พิมพ์หน้านี้
|
สุดา ศรีลำดวน - สาวขายเครื่องสำอาง บุญมี ขันคำ หรือ สุดา ศรีลำดวน มีชื่อเล่นว่า " ส้ม " (เพิ่งจะใช้ชื่อเล่นนี้ หลังจากเข้ามาอยู่ในวงการมานานหลายปี) เป็นชาวจ.ศรีสะเกษ โดยกำเนิด ครอบครัวเป็นเกษตรกรทำไร่ทำนาที่เจ้าตัวบอกว่า " จนที่สุดในหมู่บ้าน" เธอชื่นชอบการฟังและร้องเพลงลูกทุ่งอย่างมาก และชอบที่จะแสดงความสามารถด้านการร้องเพลงของเธอต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นประจำ จนในที่สุดครูก็ส่งเป็นตัวแทนโรงเรียนไปประกวดร้องเพลงระหว่างโรงเรียนเป็นประจำจนจบการศึกษา หลังจบการศึกษาที่บ้านนอก ก็เดินทางเข้ากรุงเทพ และในที่สุดก็หันจับงานด้านการเดินเร่ขายเครื่องสำอาง ซึ่งชีวิตในช่วงนี้เธอลำบากมาก ถึงกับเคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ในที่สุดก็ผ่านพ้นวิกฤติต่างๆมาได้ ชะตาชีวิตเริ่มดีขึ้นหลังจากที่นำเครื่องสำอางมาขายให้กับบรรดานักร้องที่คาเฟ่แห่งหนึ่งชื่อ กาแลกซี่ คาเฟ่ และหลังจากที่แวะเวียนมาที่นี่หลายครั้ง ต่อมาก็ได้รู้จักกับแฟนเจ้าของคาเฟ่ ซึ่งเห็นว่าการเดินเร่ขายเครื่องสำอางเป็นงานที่ลำบาก จึงชวนมาเป็นเด็กเสิร์ฟที่คาเฟ แต่สุดาซึ่งไม่ชอบงานเสิร์ฟ ได้ขอสมัครเป็นนักร้องแทน และก็ได้รับโอกาสให้ขึ้นไปร้องทดสอบต่อหน้าแขกที่มาเที่ยวในตอนนั้นเลย ซึ่งก็ได้รับการชื่นชมจากแขกที่มาเที่ยวอย่างมาก จนได้รับเงินรางวัลมาถึง 3,000 บาท ทำให้เธอได้เข้าเป็นนักร้องประจำของที่นี่นับตั้งแต่นั้นมา และได้รับคำชมจากแฟนเจ้าของคาเฟ่ว่าเธอเสียงดีกว่านักร้องทุกคนของคาเฟ่แห่งนี้ สุดา เป็นนักร้องคาเฟ่ที่นี่อยู่ปีกว่า ก็มีคนชักชวนให้ขยับขยายไปร้องตามคาเฟ่ที่ใหญ่กว่า จึงย้ายมาร้องเพลงที่ เพลย์บอยคาเฟ่ แถวปิ่นเกล้า โดยหลังจากที่ทำงานได้ประมาณสิบกว่าวัน เธอก็ได้พบกับ ภมร อโนทัย นักจัดรายการวิทยุ นักประพันธ์เพลง และผู้จัดการของยิ่งยง ยอดบัวงาม ที่มาทำธุระที่คาเฟ่ หลังจากที่ได้ฟังเสียงสุดา ที่โดดเด่นแม้จะยืนร้องหมู่ร่วมกับนักร้องอีกหลายคน ก็เกิดความสนใจ จึงทาบทามให้มาเป็นนักร้องบันทึกเสียงในสังกัดของเขา โดยบอกว่าแก้วเสียงของเธอเหมือนกับ จันทรา ศิริวรรณ ที่ลาออกไป จึงอยากได้เธอเข้ามาแทน แต่เธอยังไม่ตอบตกลง เพราะกล้วโดนหลอก ต่อมาสุดาได้พบกับภมร อโนทัยอีกครั้งที่คาเฟ่แห่งเดิม คราวนี้มียิ่งยง ยอดบัวงาม ติดตามมาด้วย การที่เธอมีความชื่นชอบยิ่งยงอยู่แล้ว ประกอบกับการเป็นคนบ้านเดียวกัน สุดา ศรีลำดวน จึงตัดสินใจมาอยู่ในสังกัดของ ภมร อโนทัย และเดินสายทำการแสดงกับวงของยิ่งยง สุดา มีผลงานเพลงในแนวหวานออกมา 3 ชุด โดยเป็นชุดที่ร้องคู่กับยิ่งยง 2 ชุด แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก ชื่อเสียงของเธอยังไม่เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่ว หลังจากหมดสัญญากับทางภมร อโนทัย ทางด้านสมบัติ เมืองอุบล อดีตผู้จัดการของสายัณห์ สัญญา ได้พาเธอมาเข้าสังกัด ลีลา เร็คคอร์ด ของอิทธิ พลางกูร ที่ตั้งขึ้นใหม่เพื่อทำเพลงลูกทุ่ง โดยเธอเป็นนักร้องคนแรกของค่าย ซึ่งที่นี่ เธอได้หันมาจับแนวเพลงสนุกสนาน กุ๊กกิ๊ก โดยมีผลงานชุด " น้าเขย" ออกมา โดยมีเพลง " น้าเขย " เป็นเพลงโปรโมต และนับตั้งแต่นั้น ชื่อของสุดา ศรีลำดวน ก็ได้รับการแจ้งเกิดในวงการลูกทุ่งไทย เมื่อวันก่อน เพื่อนเอาหนังสั้นจากเทศกาลเวิร์ลฟิล์มครั้งนี้มาให้ดู ชื่อเรื่อง " มาย ทอล์คกิ้งดิค " เป็นเรื่องหนุ่มสาวต่างชาติพันธุ์คู่หนึ่ง ฝ่ายชายเป็นคนไทย ฝ่ายหญิงเป็นฝรั่ง ทั้งสองมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เพราะฝ่ายหญิงก็ไม่รู้เรื่องภาษาไทย ฝ่ายชายก็เป็นอัมพาตด้านภาษาอังกฤษ เรื่องนี้พาลจะทำให้ทั้งสองต้องเลิกคบกันอยู่แล้ว ก็พอดีพวกเขาไปได้ทอล์คกิ้งดิควิเศษมา ที่ช่วยให้พวกเขาสามารถพูดในภาษาที่เลือกได้อย่างคล่องปาก แต่ข้อเสียของมันก็คือมันทำให้พวกเขาลืมภาษาเกิดของตัวเองไปเลย เรื่องวุ่นๆก็จึงยังคงกลายเป็นเรื่องวุ่นๆอยู่เช่นเดิม (และดูจะวุ่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก) หนังเรื่องนี้ ผู้กำกับ เป็นสามีภรรยากัน ฝ่ายชายเป็นคนไทย และฝ่ายหญิงเป็นฝรั่ง เรื่องที่นำมาสร้าง ก็นำมาจากปัญหาการสื่อสารที่พวกเขาเคยประสบพบมานั่นเอง
ดูไปดูมา ก็เลยนำเพลงที่พูดถึงเรื่องการสื่อสารของคนต่างภาษามาให้ฟังกันครับ เอาแบบขำๆเบาสมอง ๆไม่ต้องคิดลึกแบบในหนัง เพลงนี้ชื่อ " หนุ่มลาวสาวไทย " ครับ เป็นเพลงคู่ ร้องโดย " สุดา ศรีลำดวน" รับบทเป็นสาวไทย กับ"สิทธิพร สุนทรพจน์" รับเป็นหนุ่มลาว อยู่ในชุด " คู่มันส์สนั่นทุ่ง" ที่ออกมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ใครเป็นคนแต่งเพลงนี้ก็ไม่ทราบได้ เพราะจากปกซีดี เขียนเอาไว้แบบเหมารวมว่าผลงานชุดนี้แต่งโดยชลธี ธารทอง , ดอย อินทนนท์ , รุ่ง ทานตะวัน และ เทพพร เพชรอุบล (คือให้ไปคิดกันเอาเองว่าใครแต่งเพลงไหน เป็นการฝึกสมองไปในตัว ว่างั้นเหอะ ) เห็นตะวันยิ้มแฉ่ง ตุ๊กแกอ้าปากแดงๆ ตะแคงคอเฝ้าชะแง้ ฮ่วย. หยังมาเอิ้นตุ๊กแก นั่นมันโต กั๊บแก้ ตาแดงแจ๋เหมือนไฟ โน่น คางคกตัวเก่ง กำลังเล็งแมลงตัวใหญ่ ขี้คันคาก อ้าปากไวไว มันตั้งใจ ไล่กินแมงหัวแดง จิ้งจกลายคล้ายจระเข้ คลานโผลเผลกะต้วมกะเตี้ยม แม่นบ่นั่นมันโตขี้เกี้ยม หน้าเหมือนเสียมบ้านพ่อเฒ่าแดง กิ้งก่าหนีขึ้นต้นขนุน ชุลมุนเพราะหวาดระแวง ขี้กะปอมมันย่างด้องแด๋ง คอตะแคงขึ้นต้นบักมี่ นั่นตัวแมงไม้ แม่นที่ได๋ นั่นแมงหาบผี ผีเสื้อลายมันฉุยฉายสวยดี โอ๊ย แมงกะบี้ตอมขี้กิ้งกือ พอดีตอนไปหาข้อมูล เจอเรื่องนี้ ก็เลยหยิบมาฝาก กะปอม, ขี้กะท่าง = กิ้งก่า
ช่วยกันฟังเพลงลูกทุ่งกันหน่อยนะครับ อย่าให้มันหายไปจากบ้านเรา |