัยที่เกิดจากฝ่ายปกครอง การซื้อขายตำแหน่งเหล่าขุนนางที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยใช้ชีวิตของชาวบ้านเป็นเหยื่อ แถมยังมีพ่อค้าที่ฉกฉวยโอกาส เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ทั้งนั้น คนที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมอย่างท่านนายห้างทำเหมือนกับไม่รู้ไม่เห็นได้ยังไง อิมซังอ๊ก ... แล้วเจ้า หวังอะไรจากการก่อการครั้งนี้ ฮุงยงโล ... กำจัดผู้นำโฉดชั่ว เพื่อให้ไม่ได้ยินเสียงร้องไห้และถอนหายใจของประชาชน อิมซังอ๊ก ... ถ้าอย่างงั้น เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าจะจัดสรรสิ่งที่ได้มาให้กับทุกคนได้อย่างเท่าเทียม มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยนะ ถึงอุดมการณ์จะแรงกล้าเพียงใด อีกหน่อยเจ้าก็ควบคุมความต้องการไม่ได้ แถมยังจะต้องการมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ .... " อิมซังอ๊ก ... " สมบัติสายน้ำราบเรียบเท่าเทียมกัน ..เกิดมาเป็นคนควรยึดมั่นความซื่อตรง ..นี่คือสิ่งที่ข้ายึดมั่นมาโดยตลอด ..." อิมซังอ๊ก ... " พลังเงินตรา พลังอำนาจ และ พลังแห่งชื่อเสียง ...ต้องสมดุล " ****************************************************** ดูละคร แล้วย้อนดูตัวเรา ... มองดูสถานการณ์ในเมืองไทย มันเข้าเป้าทุก shot เลยนะเนี่ย !!!
... น้ำตา และ เสียงการถอนหายใจของประชาชน ... ภัยที่เกิดจากฝ่ายปกครอง ... ซื้อขายตำแหน่ง ส.ส. ( ซื้อแม้แต่วุฒิการศึกษา ) ... ฉ้อราษฎร์บังหลวง คอรัปชั่น ... ใช้ชีวิตชาวบ้านเป็นเหยื่อ ... พ่อค้าฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและขึ้นราคาในภาวะยากลำบาก ... กำจัดผู้นำโฉดชั่ว ... จัดสรรสิ่งที่ได้มาให้กับทุกคนได้อย่างเท่าเทียมหรือ ??? ... อีกหน่อยก็ควบคุมความต้องการไม่ได้ แถมยังจะต้องการมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศเกาหลีหลุดพ้นจากเรื่องเหล่านี้แล้ว ... แล้วประเทศไทยล่ะ ??? เมื่อไหร่เราถึงจะหลุดพ้นวงจรอุบาทว์ซึ่งมีผลพวงมาจาก...ภัยที่เกิดจากฝ่ายปกครอง ต้นเหตุของการปฏิวัติหรือรัฐประหารในเมืองไทยไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ "ราชบัลลังก์" ทั่วโลกทราบดีในพระเมตตากรุณาธิคุณของราชวงศ์แห่งสยามตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน สถานการณ์ของเมืองไทยจึงแตกต่างจากละครนี้...แต่ผลกระทบส่วนใหญ่ไม่แตกต่าง
สาเหตุของการปฏิวัติในเมืองไทยมักจะเกิดจากผู้บริหารประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง เหมือนกับว่าการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยของไทยเป็นแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น แต่ไม่มีใครสามารถโกหกตัวเองได้ตลอดเวลา ... สีหน้าและแววตามันฟ้อง !!!
ทุกครั้งที่เราได้พบความจริงว่าฝ่ายปกครองเป็นภัยต่อความเจริญของชาติ ก็ย่อมหมายถึงว่าเราได้เผชิญกับการสูญเสีย"เวลา" และ "โอกาส" ไปมากแล้ว เรายังมีเวลาเหลืออีกมากแค่ไหนกันล่ะ ... เราทำใจยอมรับความสูญเสียโอกาสได้มากแค่ไหนล่ะ ... เราคงไม่ได้รอเวลาที่เมืองไทยจะกลายเป็นประเทศที่ร่ำรวยเงินทองในภูมิภาคนี้ แต่เรากำลังเฝ้ารอเวลาที่ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่แท้จริง รอให้คนไทยแต่ละคน ... รักษาความซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น แล้วความมั่งคั่งก็จะหลั่งไหลเข้ามาในประเทศเอง ... เราจะไม่ทำให้อดีตต้องกลายเป็นความว่างเปล่าไร้ค่า ... เราจะไม่ทำให้อดีตกลายเป็นต้นทุนที่ไม่มีทางหากำไรทางจิตใจได้ ... เราจะรอเวลาที่สามารถมองหน้ากันและกันด้วยความเข้าใจในความเป็นจริง เราจะรอเวลาที่สามารถเปลี่ยนแปลงความหลง ... ให้เป็นความเข้าใจที่ยอมรับกันได้ เราจะรอเวลาที่สามารถคิดต่าง แต่ไม่แตกแยก ... คิดเหมือน แต่ไม่ยึดติด ผมรู้สึกว่าเวลานั้นกำลังใกล้เข้ามามากแล้ว...ขอขอบคุณ"ปาก"ของท่านนายกตัวจริง !! ว่าแต่ว่า ... คุณคิดว่า 3 สิ่งที่ต้องรักษาสมดุลไว้หมายถึงอะไร ... ผมเดาว่า ... พลังเงินตรา คือ การใช้เงินให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างคุ้มค่า (ไม่ใช่กำไรเท่านั้น) พลังอำนาจ คือ การบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง ไม่เกรงกลัวหรือบิดเบือนเพื่อพวกพ้อง พลังแห่งชื่อเสียง คือ การรักษาความยุติธรรมให้เป็นที่ยอมรับของคนในประเทศและทั่วโลก
******************************************************
|