พิมพ์หน้านี้
|
... เมืองไทยได้รับอำนาจแห่งสภามาจากการคืนอำนาจสู่ประชาชนโดยรัชกาลที่ 7 อันมีพื้นฐานดั้งเดิมมาจากการประกาศเลิกทาสให้คนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ประชาชนจึงเริ่มมีสิทธิเสรีภาพในบ้านในเมือง เป้าหมายแท้จริงของอำนาจรัฐสภาก็เพื่อให้ประเทศไทยได้มีตัวแทนของประชาชนมาช่วยกันทำงานเพื่อนำความสุขสงบมาให้แก่พี่น้องร่วมชาติ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของคนไทย ในการปกครองประเทศ ฝ่ายธรรมมะและฝ่ายอธรรมต่อสู้กันมาตลอดนับตั้งแต่ยุคโบราณ และตลอดระยะเวลา 75 ปีที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าทั้งสองฝ่ายยังคงต่อสู้กันอยู่ในรัฐสภาของไทย อำนาจของประชาชนไทยไม่เคยได้รับการครอบครองอย่างสร้างสรรค์ในระบอบรัฐสภา เมื่อมีคนดีเข้าสภา ก็จะมีคนเลวมาก่อกวนกีดกันอนาคตที่ดีของชาวไทย นโยบายที่มั่นคงระยะยาวก็มักกลายเป็นพับกลางครัน และเมื่อมีคนเลวเข้าสภา ก็จะมีคนดีมาปกป้องสิทธิของชาวไทยไม่ให้ตกอยู่ในมือของพวกพ้องของคนเลวและคู่ค้า นโยบายที่จะให้ประชานิยมก็มักจะแฝงไปด้วยวงเงินกู้และกองทุน ... แต่มันแปลกตรงที่ว่าหลังจากพ้นตำแหน่งแล้ว ... ทุกฝ่ายก็มักจะได้รับอานิสงค์อีกนานชั่วลูกชั่วหลาน ในช่วงตลอด 75 ปีที่ผ่านมา คนไทยสร้างปัญหากันเองให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคคลบาทพระราชาอยู่บ่อยครั้ง ก็ในเมื่อคนไทยพร่ำบอกว่ารักองค์พ่อหลวง แล้วทำไมถึงสร้างภาระหนักให้พระองค์อยู่หลายครั้งหลายครา หรือว่าคนไทยเก่งแต่พูดไปงั้น แต่จิตใจไม่เคยเข้าถึงความหมายแท้จริงในคำพูดแม้แต่น้อย ยามใดที่มีเหตุการณ์เผชิญหน้าของคนไทยด้วยกันเอง ก็คล้าย ๆ ลูก ๆ ทะเลาะเบาะแว้งกัน และมักจะต้องจบลงด้วยการไปฟ้องพ่อฟ้องแม่ แต่ยังนับเป็นโชคดีของประเทศไทยที่มีพระราชาผู้ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนยิ่ง ไม่เพียงแต่คนไทย แต่ทั่วโลกยังแซ่ซ้องสรรเสริญ ทุกครั้งที่พ่อหลวงทรงแผ่เมตตาแก้ไขปัญหาเพื่อความสงบของประเทศไทย เรื่องที่ดูเหมือนจะเลวร้ายก็มักจะจบลงอย่างเรียบง่าย อำนาจรัฐสภาเหมือนจะกลายเป็นแค่เพียงสมบัติผลัดกันใช้ ..แต่ใช้อำนาจเพื่อใคร .. พวกพ้องหรือประชาชน .. ทุกวันนี้คนไทยจำนวนมากยังลำบากมากมาย ข้าราชการจำนวนมากและในทุกระดับ ฉ้อราษฎร์บังหลวง รับสินบน คดโกงเงินภาษี เงินงบประมาณแผ่นดินไหลถึงมือชาวบ้านน้อยมาก พฤติกรรมเยี่ยงไพร่การเมืองยังปรากฏในรัฐสภา พฤติกรรมเยี่ยงทาสนายทุนยังผงาดในรัฐสภา พฤติกรรมถ่อยและสถุนการเมืองยังปรากฏทั้งในและนอกรัฐสภา หากยังคงเป็นเช่นนี้และเรายังคงปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้ต่อไป ระบบรัฐสภาก็จะไม่เกิดประโยชน์แก่คนในชาติได้อย่างแน่นอน อำนาจของรัฐสภาก็จะถูกเหยียบย่ำสบประมาทอย่างให้อภัยไม่ได้ แล้วอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร แม้คนไทยจะอยู่อาศัยในบ้าน แต่สิทธิครอบครองบ้านจะตกเป็นของใครในอนาคต สำหรับคนที่เรามองว่าเป็นฝ่ายอธรรม ถ้าหากพวกเขาสามารถครองอำนาจรัฐสภา และต่อมาภายหลังได้เข้าถึงเจตนารมย์ขององค์ราชาและบรรพบุรุษในการที่จะทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศอย่างเสมอภาคและจริงใจ ก็ยังพอจะมีหวังมีแววที่ความสงบสุขจะเกิดขึ้นแก่คนไทยทุกคน และหากเป็นเช่นนั้นได้จริง เราคนมองก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับความจริงว่าเรามองผิดไป เพื่อนำความสงบสันติมาสู่คนในชาติโดยเร็ว ก็คิดซะว่าเราคงลืมให้โอกาสแก่คนที่เคยผิดพลาดได้แก้ตัว แต่ทุกวันนี้ปัญหาของอำนาจรัฐสภาคือถูกครอบงำโดย รอ มอ ตอ กลุ่มหนึ่งที่ประชาชนไม่อยากจะเลือก เพราะรู้กันดีว่าถ้าเลือกมาแล้วก็จะเป็นเช่นทุกวันนี้ แสดงชัดเจนให้เห็นถึงความตั้งใจแน่วแน่ที่จะดำรงอำนาจรัฐสภาไว้เพื่อพวกพ้อง เป็นพฤติกรรมแนวอธรรมต่อระบบรัฐสภา แนวคิดแท้จริงของพวกอธรรมก็คือผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นเรื่องไกลตัว แค่ใช้อำนาจเงินก็ผลักดันพวกพ้องเข้ามาสู่ระบบรัฐสภาได้ หลายคนมีประวัติเกี่ยวกับคดีซึ่งไม่สมควรนำชื่อขึ้นขอทูลเกล้าฯ หลายชื่อแม้แต่เด็กยังร้องยี้ ยอมทำทุกอย่างเพื่อแสดงว่าตนเองจงรักภักดีต่อต่อหัวหน้าแก๊งค์มากแค่ไหน ปากพูดอย่างนึงแต่พฤติกรรมตรงข้าม เชื้อไม่ทิ้งแถว หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก นำเงินภาษีมาผลาญด้วยนโยบายประชานิยม เงินจะมา..ประชาก็จะมี เป็นเพียงแค่ จะ จะ จะ จะ มาไม่ถึงซะที มาถึงก็ไม่พอ ปีไหนเงินภาษีไม่พอให้ผลาญ ก็สั่งให้ไปขูดรีดภาษีตุนเอาไว้ให้ได้ตามเป้า ทำผลงานกันถึงขนาดสั่งให้ไปนับชามก๋วยเตี๋ยวทุกวัน และเมื่อพวกอธรรมกล้าแสดงออกชัดเจนว่าไม่ให้ความสำคัญต่อบรรดาองคมนตรี ก็ถือได้ว่าพวกนี้ไม่ให้ความเคารพต่อองค์พระราชา เป็นการทำร้ายจิตใจคนไทยอย่างซึ่งหน้า มันแปลกตรงที่ว่าคนไทยที่สนับสนุนพวกนี้ไม่รู้สึกบ้างหรือไงนะ พวกที่กุมอำนาจรัฐสภาแต่เทิดทูนถวายใจให้แก่หัวหน้าแกงค์ ย่อมแปลว่าทุกครั้งที่จะไปเข้าเฝ้าฯ คนกลุ่มนี้ย่อมมาร่วมงานอย่างเสแสร้ง แค่แต่งตัวตามพระราชพิธี แต่หัวใจมันอยู่กับหัวหน้าแก๊งค์ตลอดเวลา ถือเป็นสัญญาณอันแน่วแน่ที่เมืองไทยจะไม่มีความสงบสุขเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะเป็นพฤติกรรมที่ขัดแย้งกับนิยามของคำว่า "อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" การยุบพรรคก็เหมือนย้ายสัมมะโนครัวจากบ้านนึงไปบ้านนึง แค่ไปเปลี่ยนจากสถานะเจ้าบ้าน เป็นสถานะผู้อาศัยในบ้านใหม่ แต่ใครเป็นเจ้าของบ้านแท้จริงล่ะ ใครกุมสิทธิแท้จริง การยุบสภาก็เหมือนแค่ลาพักร้อน ออกไปเดินเล่นเยี่ยมชาวบ้านอีกรอบ เดี๋ยวก็ได้กลับเข้ามาใหม่ เงินหนาซะอย่าง ก็เงินในคลังไงล่ะ การทำรัฐประหารปฎิวัติก็ล้มเหลวไม่ทันเกมส์อำนาจเงิน หรือเพราะบังเอิญคนทำรัฐประหารก็พอจะมีเงินจึงเข้าใจหัวอกของคนมีเงินซะงั้น นึกไม่ออกว่าคนไม่มีเงินต้องกังวลเรื่องอะไร คงถึงเวลาที่เราจะต้องยอมรับว่า .. ชาวไทยยังไม่สามารถยกระดับจิตใจให้เข้าถึงอำนาจรัฐสภาที่พระราชาทรงมอบให้คราวนั้น .. ยังไม่มีคนไทยกลุ่มใดในรัฐสภาพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถนำไปใช้ให้เป็นผลดีและเป็นประโยชน์แก่ประชาชนโดยรวมได้ทั่วถึง เรื่องภายในบ้านก็ต้องให้คนในบ้านสรุปกันเอง (ไม่ต้องไปสนใจชาวต่างชาติ) เพื่อที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้คงอยู่ตามเจตนารมย์แท้จริง และเพื่อป้องกันรักษาสิทธิในสมบัติของคนทั้งชาติ ไม่ให้ถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ในอุ้งมือพวกมาร(ทั้งร่วมชาติและต่างชาติ)หลังจากใช้อำนาจรัฐสภามานาน 75 ปี .. แต่ถ้าความขัดแย้งในรอบนี้ ทหารไม่ต้องการแทรกแซงการเมืองซ้ำในช่วงเวลาอันใกล้ ก็คงหลีกไม่พ้นที่จะต้องเผชิญหน้า และจบลงด้วยการแบกหน้ากลับไปฟ้องพ่อกันอีกครั้ง .. ไม่อายกันบ้างหรือ ??? อำนาจเงินไม่สามารถมีได้เท่าเทียมกันทุกคน แต่ทุกคนสามารถมีอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยเท่าเทียมกัน .. โดยอาศัยอำนาจรัฐสภาที่เข้มข้นของคนไทย .. ทั้งนี้ ก็พื่อรักษาเกียรติศักดิ์ของคนในชาติ เพื่อป้องกันความแตกแยกของคนในชาติ และเพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานชาวไทยสืบไป .. |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||