พิมพ์หน้านี้
|
รันทดเด็กหญิงขาดเรียนดูแล 3 ชีวิตชราอัมพาต-ไตวายในครอบครัว วอนเมตตาจิตซับน้ำตา เรื่องราวของ วัลลี เด็กหญิงป.5 ที่วิ่งไป-กลับ เพื่อดูแลคุณแม่และคุณยายที่นอนป่วยเป็นอัมพาต เหตุเกิดที่สมุทรสงคราม เมื่อปี 2524 และมีผู้นำชีวิตเธอ วัลลี ณรงค์เวทย์ ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ตรึงตาตรึงใจประชาชนคนไทยทั่วประเทศมาแล้ว แต่สำหรับชีวิตของ อัมพร ศริปุริ หรือ น้องพัด เด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแม่ข้าวต้มท่าสุด ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย ก็คงจะไม่แตกต่างจาก วัลลีมากนัก เพราะเธอต้องใช้ชีวิตที่มีร่างกายสมบูรณ์พร้อมเพียงชีวิตเดียวในจำนวนทั้งหมด 4 ชีวิต ภายในครอบครัวที่พำนักอาศัยในบ้านไม้หลังคามุงสังกะสีหลังเล็ก แคบ ในซอยวัดแม่ข้าวต้มท่าสุด เลขที่ 98 หมู่ 10 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย โดยสมาชิกที่เหลืออีก 3 คน ล้วนแล้วอยู่ในสภาพที่เกือบช่วยตัวเองไม่ได้จนถึงช่วยตัวเองไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการกิน การชำระล้างร่างกาย การขับถ่าย การเปลี่ยนเสื้อผ้า การปูที่หลับปัดที่นอน ยังไม่นับรวมภารกิจงานบ้าน หุงข้าว กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ฯลฯ ตลอดจนการต้องออกอาสาทำงานรับจ้างภายในหมู่บ้านทุกรูปแบบเพื่อขอค่าแรงมาเจือจานเป็นทุนค่าข้าวสาร น้ำปลา ต่อชีวิตที่น่าเวทนาทุกชีวิตให้ลืมตาสู้โลกให้ได้นานเท่านานอย่างที่สุด นายสมศักดิ์ ศรีบุรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ข้าวต้มท่าสุดเล่าว่า ก่อนหน้านี้ เด็กหญิงอัมพร ศรีปุริ จะเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริง แจ่มใส อารมณ์ดี พูดจาอ่อนหวาน เขียนตัวหนังสือสวย อยู่ในห้องเรียนก็เป็นเด็กดี ชอบช่วยเหลือ มีน้ำใจ โดยนางสาวมาลี มะโนหาญ ครูประจำชั้นก็มิได้รายงานหรือบอกเล่าถึงข้อสังเกตพิเศษใดๆเกี่ยวกับเด็กคนนี้ แต่มาทราบภายหลังว่าก่อนหน้านี้ สภาพร่างกายของนางคำมี มีอาการป่วยเป็นโรคไตในระยะเบื้องต้น เพิ่งมาออกอาการรุนแรงถึงขั้นไตวายเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้น เด็กหญิงอัมพรก็เริ่มขาดเรียนบ่อยครั้ง แต่ไม่ถึงกับขาดติดต่อกันหลายๆวันเหมือนทุกวันนี้ จนกระทั่งก่อนวันเด็กไม่กี่วันเด็กก็ขาดเรียนติดต่อกันหลายวัน จนครูประจำชั้นต้องติดตามไปดูที่บ้านพัก จึงได้พบว่าเด็กขาดเรียนเพราะต้องคอยดูแลแม่ ตาและยาย ที่มีอาการเจ็บป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม้ว่าโรงเรียนจะมีโครงการและมีทุนทรัพย์ช่วยเหลือเด็กนักเรียนขาดแคลนตลอดจนมีโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กอยู่แล้ว แต่สำหรับสภาพชีวิตที่แสนจะทุกขเวทนาของด.ญ.อัมพร ศรีปุริ และครอบครัวกลับมิใช่ต้นสายปลายเหตุจากสภาพความเป็นอยู่ที่ขาดเสาหลัก ขาดปัจจัยสำหรับการดำรงชีวิต หรือขาดการดูแลเอาใจใส่จากเพื่อนบ้าน ครูอาจารย์ ผู้นำชุมชนแต่อย่างใด หากแต่เป็นเหตุผลที่ว่า หนูอยากให้แม่ ตาและยาย หายจากอาการเจ็บป่วย มีร่างกายเป็นปกติและอยู่กับหนูไปนานๆเสียงสะอื้นเคล้าน้ำตาจากปากของเด็กหญิง อัมพร ศรีปุริ นายบุญเริ่ม ดวงแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย กล่าวว่า เพื่อนบ้านของนางคำมีเมื่อทราบข่าวว่านางคำมีป่วยมีอาการไตวายต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์ เชียงราย ต่างก็มิได้นิ่งนอนใจ ช่วยกันบริจาคเงินและระดมทุน เพราะครั้งหนึ่งๆก็ต้องใช้เงินค่าตรวจรักษา ค่ายา ค่าสารเคมีต่างๆตามที่แพทย์สั่ง เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท ซึ่งนางคำมีก็คงไม่มีเงินค่าใช้จ่ายตรงนี้ เพราะทำงานรับจ้างอย่างแต่ก่อนไม่ได้แล้ว เช่นเดียวกับทางอบต.ท่าสุด เมื่อทราบข่าวก็หมั่นเทียวมาดูแล จัดหาเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคประเภทข้าวสารอาหารแห้งมาไว้เป็นวัตถุดิบสำหรับให้เด็กหญิงอัมพรได้ใช้ปรุงเป็นอาหารในแต่ละมื้อเพื่อเลี้ยงชีวิตทุกคนในครอบครัว ภาพบ้านไม้อายุมากสีไม้แปลกแยกเก่าคร่ำคร่ามุงหลังคาสังกะสีหลังเล็กๆ ตั้งอยู่ที่กลางซอยวัดแม่ข้าวต้มท่าสุด ที่พอจะคุ้มแดดคุ้มฝนและคุ้มชีวิตกับสภาพอากาศเมืองเหนือที่เชียงรายในฤดูกาลที่ค่อนข้างหนาวเย็นยะเยือกในช่วงเช้าๆ ใครเลยจะคิดว่า ยังจะมีชีวิตของคนชราชาย-หญิงและผู้เป็นแม่ที่เจ็บป่วยร่างกายซีดเซียวกับลูกสาววัยเรียนจะต้องต่อสู้กับสภาพเจ็บป่วยที่ไม่รู้ว่า จะมีวันหายเป็นปกติหรือไม่ ผู้เป็นแม่ป่วยเป็นไตวาย ยายป่วยเป็นอัมพาต ตาป่วยเป็นต่อมน้ำเหลืองที่ต้นคอผิดปกติ ทุกชีวิตต้องรอคอยเด็กหญิงเพียงคนเดียวที่จะมาคอยส่งต่อมือแห่งความกตัญญูเพื่อป้อนข้าว ส่งสายตาห่วงใยที่บางครั้งแปดเปื้อนด้วยน้ำตาใสๆพราวแก้ม ความหวังที่จะทำให้เด็กหญิงอัมพร ศรีปุริ เด็กหญิงยอดกตัญญูคนนี้อยู่กับแม่ ตาและยายอย่างปกติสุขเช่นเดียวกับครอบครัวอบอุ่นอื่นๆนั้น... ได้รับการต่อว่าตอขานมามากมายจากสมาชิกบล็อก OK Nation แถมเจ้าน้องโอเปิ้ลสุดที่รัก (นักข่าวบ้านนอก) ก็ตอกหน้าแงเข้ามาอีก ผมก็เลยเร่งรัดไปที่คุณครู ได้ชื่อบัญชีและหมายเลขบัญชี ดังนี้ครับ เหตุเกิดวันนี้ (18 มกราคม 2551....ครับ)
คณะจาก สพฐ. นำโดยนายเสน่ห์ ขาวโต ที่ปรึกษา สพฐ. นายสุภัทร พันธ์พัฒนกุล ผอ.สำนักพัฒนาครูฯ ดร.เอกชัย ผาบไชย รอง ผอ.สพท.เชียงราย เขต 1 และคณะ รุดเยี่ยม พูดคุยกับด.ญ.อัมพร ตา และยาย ส่วนแม่ ไปพักรักษาตัวที่รพ.มหาราชฯเชียงใหม่ ด้วยอาการน้ำท่วมปอด
นายเสน่ห์ ขาวโต ที่ปรึกษา สพฐ. เป็นตัวแทนคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ กพฐ. มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวน้องอัมพร เพื่อนำฝากบัญชีธนาคารต่อไป
อิริยาบถของน้องอัมพรที่ต้องคอยใช้ผ้าเช็ดน้ำลายนางปั๋นผู้เป็นยาย เนื่องจากน้ำลายไหลตลอดเวลา เพราะควบคุมกล้ามเนื้อปากไม่ได้
ผู้ใหญ่ใจดีจากสหกรณ์สวัสดิการสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายที่ทราบข่าวนำเงิน สิ่งของเครื่องกันหนาวไปให้น้องอัมพรและคนในครอบครัว พร้อมข้าวสารอาหารแห้งจำนวนหนึ่ง
สภาพบ้านไม้เก่าๆอายุมากกว่า 20 ปี สถานที่พำนักของ 4 ชีวิต เอียงกระเท่เร่ อยู่ในซอย 6 วัดแม่ข้าวต้มท่าสุด ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย กร มกุชะ เพลงประกอบเรื่อง " ลูกแม่" ศิลปินโดย "ครูซัน" ชุด "รำลึกครูซัน เที่ยวเมืองตาก 2545" เว็บไชค์http://www.bankrusun.com/song01.htm |