*/
  • countrygirl
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-09-22
  • จำนวนเรื่อง : 371
  • จำนวนผู้ชม : 797310
  • จำนวนผู้โหวต : 171
  • ส่ง msg :
  • โหวต 171 คน
คาวบอย

44

View All
<< กุมภาพันธ์ 2022 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565
Posted by countrygirl , ผู้อ่าน : 446 , 16:15:26 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ คาดการณ์ว่าราคาหมูของไทยจะปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน นี้ เนื่องจากสต๊อกที่รัฐบาลคำนวณไว้ว่ามีอีก 25 ล้านกิโลกรัม จะประคองการบริโภคในประเทศที่มีประมาณวันละ 3.5 ล้านกิโลกรัม ได้อีกไม่นาน ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงฤดูร้อน หมูโตช้า ผลผลิตหมูขุนที่เหลืออยู่อาจจะไม่ได้ตามที่คาดไว้

ขณะที่ผู้เลี้ยงรายย่อยและรายเล็กยังไม่มั่นใจนำหมูเข้าเลี้ยงรอบใหม่จากปัจจัยหลายด้านทั้งเงินทุน และความเสี่ยงในการระบาดของโรค ทำให้ผลผลิตที่คาดว่าจะกลับมาเป็นปกติภายในปีนี้ อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประเมินไว้ ผลักดันให้การนำเข้าหมู “ผุด” ขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงฯ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ย้ำโดยตลอดว่าไม่มีนโยบายนำเข้า ยังหันมาแบ่งรับแบ่งสู้ว่าหากขาดแคลนจริงคงต้องพิจารณานำเข้า

 

 

 


ก่อนหน้านี้ มีกลุ่มเอกชนผู้นำเข้าทำหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอนำเข้าเนื้อหมูจากสเปน เพื่อแลกกับการส่งออกเนื้อไก่ไทยไปสหภาพยุโรป (อียู) โดยกรมปศุสัตว์ ยกระเบียบกระทรวงฯ เกี่ยวกับการนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศจะต้องมีการตรวจสอบโรงงานอย่างละเอียดตามมาตรฐานการนำเข้าซากสัตว์และมาตรฐานสุขอนามัยของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องปราศจากสารเร่งเนื้อแดง อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบโรงงานแปรรูปสุกรในประเทศสเปนในเดือนกุมภาพันธ์นี้

สเปน เคยประสบปัญหาโรคระบาด ASF ไม่ต่างกับประเทศไทย และสามารถฟื้นฟูการเลี้ยงในประเทศอย่างเป็นระบบและเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกแถวหน้าของอียู ในปัจจุบัน แต่สเปนไม่ใช่ผู้นำเข้าไก่ไทยรายใหญ่ของอียู ประกอบกับการนำเข้าไก่ของอียู ยังมีโควต้านำเข้าเพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทส ดังนั้นหากต้องนำเข้าหมูจากสมาชิกอียู ต้องพิจารณาเปรียบเทียบมูลค่าการค้าอย่างเหมาะสม เพราะเราไม่ควรนำเรื่องการค้าต่างตอบแทน (Counter Trade) มาเป็น “ทางแลก” ส่งไก่ไป ได้หมูมา ในช่วงวิกฤติหมูขาด-หมูแพง ของไทย

นอกจากนี้ การนำเข้าเนื้อหมูในช่วงที่ราคาในประเทศอยู่ในช่วงขาลงไม่ว่าจากสเปนหรือประเทศใดก็ตาม เป็นการปิด “ทางรอด”ของเกษตรกรไทย เพราะจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนเพื่อเลี้ยงหมูรอบใหม่ของผู้เลี้ยงโดยเฉพาะรายย่อยและรายเล็ก เพราะหมูนำเข้าจะมีราคาต่ำกว่าหมูในประเทศ เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนที่ประเทศผู้ผลิตต้นทางไม่ต้องการและขายในราคาต่ำกว่าทุนได้ ขณะที่หมูในประเทศไทยยังถูกคุมราคาตามมาตรการของรัฐไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

 

 

 

 


เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูของไทย ต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30% ต้นทุนพลังงาน และต้นทุนจากปัจจัยการผลิตในการป้องกันโรค การผลิตหมูรอบใหม่จึงมีความเสี่ยงต่อการควบคุมราคาแทนการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด จึงเป็นเหตุผลของเกษตรกรไม่กล้าเลี้ยงหมูรอบใหม่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ และเป็นเป้าหมายของรัฐบาลในการฟื้นฟูอาชีพให้กับเกษตรกร และเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร

จากการดำเนินงานของภาครัฐอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาหมูขาด-หมูแพง โดยเฉพาะการตรวจสอบสต๊อกหมูอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ราคาหมูหน้าฟาร์มขณะนี้ปรับลงเหลือ 94-97 บาท/กก. (ขณะที่ราคาขายจริงอยุ่ที่ 82-92 บาทต่อ กก.) ราคาเฉลี่ยถึงผู้บริโภคอยู่ที่ 160-180 บาท/กก. จากสต๊อกหมูในห้องเย็นที่ถูกระบายออกมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการบริโภคลดลงไป 50% ทำให้ราคาอ่อนตัวลงมาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า สต๊อกหมูของไทยที่ภาครัฐคาดว่ามีอยู่ 25 ล้านกิโลกรัม จะรองรับการบริโภคในประเทศที่มีความต้องการวันละ 3.5 ล้านกิโลกรัม ได้อีกไม่นานเมื่อสต๊อกหมดลงราคาและการผลิตในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการ ราคาจะเพิ่มขึ้นตามกลไกการตลาด และตั้งข้อสังเกตุว่า ASF ทำให้แม่พันธุ์สุกรและหมูขุนในระบบการเลี้ยงหายไปกว่า 50% ไม่สะท้อนราคาที่แท้จริง น่าจะเป็นเกมของพ่อค้าคนกลางกดราคา

ภาครัฐจึงควรเร่งสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรไทยมีกำลังใจในการนำหมูรอบใหม่เข้าเลี้ยง การให้ความรู้ทางวิชาการเพื่อการป้องกันโรคอย่างยั่งยืนในระบบฟาร์มมาตรฐาน และเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ ใช้กลไกการตลาดแทนมาตรการควบคุมราคา เพื่อให้เกษตรกรไทยเห็นอนาคตของตัวเองชัดเจนขึ้น ภาครัฐจำเป็นต้องไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนว่า “ทางแลก” นำเข้าหมูเพื่อการส่งออกเนื้อไก่ไทย จะเป็น “ทางรอด” ของเกษตรกรไทยและสมดุลประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริงและยั่งยืน


อัปสร พรสวรรค์

 

 

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน