พิมพ์หน้านี้
|
(บันทึกย้อนหลัง) วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2550 (หยุดชดเชยวันฉัตรมงคล) วันสำคัญแห่งการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของลูกทั้งสองคน ต้องเข้าโรงเรียนก่อนหนึ่งสัปดาห์เพื่อปรับพื้นฐาน และก็เป็นวันครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่ ซึ่งเราอยู่ร่วมกันมากับลูกๆที่น่ารัก ผ่านมาแล้วสิบสี่ปี พ่อกับแม่และกู๋เอ็ม ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเดินทางไปส่งลูกๆ เราแต่งตัวกันเสร็จ ก็ลำเลียงข้าวของเครื่องใช้ขึ้นรถกู๋เอ็ม ได้เวลาประมาณแปดโมงเช้า เรายืนถ่ายภาพที่หน้าบ้านเป็นที่ระลึก ถามลูกว่าตื่นเต้นกันไหม เขาทั้งสองคนตอบเหมือนกันว่าไม่ตื่นเต้นเลย แปลกจริงทำไมเมื่อคืนแม่นอนไม่ค่อยหลับก็ไม่รู้ ก่อนหน้านี้ ก่อนที่พ่อกับแม่จะตัดสินใจให้ลูกๆไปเรียนรู้กับชีวิตที่ต้องอยู่ในสังคมการเรียนแบบอยู่ประจำ ต้องกินนอนอยู่กับเพื่อนๆที่มาจากครอบครัวที่มีพื้นฐานต่างกัน แม่ก็เป็นห่วงอยู่บ้าง แต่ได้คิดถึงข้อดีและข้อเสียต่างๆมากมาย และพาลูกๆไปดูโรงเรียน ไปสัมผัสบรรยากาศ ถ้าต้องมาอยู่อย่างนี้จะอยู่ได้ไหม โชคดีที่เราเลี้ยงลูกให้เขาสามารถอยู่ได้ ดูแลตัวเองได้ ซึ่งเราดูแลอบรมลูกเป็นอย่างดีมาตลอด และก็แม่มั่นใจในตัวลูกมากๆเพราะใครๆมักจะพูดให้แม่ได้ยินเสมอว่าแม่เลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน จะไปไหนก็พาไปด้วย เข้าสังคมได้ หูตากว้างไกล เรียนรู้จากสิ่งที่พบเห็นมาก ลูกทำอะไรๆ ได้มากว่าเด็กวัยเดียวกัน รู้จักการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ง่าย และก็ไม่ลืมสอบถามความคิดเห็นของลูกว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร สรุปตกลงว่าอยากเข้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้ เนื่องจากไม่อยากไปสอบแข่งขัน ไม่ชอบความวุ่นวาย แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าแม่จะพาไปสมัครโควต้าแล้ว แม่ก็ยังสรรหาโรงเรียนดังๆ อีกหลายโรงเรียน ให้ลูกได้ไปสอบในสนามจริง เพื่อจะได้เรียนรู้บรรยากาศของการแข่งขันด้วย โชคดีมากที่ลูกๆเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย และมีเหตุมีผล หลังจากที่ตัดสินใจเรียนที่นี่แน่นอนแล้ว ก็ดำเนินการตามขั้นตอนและระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน เตรียมการทั้งเสื้อผ้าและของใช้ ลูกๆสนุกที่จะเรียนรู้และเตรียมของใช้ส่วนตัว เขาจะจดสิ่งที่ยังไม่มีมาบอกแม่ และมาชวนกันไปซื้อหา โดยจัดเตรียมของใช้และจัดใส่ถุงเสร็จล่วงหน้าก่อนไปเข้าเตรียมความพร้อมที่โรงเรียนกว่าหนึ่งสัปดาห์ (ช่วงนั้นแม่คิดในใจอยู่ว่า ดูซิลูกเราจะได้ไปอยู่โรงเรียนประจำกันน่ะ เห่อน่าดูเลย เอ..หรือว่า เขาเบื่อพ่อกับแม่อยากไปอยู่ให้ไกลๆหรือเปล่า ..ไม่น่าจะใช่น่า เพราะเขาถูกสอนมาให้มีการเตรียมพร้อมให้เรียบร้อยต่างหากล่ะ ถึงเวลานั้นจะได้ไม่ฉุกละหุกไง)
เอาละวันนี้แม่กังวลเล็กน้อย ลูกๆก็คงเป็นเหมือนกัน ออกจากบ้านแล้วแวะไปกินข้าวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ หน้าเขาวัง ราชบุรี และออกเดินทางระยะทางประมาณ 30 กม. ก็ไปถึงโรงเรียนประมาณเก้าโมงเช้า มีนักเรียนและผู้ปกครองมากันเยอะแล้ว รปภ.ที่อำนวยความสะดวกที่หน้าประตูทางเข้า แจกเอกสารมาหนึ่งแผ่นเป็น ขั้นตอนการร่วมกิจกรรมของนักเรียนและผู้ปกครอง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จอดรถกันเรียบร้อยแล้ว ก่อนอื่นต้องไปดูที่บอร์ดว่าลูกๆอยู่ห้องไหนกันและพาไปรายงานตัวกับครูที่ปรึกษา เพื่อรับเอกสารประกอบการประชุมผู้ปกครองนักเรียน และคูปองแลกอาหารว่างสำหรับนักเรียน และคูปองอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนกับผู้ปกครองที่เดินทางมาส่งนักเรียนในวันนี้
เวลาประมาณสิบโมง ครูก็ประกาศให้นักเรียนไปทำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ใต้ถุนอาคารเรียน 2 และประกาศให้ผู้ปกครองเข้าประชุม ณ ห้องวิถีพุทธ
ในการประชุม แม่ พ่อและกู๋เอ็มก็ได้เข้าดู Slide ประวัติโรงเรียนและฟัง ผอ.นเรศ สายหล้า พูดถึงการรับการนักเรียนและครูกรองแก้วครูปกครองพูดถึงการปฏิบัติเรื่องชีวิตประจำวันของนักเรียนประจำ กฎระเบียบต่างๆ ในการอยู่หอพัก และเรื่องการรับ-ส่งนักเรียน มีเรื่องขำๆหลายเรื่องที่ครูเล่าให้ฟัง จากนั้นลูกๆก็มาเรียกให้นำของใช้ไปเข้าหอพักได้แล้ว แม่กับกู๋เอ็มจึงได้ไปเอาของที่รถ ลูกๆ ก็ช่วยกันหิ้วไปคนละไม้คนละมือ กู๋เอ็มอดไม่ได้ที่จะบอกว่า โรงเรียนนี้เหมือนรีสอร์ทเลย บรรยากาศร่มรื่น อากาศดี ด้านหลังหอพักเป็นภูเขา เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณชัยภูมิที่ดีมาก ทางเดินไปหอพักเหมือนขึ้นเนินเล็ก ถึงหอหญิงก่อน ที่โรงเรียนแบ่งหอพักเป็น หอหญิง 1 -4 และหอชาย 1-4 เช่นกัน เด็กๆชั้น ม.1 จะเข้าพักที่หอ 1 ทั้งชาย-หญิง หอพักมี 3 ชั้น ชั้นล่างน่าจะเป็น ห้อง Study หอนอนหญิง 1 ชั้น 2 ชื่อ ผ้าไหม หอนอนหญิง 1 ชั้น 3 ชื่อ ไหม ..อะไรซักอย่างแม่จำไม่ได้ละ ส่วนหอนอนชาย 1 ชั้น 2 ชื่อ พุดตาน หอนอนชาย 1 ชั้น 3 ชื่อ พุดชาด หรือพุด ..อะไรซักอย่างแม่จำไม่ได้เหมือนกัน เอ..หรือจะจำสลับกันก็ไม่แน่ใจ
ทันทีที่มาถึงหน้าหอหญิง 1 แม่ก็บอกลูกว่า เดี๋ยวแม่ไปจัดของให้น้องก่อนนะ หิ้วของขึ้นไปด้วยกัน แต่เขาก็ส่ายหัว บอกว่าไม่กล้าขึ้นหรอกแม่ นี่มันหอหญิง ??? งั้นแม่ขึ้นไปก่อน พอก้าวผ่านประตูชั้นสองเข้าไปในห้องใหญ่ ยาว โอ้โห....คนเต็มไปหมดเลย เราต้องเดินหาชื่อของตู้และเตียงนอน เนื่องจากว่าตู้และเตียงอยู่กันคนละที่ เดินเข้ามาลึกพอควรก็เจอชื่อแล้ว
อ๊ะ....ตู้เหรอเนี่ย..ตู้ไม้ทึบเตี้ยๆเรียงเป็นแนวริมหน้าต่าง..แม่เปิดตู้สอดสายตาเข้าไปมอง โห..ขี้ฝุ่นทั้งนั้นเลย ดีที่แม่เตรียมผ้าขี้ริ้วมาด้วย ใช้ให้ลูกไปชุบน้ำมาเช็ดตู้เช็ดเตียงให้สะอาด ตู้เสื้อผ้าเล็กๆมีสองชั้น แล้วก็โชคดีซ้ำสองอีกตู้ที่เป็นของลูกดันอยู่ตรงมุมเสา พื้นที่ภายในตู้จึงเหลือน้อยกว่าตู้ของเพื่อนๆ แม่ยืนอึ้งและคิดอยู่พักนึงคิดว่าจะจัดของให้ลูกยังไงดี ตู้เล็กและแคบขนาดนี้ ไม่มีแม้ราวแขวนเสื้อ ซึ้งก่อนมาลูกรีดเสื้อผ้าใส่ไม้แขวนไว้อย่างดี คงต้องปลดลงมาพับซะแล้วล่ะลูกเอ๋ย เอ..แต่แม่ก็เตรียมการมาแล้วอย่างดี ก็ตรงฝาประตูตู้ ติดกระดานโน๊ตผ่าเล็กๆ แขวนตะกร้าใส่ของใช้ และแขวนกระเป๋าหลายๆช่องไว้ใส่ของได้โดยไม่เปลืองเนื้อที่เก็บเสื้อผ้าในตู้ โอ..เป็นไอเดียที่แม่คิดล่วงหน้าไว้ให้ลูกอยู่แล้ว จึงได้ไปซื้อจากร้าน 60 บาทมาเก็บไว้ให้ลูกทั้งสองคนเหมือนกันแต่ต่างกันก็ตรงเป็นแบบผู้ชายแม่เลือกให้เป็นสีเขียว กับแบบน่ารักๆดูเป็นผู้หญิงสีชมพูสีโปรดของลูกล่ะ ติดอุปกรณ์ต่างๆเข้าที่เข้าทางดีแล้ว ก็หันมาพับผ้าเรียงเข้าตู้ ส่วนของจุกจิกก็เก็บไว้ให้เขาจัดกันเอง แม่สังเกตุเห็นว่ามีผู้ปกครองท่านอื่นมาแอบดูไอเดียเก๋ไก๋บนฝาผนังตู้ของเราด้วยซิ แหมก็แน่ล่ะฝีมือแม่ซะอย่างเห็นมั๊ยล่ะได้ทำไว้เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆทำตามกันด้วย เป็นการเพิ่มพื้นที่เก็บของให้กับตู้ใบเล็กๆได้อย่างยอดเยี่ยมเลยใช่มั๊ยลูกจ๋า
หลังจากนั้นก็ปูที่นอน จัดผ้าห่ม คลุมเตียงเรียบร้อย ก็พาลูกอีกคนไปส่งที่หอชาย จัดของตามขั้นตอนเดียวกัน ผู้ปกครองของเพื่อนๆก็ชี้ไม้ชี้มือมาที่ฝาตู้อีกด้วย (แหม แม่รู้สึกปลื้มกับไอเดียจริงๆ) โดยเฉพาะเพื่อนสาวที่พาลูกไปเรียนที่นี่ด้วย ยังออกปากว่า ทำไมถึงไม่บอกชั้นบ้าง ชั้นจะได้ซื้อมาทำให้ลูกบ้างน่ะ ก็แหม..ใครจะไปนึกล่ะจ๊ะว่าตู้จะเล็กขนาดเนี้ย เพราะที่แรกยังวาดภาพไว้ว่านึกว่าจะเป็นตู้แขวนใบกลางๆเหมือนกับโรงเรียนที่กู๋เอ็มเคยอยู่เมื่อสมัยก่อน
เสร็จจากตรงนี้เราไปกินข้าวที่ห้องอาหารด้วยความหิว เกือบจะบ่ายโมงแล้ว ข้าวผัดกระเพราไข่ดาว รสชาดพอได้ สักพักครูก็ประกาศให้ผู้ปกครองไปหอประชุมใหญ่เพื่อทำพิธีมอบลูกรักให้คุณครู และอีกส่วนให้ไปทำกิจกรรมผู้ปกครองสัมพันธ์ ที่ห้องวิถีพุทธ แต่แม่กับพ่อตกลงกันไปทำพิธีมอบลูกรักให้คุณครู เพราะลูกทั้งสองคนอยู่คนละห้อง ให้ลูกชายไปนั่งกับพ่อ ส่วนลูกสาวมานั่งกับแม่ กิจกรรมมีศิษย์เก่ารำบายศรีสู่ขวัญ และมีพี่ๆคนเก่งที่เรียนจบไปแล้วมาเล่าเรื่องต่างๆให้น้องๆ ม.1 ฟัง พิธีถวายรายชื่อนักเรียนให้กับพระราชินี และกิจกรรมเครือข่ายผู้ปกครอง คราวนี้แม่สมัครเป็นเลขาและนายทะเบียนของเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน ห้อง 1/.2 ด้วย เพราะอยากรู้ข่าวและจะได้ใกล้ชิดกับลูกและโรงเรียนด้วย
จากนั้นยังมีเวลาอีก ประมาณครึ่งชั่วโมงจะห้าโมงเย็น ครูให้เวลาได้อยู่กับลูกๆก่อนจะเดินทางกลับ เราไปซื้อไอติมที่ร้านค้าของโรงเรียน และไปไหว้พระพุทธรูปในโรงเรียน และพาลูกไปส่งที่ห้องวิถีพุทธ ซึ่งเด็กๆจะมีกิจกรรมกันต่อ ที่หน้าห้องวิถีพุทธ แม่เห็นเด็กๆหลายคนร้องไห้ ผู้ปกครองก็ร้องไห้ ครูกรองแก้วฝ่ายปกครอง ยืนประกาศว่าใครร้องไห้จะโดนปรับนะ ( แม่ก็คิดในใจอยู่ว่า บรรยากาศอย่างนี้ ลูกจะรู้สึกเหมือนเด็กคนอื่นไหมหนอ แต่ในใจแม่จริงๆแล้วก็หวั่นไหวนิดๆ น้ำตาอยากจะออกมาคลอเบ้า แต่แม่ก็ต้องทำเป็นเข้มแข็งไม่เศร้าใจ ไม่ดีใจจนออกนอกหน้า ต้องเป็นตัวอย่างให้ลูกๆเห็นว่าเราต้องเข้มแข้ง พ่อแม่ไม่ได้พาลูกมาทิ้งสักหน่อย แต่พาลูกมาอยู่ที่นี่เพื่อให้ได้รับแต่สิ่งดีๆในชีวิตต่างหากเล่า ) เสียงครูกรองแก้วยังพูดซ้ำๆอยู่อย่างนั้น แม่เกาะไหล่ลูกแล้วบอกว่า วันอาทิตย์แม่มาหานะ หวัดดีกู๋เอ็มกับพ่อ.. แล้วเราก็หันหลังให้กัน แว้บๆว่าลูกเดินก้มหน้าไปถอดรองเท้า เอ..ตอนนี้ลูกคิดอะไรอยู่ในใจนะอยากรู้จัง เดินมาถึงที่รถแล้ว กู๋เอ็มก็ขอตัวกลับก่อน นี่มันห้าโมงเย็นแล้ว ทีแรกกู๋เอ็มจะกลับตั้งแต่เที่ยงแต่ก็ได้อยู่คอยแนะนำและให้กำลังใจหลานๆ จนวินาทีสุดท้าย อ้อ..ยังมีอีกภาระกิจหนึ่งที่ต้องทำให้ลูกๆนั่นคือเอารองเท้าลำลองไปไว้ที่บนหอลูกด้วย เพราะเมื่อตอนกลางวันไม่ได้เตรียมมา คิดว่าจะซื้อจากโรงเรียนก็ปรากฏว่ารองเท้าที่ว่ายังไม่มาตอนนี้และไม่มีของ ดังนั้นแม่ก็เลยเอารองเท้าที่ติดมาในรถไว้ให้ลูกใส่ไปก่อน จากนั้นพ่อกับแม่ก็ค่อยๆเคลท่อนรถออกมาจากโรงเรียน แม่รู้สึกว่าพ่อจะไม่มีแรงขับรถน่ะ เหยียบคันเร่งอยู่ที่ 30-40 แม่ชะเง้อคอไปมองไมล์รถ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ในรถเงียบ พ่อก็ขับไปเรื่อยๆ เราต่างก็คิดอะไรอยู่ แต่ก็จำไม่ได้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ในขณะนั้น กลับมาถึงบ้านพ่อบ่นว่าคิดถึงลูก บ่นอยู่หลายคำ แล้วหันมาถามแม่ว่าคิดถึงลูกมั๊ย แม่ตอบไปว่าไม่ พ่อก็ว่าแม่ใจดำ ที่บ้านตอนนี้เงียบจริงๆเลย มีแต่เสียงเคาะคีบอร์ดอยู่เนี่ยล่ะ ลูกคิดว่าแม่ใจดำอย่างที่พ่อว่าแม่ไหม ? แต่แม่คิดว่าแม่รู้นะว่าลูกรู้ว่าใจของแม่มีแต่ลูกๆเท่านั้น .......ลูกๆมาก่อนทุกสิ่งเสมอจ๊ะ ค่ำวันนี้ พ่อกับแม่ไปฉลอง Anniversary 14th กันที่คาวบอย คุยกันเรื่องลูกๆว่าจะอยู่กันได้มั๊ย แม่ยืนยันกับพ่อว่าอยู่ได้แน่นอน ลูกของแม่เก่งอยู่แล้ว พรุ่งนี้แม่จะมาเขียนใหม่นะ
|