• ล.ลิงบ้าบอ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2018-04-19
  • จำนวนเรื่อง : 436
  • จำนวนผู้ชม : 131548
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
เรื่องของเรื่อง
หยิบเอาเรื่องราว ร้อยเรียงเป็นบทความ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/crazymonkey
วันเสาร์ ที่ 6 สิงหาคม 2565
Posted by ล.ลิงบ้าบอ , ผู้อ่าน : 316 , 19:08:14 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สานิตย์ ศรีเมือง ที่ปรึกษาอิสระ ด้านการเพาะเลี้ยงกุ้ง

หลังจากเห็นข่าวกรมประมงอนุญาตให้ผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป สามารถนำเข้ากุ้งทะเลจากเอกวาดอร์และอินเดียได้ ก็มีคำถามตัวใหญ่ๆผุดขึ้นในหัว ว่าเหตุไฉนไทยต้องนำเข้ากุ้งชาติอื่นเข้ามา ในเมื่อประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งได้เอง แถมยังได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้านคุณภาพมาตรฐานอันดับหนึ่งของโลก

ทั้งๆที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมกุ้ง และเร่งผลักดันสินค้ากุ้งกลับมาเป็นสินค้าสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ถึงขนาดยกให้เป็นวาระแห่งชาติ อย่างเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ยังเปิดห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ ร่วมหารือกับผู้แทนอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตลอดสายห่วงโซ่การผลิต ถึงแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อความยั่งยืน

สร้างความปราบปลื้มให้เกษตรกร ที่ผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง รับรู้ปัญหาและเล็งเห็นความสำคัญของสินค้ากุ้ง พร้อมรับปากว่าจะ ช่วยผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตกุ้งให้ได้ปีละ 4 แสนตัน ภายใน 2 ปี (2565-2566) หวังทวงคืนโอกาสที่เกิดจากความเสียหายของอุตสาหกรรมกุ้งไทย จากการระบาดของโรคกุ้ง คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านบาท ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กลับคืนมาให้ได้

ขณะที่อธิบดีกรมประมงที่เพิ่งรับตำแหน่งได้ไม่นาน ก็รับลูกเจ้ากระทรวงฯ โดยให้คำมั่นในงาน "วันกุ้งจันท์" ครั้งที่ 26 ด้วยสุนทรพจน์หวาน่จับใจว่า กรมประมงพร้อมจะร่วมสนับสนุนและผลักดันให้เกษตรกรสามารถสร้างผลผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาด และกลับมาผงาดในเวทีโลกได้อีกครั้ง ตามเป้าหมายในการเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลให้มีผลผลิต 4 แสนตัน ภายในปี 2566 ยังย้ำอีกว่าประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบทางประสบการณ์ และความสามารถของพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล มีเทคโนโลยีเลี้ยงกุ้งที่ทันสมัย ที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน

แต่จนแล้วจนรอดจากวันนั้นถึงวันนี้ ร่วม 5 เดือน ที่ท่านได้โปรยคำหวานป้ายยาเกษตรกรไว้ แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งนโยบาย และแผนงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เกษตรกรกลับต้องมาทุกข์ซ้ำจากการตัดสินใจลงนามในประกาศกรมฯ อนุญาตให้นำเข้ากุ้งจากทั้งเอกวาดอร์และอินเดีย มาทุบซ้ำวิกฤติกุ้งไทย

แทนที่จะเอาเวลาไปเร่งค้นคว้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ลงพื้นที่ดูแลการเลี้ยงและการป้องกันโรคให้ดี พัฒนาผลผลิตให้สูงขึ้นภายใต้ต้นทุนที่เกษตรกรพออยู่ได้ ซึ่งในแต่ละปีกรมฯมีงบประมาณส่วนนี้กันไว้อยู่แล้ว แต่กลับคิดง่ายทำง่ายด้วยการปล่อยให้กุ้งนอกเข้ามา โดยใช้หลักการคลังสินค้าทัณฑ์บน (BONDED WAREHOUSE) ที่สามารถเก็บวัตถุดิบที่นำเข้ามาในประเทศเพื่อผลิตและส่งออกได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องชำระค่าภาษีอากรก่อน ที่ช่วยผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป สามารถลดต้นทุนและประหยัดภาษีได้มากโข แต่ลืมคิดถึงเกษตรกรหลังสู้ฟ้าหน้าสู้แดด ที่ผลิตกุ้งแบรนด์ไทยทั้งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยและป้อนการส่งออกเพื่อนำเงินตราเข้าประเทศ

การกระทำเช่นนี้ตรงข้ามกับคำมั่นที่ให้ไว้ว่า พร้อมจับมือเกษตรกร พลิกฟื้นกุ้งไทยให้มีคุณภาพปลอดภัย เพื่อก้าวไกลสู่ความยั่งยืน แต่กลับเป็นการฉุดเกษตรกรลงเหว โดยลืมคิดไปว่ากว่าไทยเราจะมีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ในด้านคุณภาพความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์กุ้งที่ทั่วโลกยอมรับนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ผ่านมาไทยใช้ข้อได้เปรียบในฐานะผู้ส่งออกกุ้งที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมด จึงครองใจผู้บริโภคทั่วโลกได้

แล้วกรมประมงยุคนี้คิดอะไรอยู่ ถึงได้ยอมให้ใช้กุ้งนอกมาสวมแบรนด์ไทยเพื่อส่งออกไปแหกตาชาวโลก แม้จะยืนยันว่าได้คุมเข้มการอนุญาต การตรวจโรค และสารตกค้างในสินค้ากุ้งทะเลนำเข้า แต่โอกาสเกิดการแพร่กระจายเชื้อก่อโรคข้ามพรมแดนใช่ว่าจะไม่มี เพราะการ “สุ่มตรวจ” เชื้อก่อโรค ก็คือการ “สุ่ม” มิใช่การตรวจทั้งหมด หากมีเชื้อก่อโรคสำคัญเล็ดรอดออกไป จนสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมกุ้ง ซ้ำเติมวิกฤติโรคกุ้งที่เป็นอยู่ จะทวงความรับผิดชอบได้จากที่ไหน และใครจะยืนยันได้ว่าสินค้าเหล่านั้นจะถูกนำไปแปรรูปเพื่อการส่งออกเท่านั้น ถ้ากุ้งนอกถูกนำมาดัมพ์ทำกำไรในตลาดบ้านเรา ก็ถึงคราวที่เกษตรกรต้องม้วนเสื่อเลิกเลี้ยง เพราะแค่ปัญหาต้นทุนสูงและโรคกุ้งที่ประสบอยู่ก็หนักหนาพอแล้ว

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอดคิดไม่ได้ว่าการนำเข้ากุ้ง เป็นการอุ้มเกษตรกรสองประเทศนี้ มากว่าที่รัฐจะปกป้องเกษตรกรไทย ทั้งที่ความจริง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง มีหน้าที่ดูแลและปกป้องผู้เลี้ยงกุ้งไทย และต้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องโรคกุ้งอย่างจริงจัง พร้อมกับช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม พัฒนาการเลี้ยงให้มีประสิทธิภาพและช่วยเพิ่มผลผลิต หาตลาดรองรับสินค้า และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่กลับปล่อยกุ้งเอกวาดอร์ซึ่งเป็นเจ้าตลาดกุ้งโลกในขณะนี้ รวมถึงอินเดียที่กำลังเร่งขยายการผลิตเบียดกันมาติดๆ เข้ามาทำลายคนเลี้ยงกุ้งและเศรษฐกิจไทยเสียเอง

ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการสองกระทรวงใหญ่จากค่ายประชาธิปัตย์ ที่ชูนโยบายดูแลประชาชนและเกษตรกรไทยมาตลอด ให้รีบลงมาช่วยสอดส่องพฤติกรรมของกรมกองในสังกัด เพราะถ้าช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ ก็จะได้ใจและคะแนนเสียงไปครึ่งค่อนประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้แหล่งผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมกุ้งที่เป็นฐานเสียงให้ท่านๆได้แน่ในทุกศึกเลือกตั้ง อย่าปล่อยให้นโยบายง่ายๆอย่างการนำเข้ากุ้งมาสร้างความทุกข์ให้เกษตรกรและฉุดรั้งเศรษฐกิจชาติที่รัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อน./




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน