|
ไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง ผวจ.เชียงราย เดินเครื่องแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมอย่างยั่งยืน ขุดลอกคูคลอง-แก้มลิงครบวงจร 
วันพืชมงคล 9 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา นายไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง ผวจ.เชียงราย พร้อมคณะได้ใช้เวลาช่วงวันมงคลดังกล่าว เดินทางไปตรวจสภาพความเสียหายพื้นที่น้ำท่วมในเขต อ.เวียงเชียงรุ้ง อ.พญาเม็งราย อ.แม่จัน อ.ดอยหลวงจ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่บางส่วนที่ประสบปัญหาภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก 
โดยเฉพาะพื้นที่อ.เวียงเชียงรุ้ง ต.ป่าซาง ต.ดงมหาวัน และต.ทุ่งก่อ ซึ่งมีชุมชนปลูกสร้างบ้านเรือนทำมาหากินอยู่รายรอบลำน้ำแม่เผื่อ ความยาวกว่า 20 กิโลเมตร ซึ่งตลอดสองฟากฝั่งลำคลองที่โค้งคดเคี้ยวคล้ายตัวอักษร S ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มรองรับน้ำจากเทือกเขาป่าซางและต้องประสบกับสภาวะน้ำท่วมซ้ำซากทุกครั้งที่มีฝนตกลงมาเป็นปริมาณมากๆ มีชาวบ้านจำนวนกว่า 2,500 หลังคาเรือน พื้นที่เรือกสวนไร่นากว่า 60% ของพื้นที่อ.เวียงเชียงรุ้งต้องประสบความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมอย่างสาหัสอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดได้ส่งผลให้พื้นที่สองฝั่งลำน้ำ แม่เผื่อ ถูกน้ำกัดเซาะขยายเป็นวงกว้างในหลายๆจุด ซึ่งหากเกิดสภาวะน้ำท่วมหรือฝนตกหนักเกิดขึ้นอีก พื้นที่เกษตรกรรมบริเวณสองฟากฝั่งลำน้ำแม่เผื่อที่ได้รับความเสียหายก็จะขยายวงกว้างไกลมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะขยายไปจนถึงเขตเทศบาลตำบลบ้านเหล่าและต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ มีตลาดร้านค้า และหน่วยงานราชการ วัดวาอารามตั้งอยู่ ดังนั้น การรีบเร่งพัฒนาคลองแม่เผื่อซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่จะรองรับน้ำที่เอ่อท้นให้ไหลลงสู่ลำน้ำแม่กกได้สะดวกรวดเร็วไม่ท่วมขังสร้างความเสียหายเรื้อรั้งเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการมาแก้ไขโดยเร่งด่วนก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาเยือนในฤดูฝนที่จะมาถึงในเร็ววันนี้

นายไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง ผวจ.เชียงราย กล่าวในขณะนำคณะเดินลุยโคลนและป่าพงสูงสาบริมลำน้ำคลองแม่เผื่อถึงแนวทางการแก้ปัญหาภัยน้ำท่วมขังและโยงใยไปจนถึงภาวะขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรว่า โดยในเบื้องต้นได้วางแนวทางไว้ 2 แนวทาง คือ การขุดลอกคลองและขยายแนวฝั่งของลำคลองแม่เผื่อ บริเวณหมู่ 2 บ้านร่องหวาย ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ออกไปอีกประมาณ 20 เมตรทั้งสองด้านให้ยาวต่อออกไปจนถึงแม่น้ำแม่กกอีกประมาณ 5กม.เขตรอยต่อ อ.เวียงชัยและอ.เมือง เพื่อระบายน้ำจากเทือกเขาป่าซางลงสู่ลำน้ำแม่กกได้อย่างรวดเร็ว

อีกแนวทางหนึ่งก็ คือ การจัดหาพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่เพื่อขุดลอกเป็นลักษณะแก้มลิงสำหรับไว้ใช้กักเก็บน้ำช่วงฤดูน้ำหลากและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ซึ่งก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและประชาชนชาวเวียงเชียงรุ้ง เป็นอย่างมาก

"ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรเสียหายทั้งจากน้ำท่วมขังหรือจากการประสบกับภัยแล้ง เป็นปัญหายืดเยื้อของชาวอ.เวียงเชียงรุ้งติดต่อกันมานานแล้ว หากพัฒนาลำน้ำแม่เผื่อซึ่งเป็นลำน้ำโบราณให้สามารถระบายน้ำและมีช่องทางลำเลียงไปกักก็บน้ำในลักษณะแก้มลิงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากทำได้สำเร็จก็จะเป็นคุณูปการยิ่งต่อชุมชนชาวอำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอใกล้เคียงอย่างมหาศาล ซึ่งตรงนี้ทางจังหวัดก็จะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ชลประทาน เกษตรและสหกรณ์ อบจ. อบต. ฯลฯ ต่อไป ซึ่งตนก็จะได้เร่งรัดติดตามและสอบถามปัญหา ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องเพราะถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนโดยเฉพาะวันนี้เป็นวันพืชมงคลอันเป็นวันมงคลยิ่งสำหรับพี่น้องเกษตรกรชาวไทยและชาวเชียงราย ซึ่งตนก็จะติดตามปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ต่างๆของเชียงราย เพื่อน้อมนำพระราชดำริไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาพื้นที่เกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากอีกด้วย "

นายธวัชชัย ภู่เจริญยศ ปลัดอาวุโส หัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ซึ่งติดตามคณะของผวจ.เชียงรายสำรวจเส้นทางน้ำคลองแม่เผื่อ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ของ อ.เวียงเชียงรุ้ง หากมองจากภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นลำน้ำแม่เผื่อคดไปโค้งมาเป็นลักษณะตัวเอส โดยมีชุมชนตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามลำน้ำทั้งสองฟากฝั่งตั้งแต่บ้านห้วยหมากเอียก ต.ทุ่งก่อ จนถึงต.ดงมหาวัน ซึ่งทุกครั้งที่ถึงฤดูน้ำหลาก น้ำก็จะท่วมขังในพื้นที่ลุ่มทั้งสองฝั่งคลองแม่เผื่อ ประกอบกับมีหน่วยงานหนึ่งก่อสร้างผนังคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำล้นไหลลงสู่แม่น้ำกกในฤดูน้ำหลากอีกด้วย ก็ยิ่งทำให้ช่องทางระบายน้ำจากพื้นที่อ.เวียงเชียงรุ้งมีข้อจำกัดมากขึ้น การที่นายไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง ผวจ.เชียงราย ลงพื้นที่และเดินทางเข้าสู่พื้นที่สำรวจแหล่งน้ำในคลองแม่เผื่อด้วยตนเอง ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ตนไม่เคยพบเห็น จึงนับเป็นขวัญกำลังใจของประชาชนชาวอ.เวียงเชียงรุ้งเป็นอย่างมาก และก็เป็นฤกษ์งามยามดีที่เป็นมงคลยิ่งในวันพืชมงคลอีกด้วย"


ปัญหาภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม ในจ.เชียงราย นอกหนือจากต้องอาศัยพลังความคิด ทรัพยากร และโครงการต่างๆจากหน่วยงานราชการตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่แล้ว ประการสำคัญก็คือความตั้งใจจริงและการลงพื้นที่สัมผัสรับทราบปัญหาจากปากของประชาชนอย่างใกล้ชิดของผู้ว่าราชการจังหวัดก็ย่อมที่จะได้รับข้อมูลและการบูรณาการวิสัยทัศน์สู่การแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นจริงจับต้องได้..........
กร มกุชะ
|