วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2551
ประกาศสงบศึก....หรือแค่ฉวยโอกาสชิงตำแหน่งประธานกลุ่มพูโลเก่า
Posted by
BaCon
,
ผู้อ่าน : 236
, 19:46:56 น.
| หมวดหมู่ :
การเมือง
พิมพ์หน้านี้
|
คาบข่าว (บางส่วน) มาให้อ่าน .. จากเวบผู้จัดการ http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000084256 (ข่าว).. ท่ามกลางสถานการณ์ไฟใต้ลุกโชนระลอกใหม่หลายปีมานี้ ก็ยังคงมีการเดินทางไปเจรจากันระหว่าง นายทหารจากกองทัพไทย กับ ตัวแทนขบวนการพูโลเก่า มาโดยตลอด ซึ่งบุคคลที่มีเป็น คีย์แมน ของกองทัพรับหน้าที่เจรจา ได้แก่ พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก, พล.อ.ไวพจน์ ศรีนวล, พล.ต.อกนิษย์ หมื่นสวัสดิ์ รวมถึงนายทหารระดับ พล.ต. และ พ.อ. ของกองทัพภาคที่ 4 อีกประมาณ 3-4 นาย จนกระทั่งเมื่อปี 2550 ได้มีการดึงเอา ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตีของประเทศมาเลเซีย มาเป็นคนกลาง มีการนัดประชุมแดนนำของขบวนการพูโลเก่าและขบวนการอื่นๆ ด้วย แต่ได้ยกเว้น ขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต และ ขบวนการมูจาฮีดินอิสลามปัตตานี มาร่วมเจรจา และสุดท้ายผลการเจรจาในครั้งนั้นก็ไม่บรรลุเป้าประสงค์ตามต้องการ เนื่องจากตัวแทนของขบวนการต่างๆ ที่มาร่วมโต๊ะเจรจาล้วนเป็นผู้ที่ไม่มีบทบาทในการที่จะสั่งการให้ แนวร่วม ที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ให้ยุติการปฏิบัติการลงได้ แต่การเจรจาระหว่างนายทหารกลุ่มหนึ่ง กับคนของขบวนการพูโล และเบอร์ซาตู ก็ยังคงมีการดำเนินการไปโดยตลอด จนกระทั่งสุดท้ายมีนายทหารระดับ พล.ท. นายหนึ่ง เป็นหัวหน้าคณะไปเจรจากับสมาชิกของขบวนการพูโลเก่าที่ประเทศเยอรมนีหลังจากการเสียชีวิตของ ตวนกูนีรอ ตอกอนีรอ ประธานขบวนการพูโลเก่า เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการ อัดเทป เพื่อนำมาออกอากาศแสดงเจตนารมณ์ของ นายลุกมาน บินลีมา ที่ตั้งตนเป็นผู้นำกลุ่มใต้ดิน เพื่อยุติการต่อสู้ด้วยกำลังและอาวุธ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ปฏิบัติการนี้นอกจากจะเป็นเรื่อง การเมืองในประเทศไทย แล้ว ยังเป็นเรื่อง การเมืองของขบวนการพูโลเก่า ด้วย เนื่องเพราะมีการแย่งชิงตำแหน่งประธานขบวนการพูโลเก่าแทน ตวนกอบีรอ ตอกอนีรอ ที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยมีการประชุมและเกิดความขัดแย้งกันในกลุ่มสมาชิกระดับนำ และเป็นไปได้อีกเช่นกันว่านายลุกมาน บินลีมา ฉวยโอกาสนี้ประกาศตัวเป็นหัวหน้า กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งประธานขบวนการพูโลเก่าคนต่อไป ข้อเท็จจริงอีกหนึ่งเรื่อง คือ กองทัพบก, กองทัพภาคที่ 4, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยข่าวความมั่นคงทุกหน่วย ต่างมีข้อมูลที่ชัดเจนว่า ผู้ที่บงการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเวลานี้นั้น เป็นฝีมือของ"ขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนว่าใครคือประธานขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนตที่แท้จริง รู้แต่เพียงว่า นายสะแปอิง บาซอ อดีตครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ น่าจะประธานขบวนการ มี นายมะแซ อุเซ็ง เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2547 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ตัวแทนของขบวนการบีอาร์เอ็นไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็น ไม่เคยยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ไม่ปฏิเสธ และไม่ตอบรับในข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการก่อความไม่สงบเพื่อแบ่งแยกดินแดน และที่สำคัญ แนวร่วมกลุ่มอาร์เคเค ในพื้นที่ ต่างไม่ยอมรับแกนนำของขบวนการพูโลเก่าในการ ชี้นำ และยังมีการสั่งห้ามแกนนำขบวนการพูโลเก่า รวมถึงขบวนการพูโลใหม่ในพื้นที่ ยุ่งเกี่ยวกับการกระทำของแนวร่วมอาร์เคเคในพื้นที่อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้แล้ว การที่ รัฐบาล และ กองทัพ ไม่ออกมาแถลงข่าวเพื่อชี้ให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศรับทราบถึง ข่าวดี ในเรื่องนี้โดยทันที จึงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจากว่ารัฐบาลและกองทัพเองก็ยังไม่เชื่อว่า นายลุกมาน บินลีมา เป็นผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการให้แนวร่วมในพื้นที่ชายแดนใต้หยุดก่อความไม่สงบได้จริง ดังนั้น การวางเฉยของรัฐบาลและกองทัพต่อเรื่องที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร แถลงนั้น ถ้าไม่เป็นไปตามนั้นจริง รัฐบาลและกองทัพก็ไม่เกิดความเสียหาย ซึ่งถือเป็นความเสียหายส่วนตัวของ พล.อ.เชษฐาและคณะเพียงอย่างเดียว .../ ********************************************
ในข่าวบอกว่าคนที่มาประกาศสงบศึกในภาคใต้ของไทยนี้ก็คือ นายลุกมาน บินลีมา ...
ผมอ่านข่าวนี้แล้วจึงเข้าใจไปเองว่า.. น่าจะยังไม่มีหน่วยงานใดเคยพบผู้มีอำนาจแท้จริงของกลุ่มแนวร่วมที่ปฏิบัติการในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ ซึ่งในข่าวกล่าวถึงขบวนการ 4 กลุ่ม
(กลุ่ม 1) ขบวนการพูโลเก่า ประธานเพิ่งตายไป ตำแหน่งประธานจึงว่าง (กลุ่ม 2) ขบวนการพูโลใหม่ เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง (คงจะเป็นคนรุ่นใหม่) (กลุ่ม 3) ขบวนการอาร์เคเค ไม่ยอมรับการชี้นำของกลุ่มพูโล และห้ามทั้งพูโลเก่า และพูโลใหม่ มายุ่งเกี่ยวกับกลุ่มแนวร่วมอาร์เคเคที่อยู่ในพื้นที่ (กลุ่ม 4) ขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต ถูกทางการหมายหัวว่าเป็นผู้ก่อการตัวจริง แต่ขบวนการนี้ไม่เคยออกข่าวใด ๆ ในทางยอมรับหรือปฏิเสธ
พลเอกเชษฐา ไปเจรจากับกลุ่ม 1 ซึ่งกลุ่มนี้ยังไม่มีการประกาศเป็นทางการว่าใครเป็นประธานกลุ่มพูโลคนต่อไป นักข่าวจึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นการหลอกใช้สถานการณ์ในภาคใต้ของไทย เพื่อฉวยโอกาสช่วงชิงตำแหน่งประธานกลุ่มพูโลเก่า อีกทั้งทางรัฐบาลไทยก็ไม่เชื่อว่าคนที่ประกาศสงบศึกนี้จะมีบทบาทและอำนาจจริง
กลุ่ม 2 เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งบางแหล่งข่าวบอกไว้ว่าคนรุ่นใหม่ไม่ยอมรับแม้กระทั่งเงินช่วยเหลือจากคนรุ่นเก่าหรือจากกลุ่ม 1 กลุ่มนี้ก็คงจะไม่สนใจคำประกาศสงบศึกแต่อย่างใด กลุ่ม 3 ก็เคยประกาศชัดเจนว่าไม่ยอมรับกลุ่ม 1 คำประกาศฟ้าแลบนี้จึงไม่มีผลกับกลุ่มนี้แน่นอน กลุ่ม 4 เป้าหมายหลักของทางการ แต่วางตัวเงียบ เฉย ไม่มีความเคลื่อนไหวมานานแล้ว ( สงสัยถูกจับเป็นแพะซะมากกว่า )
ผมจึงคาดว่า .. ประกาศสงบศึกครั้งนี้อาจมีผลแค่ 20% เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม .. ก็ต้องหัดมองโลกในแง่ดีเอาไว้บ้างว่าอาจมีผลสูงถึง 50% จนกว่ากลุ่มอื่น ๆ จะแสดงตนออกมาอย่างน่าเชื่อถือมากกว่านี้ในเวลาอันใกล้ ผมจึงจะสามารถเชื่อมั่นได้ว่า .. ภาคใต้มีแนวโน้มที่จะสงบสันติเกือบ 100% จริง ๆ../
|