• ล.ลิงบ้าบอ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2018-04-19
  • จำนวนเรื่อง : 438
  • จำนวนผู้ชม : 133075
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
เรื่องของเรื่อง
หยิบเอาเรื่องราว ร้อยเรียงเป็นบทความ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/crazymonkey
วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน 2565
Posted by ล.ลิงบ้าบอ , ผู้อ่าน : 283 , 23:54:39 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง “ของแพง” ยังคงสะท้อน ดังบ้าง แผ่วบ้าง อยู่ตลอดๆ ตามจังหวะเวลาและขึ้นอยู่กับว่าสินค้านั้นจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันมากน้อยเพียงไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นอาหารหลักเสียงก็จะยิ่งดังมากขึ้น และยังพาดพิงไปถึงต้นทางการผลิต หากพิจารณาความจริงของสินค้าเกษตรและสินค้าปศุสัตว์ที่ว่า “เน่าได้ เสียง่าย กักตุนไม่ได้ ราคาขึ้นช้า-ลงเร็ว” ก็จะกระจ่างชัดขึ้นมาว่าราคาอาหารเหล่านี้ไม่ใช่เข้าถึงไม่ได้ แต่ราคาผันแปรตามต้นทุนวัตถุดิบ อุปสงค์และอุปทาน ของอาหารประเภทนั้นๆ ในฐานะผู้บริโภคก็ต้องปรับพฤติกรรมการบริโภคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ คือ อะไรแพงบริโภคน้อยหน่อย ทดแทนด้วยตัวอื่นที่ราคาย่อมเยากว่า...สร้างคุณค่าการบริโภคในแต่ละมื้ออาหารด้วยตัวเอง

ขอยกตัวอย่างแบบประชิดตัว เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของการบริโภคนิยมของคนไทย เพราะเป็นอาหารหลักในแต่ละมื้ออาหารมาช้านาน ที่ปัจจุบันต้องเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ถีบตัวสูงขึ้นกว่า 30% นับตั้งแต่ปลายปี 2564 จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ทำให้แหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วเหลืองรายใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ประสบปัญหาผลผลิตลดลงทำให้ราคาในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ตามด้วยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เริ่มปะทะกันตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 และยืดเยื้อมาเกือบ 4 เดือนแล้ว ยิ่งผลักดันให้วัตถุดิบเหล่านี้สูงขึ้นไปอีก สะท้อนให้เห็นราคาอาหารโลกจนถึงขณะนี้สูงขึ้นกว่า 20% รวมถึงต้นทุนพลังงานที่เป็นต้นทุนในกระบวนการผลิตและการขนส่ง ซึ่งผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจกับเหตุผลนี้ด้วย

หากพิจารณา 2 พื้นฐานสำคัญของสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ โดยเฉพาะอาหารสดและเนื้อสัตว์ คือ คุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ที่มีการเน่าเปื่อยตามระยะเวลาและวิธีการเก็บรักษา สำคัญที่สุดคือ ไม่สามารถกักตุนได้เหมือนสินค้าอุตสาหกรรมประเภทอื่น อาทิ สบู่ ยาสระผม กระดาษชำระ แม้แต่เกลือหรือน้ำตาล ฯลฯ สามารถเก็บได้นานกว่าของสดทั้งสิ้น ยิ่งช่วงที่สินค้าขาดแคลนหรือมีราคาสูงมากจากปัจจัยของสงคราม ยิ่งกลายเป็นภาระของผู้ประกอบการต้องแบกต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคต้องแบกราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

อีกหนึ่งพื้นฐานความไม่เท่าเทียม คือ “ราคา” สินค้าเกษตรและปศุสัตว์ ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้มาตรการกำกับดูแลของรัฐ ทั้งรูปแบบการควบคุมราคา ควบคุมนำเข้า การแจ้งสต๊อกสินค้า การแจ้งการเคลื่อนย้าย จนถึงมาตรการอุดหนุนราคาทั้งการประกันราคาและประกันรายได้ให้เกษตรกร ทำให้ราคาสินค้าเกษตรไทยไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง การพัฒนาภาคการเกษตรของไทยจึงมีภาคเอกชนเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญ มาตรการเหล่านี้เป็นปัจจัย “กดราคา” ขายมากกว่าปล่อยให้ “กลไกตลาด” ทำงานอย่างเสรี สมดุลราคาขายกับต้นทุนการผลิตจึงเป็นความรับผิดชอบของผู้เลี้ยงสัตว์ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการโดยไม่มีข้อต่อรอง
ดังที่กล่าวข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ไข่ ข้าว ผัก หรืออาหารสดอื่นๆ ล้วนมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาในการเก็บรักษา (Shelf Life) สั้นเพียง 3-5 วัน ให้คงความสด สะอาด คุณค่าทางโภชนาการ และความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ไม่ให้เน่าเสียกลายเป็นขยะอาหาร (Food Waste) แตกต่างจากอาหารสำเร็จรูป หรือ อาหารแช่แข็ง ที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมโดยสิ้นเชิงที่สามารถเก็บได้นานกว่า แม้แต่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี แม้จะเป็นธัญพืชแต่ผ่านกระบวนการอบไล่ความชื้น เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้นให้สะดวกในการนำไปใช้ในเวลาที่เหมาะสม

สำหรับเนื้อหมู ที่มีเสียงสะท้อนว่าราคาสูงในขณะนี้ เป็นผลพวงหลังกรมปศุสัตว์ประกาศโรคระบาด ASF ในไทย กระทบปริมาณผลผลิตหายไปจากตลาด 50% ราคาจึงไต่บันไดขึ้นเรื่อยๆ จากหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มที่ราคาเฉลี่ยเมื่อธันวาคม 2564 ที่ประมาณ 80 บาทต่อกิโลกรัม และไปอยู่ที่ 102 บาท ในเดือนมกราคม 2565 และขึ้นไปสูงสุดที่ 110 บาท และอ่อนลงในเดือนกุมภาพันธ์ที่ราคาเฉลี่ย 96 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับขึ้นไปอยู่ที่ 98.81 ในเดือนมีนาคม 2565 และราคากลับมาดีดขึ้นอีกครั้งปลายเดือนเมษายนจนถึงปัจจุบัน จากการประกาศห้ามส่งออกวัตถุดิบอาหารในหลายประเทศและสงครามยังคงยืดเยื้อ

อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติยืนยันให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการรักษาระดับราคาหน้าฟาร์มไว้ที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการยืนราคาดังกล่าวต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 เพื่อแบ่งเบาภาระผู้บริโภค และราคาจะอ่อนตัวลงหลังมีผลผลิตป้อนสู่ตลาดเพิ่มขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น ไข่ เนื้อไก่ พืชผัก พริก มะนาว และอาหารสดต่างๆ ราคาปรับขึ้น-ลงตามฤดูกาล อายุการเก็บสั้น ซื้อเก็บก็คงไม่ได้มากเพราะตู้เย็นแต่ละบ้านมีพื้นที่จำกัด และในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ การซื้อให้เพียงพอและรับประทานหมด เป็นการบริหารจัดการกระเป๋าสตางค์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ดีกว่าการซื้อไปตุนไว้แล้วไม่ได้กิน อาหารหมดอายุและต้องนำไปทิ้ง เป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหารสูง มีผลผลิตเพียงพอและส่งออกไปเลี้ยงประชากรโลก แต่รัฐบาลก็ต้องใส่ใจเรื่องสมดุลราคาตามกลไกตลาด หาไม่เราอาจเจอกับ “วิกฤตอาหาร” จากการหยุดผลิตเพราะขาดทุนของเกษตรกรและผู้ประกอบการได้

Cr : siamrath




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน